เสียงก๊อกน้ำสำริดกระทบอ่างหยกดังสะท้อนก้องในความเงียบงันยามดึกดื่น หยดน้ำสีชาดจากปลายนิ้วเรียวสวยร่วงหล่นลงผสมกับน้ำในอ่างจนกลายเป็นสีชมพูจางคล้ายดอกเหมยยามต้องน้ำค้างแข็ง ไป๋หลินไม่แม้แต่จะปรายตาแลแผลลึกที่ฝ่ามือ ร่องรอยจากการกำเศษแก้วในยามที่ความทรงจำอันโสมمวนตีกลับเข้ามาในหัวใจ ร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลนั่งนิ่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง ปล่อยให้เรือนผมยาวสลวยเปียกชื้นแนบลำneckขาวผ่อง ทว่าความหนาวเหน็บจากบาดแผลภายนอกยังไม่เท่าความกดดันจากบุรุษผู้ยืนค้ำหัวเธออยู่เบื้องหลัง
"เจ้าช่างดื้อรั้นเสียจริง... ไป๋หลิน"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เคยประกาศิตความตายให้แก่สกุลของเธอเมื่อปีก่อน บัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้น จักรพรรดิหานจิ้นย่อกายลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่ม ฝ่ามือหนาที่เคยเปื้อนเลือดและถือครองอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน เอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้อย่างทะนุถนอมราวกับเผลอแรงไปนิดเดียว นางกำนัลไร้ใจคนเดิมจะแตกสลายคามือเขา พระเนตรคมกราบกรานมองรอยแผลนั้นด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินขั้วหัวใจยิ่งกว่าถูกศักดิ์ศรีเฉือนแทง
ไป๋หลินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก นางมิได้สะดุ้งสะเทือนต่อสัมผัสอันร้อนรุ่มที่แผดเผาผิวเนื้อ ยิ่งเขาแสดงออกว่าโหยหา ยิ่งเงานรกในอดีตผุดพรายขึ้นมาตอกย้ำความโง่เขลาของเธอในยามที่เคยรักเขาหมดหัวใจ
"ฝ่าบาททรงลืมไปแล้วหรือกระไรเพคะ ว่าหม่อมฉันมิใช่สตรีในวังหลังที่พระองค์จะทรงเรียกหาหรือกักขังตามอำเภอใจได้อีก" ไป๋หลินเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตากลมโตที่เคยซ่อนหยาดน้ำตาไว้จนหมดสิ้น บัดนี้ว่างเปล่าและเยียบเย็นจนน่ากลัว "สาส์นหย่าร้างและป้ายชื่อของหม่อมฉันถูกฝังไว้ใต้กองเพลิงตำหนักเย็นตั้งแต่วันนั้น... วันที่พระองค์ทรงเลือกความยิ่งใหญ่เหนือชีวิตของลูกในท้องเรา"
คำว่า 'ลูกในท้อง' พุ่งชนพระofr หานจิ้นราวกับสายฟ้าฟาด พระองค์สะท้านเฮือก ดวงเนตรแดงก่ำด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ พระองค์รั้งร่างบางเข้าหาตัวโดยไม่สน
เรี่ยวแรงขัดขืน ไป๋หลินถูกดึงเข้าสู่อ้อมกว้างที่คุ้นเคยและน่าสะอิดสะเอียนในคราเดียวกัน อกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจแนบชิดกับแผ่นหลังบาง กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นกำยานและสนิมเหล็กรายล้อมตัวนางไว้ราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น
"เจ้าโกรธ ข้าเข้าใจ... เจ้าอยากจะลงทัณฑ์ข้าด้วยวิธีใด ข้าก็ยอมรับทั้งสิ้น" ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงที่ตั้งตรงอย่างถือดี หานจิ้นฝังพระพักตร์ลงบนซอกคอขาวเนียน สูดดมความหอมกรุ่นที่เฝ้าฝันหามานับแรมปี เรียวโอษฐ์ร้อนจูบซับลาดไหล่เนียนผ่านเนื้อผ้าไหมบางเบาอย่างเว้าวอน "แต่เจ้าไม่มีวันหลุดพ้นจากเงื้อมมือของข้าไปได้ ไป๋หลิน... เจ้าคือราชาของข้า ข้าคือทาสของเจ้า จงเหยียบย่ำข้าให้พอใจ แต่อย่าคิดหนีหน้าข้าไปไหนอีกเด็ดขาด!"
"ปล่อยเพคะ...!" ไป๋หลินตวาดลอดไรฟัน ร่างกายสะท้านไหวเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวไล่เลียขึ้นมาถึงกกหูและซอกคอ ความโกรธแค้นปะปนกับกระแสความวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าโดยสัญชาตญาณ นางพยายามบิดเร้นกายหนี แต่หานจิ้นกลับรวบเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก พระองค์พลิกร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า บังคับให้นางสบตาที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาและหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่รินไหลออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน
ริมฝีปากหยักประทับจูบลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ เป็นจูบที่เปี่ยมด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และความต้องการที่จะกลืนกินนางเข้าไปทั้งตัว ไป๋หลินเบือนหน้าหนี ทว่าพระหัตถ์แกร่งกลับตรึงคางนางไว้มั่น บังคับให้รับรสจูบอันเร่าร้อนที่แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลเว้าวอนอย่างรวดเร็ว ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจจนเสียงหอบหายใจครางเครือดังแข่งกับเสียงพายุฝนด้านนอก
สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าเปลวไฟในกายให้อ่อนยวบลงอย่างน่าละอาย ไป๋หลินกำท่อนแขนแกร่งแน่น เล็บคมจิกข่วนลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายทั้งความแค้นและอารมณ์สั่นเทาที่พุ่งพล่าน อาภรณ์บนร่างถูกปลดเปลื้องออกทีLละชิ้นด้วยความเร่งร้อนของบุรุษผู้ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป ผิวเนื้อเนียนละเอียดสัมผัสกับไออุ่นจากร่างหนาที่ทาบทับลงมา บรรยากาศภายในห้องบรรทมมืดสลัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเสน่หาอันบิดเบี้ยว
หานจิ้นพรมจูบไปทั่วเรือนร่างระหงราวกับคนกระหายน้ำ ปรารถนาจะลบรอยแผลเป็นในอดีตด้วยหยาดเหงื่อและลมหายใจร้อนผ่าว ไป๋หลินแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวน สติสัมปชัญญะพร่าเลือนยามที่ร่างแนบสนิทกันอย่างไร้รอยต่อ ความเจ็บปวดจากอดีตถูกบดขยี้ด้วยความสุขสมทางกายที่รุนแรงและลึกซึ้ง หานจิ้นกระซิบคำรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าข้างใบหู นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของนาง ราวกับต้องการผูกพันธนาการวิญญาณของนางไว้กับเขาตราบชั่วกัลปวสาน
ท่ามกลางเสียงหอบสะท้านและแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในค่ำคืนที่ยาวนาน ร่างกายตอบสนองต่อกันและกันอย่างเร่าร้อนและยินยอมพร้อมใจ ทว่าในใจของหญิงสาว... กลับยิ่งตอกย้ำความตั้งใจเดิมชัดเจนขึ้น ว่าต่อให้ร่างกายนี้จะตกเป็นของเขาอีกสักกี่พันครั้ง แต่หัวใจของนางได้ตายด้านต่อบุรุษผู้นี้ไปนานแล้ว
กระนั้น ยามที่แสงแรกแห่งรุ่งอรุณสาดส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา หานจิ้นซึ่งนอนกอดก่ายร่างของนางไว้แนบอกด้วยความอาลัยอาวรณ์ กลับต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับรายงานร้อนรวดจากขันทีหน้าห้อง
"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... มีผู้พบจดลับและ... และเด็กชายหน้าตาละม้ายคล้ายฝ่าบาท ถูกทิ้งไว้ที่หน้าประตูตำหนักบูรพาพ่ะย่ะค่ะ!"
หานจิ้นเบิกiนตรกว้างด้วยความตกตะลึง ทันทีที่หันกลับมามอง ไป๋หลินที่ควรจะนอนหมดแรงอยู่ข้างกาย กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงรอยเลือดหยดเล็กๆ บนผ้าปูที่นอนสีขาว และกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางไว้บนหมอนของเขา พร้อมลายมือหวัดๆ ที่กรีดแทงหัวใจจนแหลกสละ: *"ของขวัญไถ่บาป... ที่พระองค์ไม่มีวันครอบครอง"*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ มิคายามวิกาล
นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น•ตอนที่ 28
พันธนาการที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางกำนัลไร้ใจกับฝ่าบาทผู้โหยหาไออุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!