แฟ้มเอกสารสีดำสนิทถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดัง ‘ปัง’ สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ที่เย็นเฉียบด้วยไอแอร์ มินนี่สะดุ้งเล็กน้อย แต่หญิงสาวเลือกที่จะไม่แม้แต่จะชายตามองเอกสารเล่มนั้น เธอเพียงแค่ไขว่ห้าง เคาะปลายนิ้วลงบนพนักเก้าอี้เป็นจังหวะเพลงร็อกอินดี้ที่กำลังดังอยู่ในหัว พร้อมกับส่งรอยยิ้มยั่วประสานสายตาไปยังร่างสูงโปรดักชันเนียบกริบของคินน์ที่ยืนค้ำหัวเธออยู่
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง คุณคินน์" มินนี่เปิดฉากด้วยน้ำเสียงใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ให้ฉันย้ายโต๊ะมานั่งหน้าห้องคุณ เพื่อจะได้สเก็ตช์ภาพโปรเจกต์คอมเพล็กซ์เมืองเก่าเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะค่ะ ฉันเป็นศิลปินอิสระ ไม่ใช่เลขาหน้าห้องคุณ!"
คินน์ถอนหายใจยาว แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความเหนื่อยหน่ายที่ถูกยกระดับขึ้นเป็นความหงุดหงิด เขากดเสียงต่ำลงจนน่ากลัว "ผมไม่ได้ขอร้อง แต่นี่คือคำสั่งจากท่านประธาน... และถ้าคุณยังไม่อยากถูกเฉดหัวออกจากโปรเจกต์นี้ ก่อนที่ผลงานชิ้นโบแดงของคุณจะได้เห็นเดือนเห็นตะวัน กรุณาหุบปากแล้วเซ็นชื่อลงในบันทึกข้อตกลงซะ"
"กฎเหล็กบ้าบออะไรของคุณ..." มินนี่แค่นหัวเราะในลำคอ เธอโน้มตัวไปข้างหน้าสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ห้ามเปิดเพลงเสียงดัง ห้ามแต่งตัวสีฉูดฉาดเกินเบอร์ ห้ามวางกาแฟแกะลายอาร์ตๆ บนโต๊ะทำงาน... นี่คุณจะจ้างฉันมาทำงานร่วมกัน หรือจะเกณฑ์ทหารเกณฑ์เข้าค่ายดัดสันดานคะคุณสถาปนิกผู้เคร่งขัด?"
"ถ้าคุณมีวินัยเท่ากับเศษเสี้ยวหนึ่งของความมั่นใจในตัวเอง ป่านนี้โปรเจกต์นี้คงคืบหน้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว" คินน์ตอบกลับทันควันอย่างไร้ความปรานี ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้มนั้นตึงเครียดขึ้นทุกขณะ เขายื่นปากกาหมึกซึมราคาแพงลิบลิ่วไปตรงหน้าเธอ "เซ็นซะ มินนี่ อย่าทำให้ผมหมดความอดทนไปมากกว่านี้"
บรรยากาศในห้องประชุมอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความขัดแย้งที่พร้อมปะทุ ทุกย่างก้าวที่คินน์ขยับเข้าใกล้เพื่อกดดัน ยิ่งทำให้มินนี่ต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างจำยอม แม้ปากจะบอกว่าไม่กลัว แต่กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางกลิ่นมินต์และชาเขียวที่โชยมาจากตัวเขากลับทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเธอกระตุกวูบอย่างน่ารำคาญ ร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างยันพนักเก้าอี้ของเธอไว้ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์
"กลัวหรือไง..." คินน์กระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหูของเธอ ไออุ่นจากลมหายใจของเขารดรินอยู่แถวขมับ ทำให้มินนี่ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "กลัวว่าตัวเองจะแพ้ทางกฎของผม หรือกลัวว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของคุณจะเต้นผิดจังหวะเวลาที่ต้องนั่งมองหน้าผมทั้งวันกันแน่"
มินนี่ชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่ความแสบคันระดับสิบจะพุ่งพล่านขึ้นมากลบความหวั่นไหว เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาดื้อรั้นฉายประกายท้าทายอย่างชัดเจน "หลงตัวเองเสียจริงนะคะคุณคินน์... คนอย่างมินนี่ ต่อให้คุณเอาโซ่มาล่ามไว้ที่ขา ฉันก็ยังจะพ่นสเปรย์กราฟฟิตีรูปหน้าคุณไว้บนกำแพงตึกคุณให้ดูเป็นขวัญตาเลยคอยดูสิ!"
ดวงตาคมกริบของคินน์วาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง เขารู้สึกได้ทันทีว่ายัยตัวป่วนคนนี้คือภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยในชีวิตอันสมบูรณ์แบบที่เขาพยายามสร้างมาตลอดชีวิต แต่น่าแปลก... แทนที่จะผลักไส หัวใจเจ้ากรรมกลับอยากจะท้าทายอำนาจความดื้อรั้นนั้นให้ยอมจำนนคาอกเสียให้เข็ด
ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างคนหัวรั้นกับยัยตัวป่วนจะดำเนินไปถึงจุดแตกหัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ตามด้วยร่างสูงสมส่วนของ 'ธันวา' ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่เคลือบด้วยความเจ้าเล่ห์
"ขอโทษที่ขัดจังหวะความหวาน... เอ๊ย ความเครียดของพวกคุณนะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท พลางกวาดสายตามองท่าทางแนบชิดระหว่างคินน์และมินนี่ด้วยรอยยิ้มมุมปาก "พอดีผมได้ยินว่าโปรเจกต์คอมเพล็กซ์ย่านเมืองเก่ามีปัญหาเรื่องการประสานงาน ผมเลยถือวิสาสะแวะเอา 'ข้อมูลลับ' ที่อาจจะเปลี่ยนใจคุณคินน์ในการรื้อถอน... มาฝากคุณมินนี่โดยเฉพาะเลยครับ"
มินนี่ผละออกจากพันธนาการของคินน์ทันที ดวงตาเป็นประกายด้วยความสนใจเมื่อได้ยินคำว่า 'ข้อมูลลับ' ผิดกับคินน์ที่ใบหน้าบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น สันกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ความหึงหวงและระแวงพุ่งทะยานขึ้นสู่ขีดสุดเมื่อเห็นศัตรูตัวฉกาจเข้ามาแทรกกลางในจังหวะนี้
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยตัวป่วนระดับสิบ•ตอนที่ 2
กฎเหล็ก vs ความเป็นอิสระ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยตัวป่วนระดับสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
