เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยตัวป่วนระดับสิบ•ตอนที่ 1

เมื่อเส้นตรงมาปะทะสีสเปรย์

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
กลิ่นหอมฉุนของสีสเปรย์กระป๋องยี่ห้อดังกำลังลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนเก่าๆ ในย่านเมืองเก่าแห่งนี้ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของคินน์ในวินาทีนี้ หาใช่ผลงานศิลปะบนกำแพงอิฐมอญเปลือยไม่ แต่เป็นแผ่นหลังบางในชุดเอี๊ยมยีนส์เซอร์ๆ ของใครบางคนที่กำลังตวัดข้อมือพ่นละอองสีชมพูสะท้อนแสงลงบนผนังปูนฉาบใหม่เอี่ยมที่เขาเพิ่งอนุมัติงบซ่อมแซมไปเมื่อวานนี้อย่างเนี้ยบกริบ "คุณทำอะไรน่ะ!" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดไว้จนมิดไม่ไหวถูกส่งออกไปทันที คินน์ก้าวฉับๆ เข้าไปใกล้ด้วยมาดของสถาปนิกผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัย แผ่นหลังบางนั้นสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความท้าทายถูกส่งกลับมาแทนความตกใจ มินนี่ปัดเศษละอองสีออกจากมือเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววซุกซนราวกับแมวป่าที่เพิ่งขโมยปลาทูสำเร็จ "มองไม่เห็นหรือไงคะ สถาปนิก... ฉันกำลังแต่งแต้มวิญญาณให้ตึกใกล้ตายหลังนี้อยู่ต่างหากล่ะ" มินนี่ตอบเสียงใส น้ำเสียงกวนประสาทนั้นทำเอาคันคิ้วข้างขวาของคินน์กระตุกวูบ "วิญญาณ? นี่มันกำแพงโครงการอนุรักษ์ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของพวกเด็กแนวสตรีทอาร์ตสมองกลวง คุณมีสิทธิ์อะไรมาพ่นสีเลอะเทอะใส่พื้นที่ความรับผิดชอบของฉัน" คินน์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว ความสูงร้อยแปดสิบสามเซนติเมตรของเขาแผ่รังสีคุกคามจนคนตัวเล็กกว่าต้องแหงนหน้ามอง แต่มีหรือที่คนอย่างมินนี่จะเกรงกลัว เธอกลับก้าวประชิดเข้าไปอีกจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "พื้นที่ความรับผิดชอบเหรอคะ? หึ... น่าขำสิ้นดี สำหรับคุณมันคงเป็นแค่โปรเจกต์สร้างชื่อเพื่อเลื่อนขั้น หรือไม่ก็รับใช้เงินหนาๆ ของอีตาธันวา นายทุนหน้าเลือดนั่นสินะคะ ถึงได้ทำหน้าตายไร้อารมณ์ใส่ตึกเก่าที่มีประวัติศาสตร์เป็นร้อยปีแบบนี้" มินนี่สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความท้าทาย ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น คินน์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบงันชั่วขณะแผ่ขยายระหว่างคนทั้งคู่ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และกลิ่นสีสเปรย์ที่ยังคงลอยวนอยู่รอบตัว สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่เส้นผมหยักศกที่รวบเป็นมวยลวกๆ, ป้ายเปื้อนสีบนแก้มใส, ไล่ลงมาที่ริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ ยัยนี่ช่างเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามารบกวนระเบียบอันสมบูรณ์แบบในชีวิตเขาเสียจริง และที่แย่กว่านั้นคือ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งด้วยความฉุนเฉียวปนหมั่นไส้ "ถ้าคุณยังไม่หยุดพ่นสีแล้วไสหัวไปจากเขตพื้นที่ของผมภายในสามวินาทีนี้ ผมจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สิน" คินน์กดเสียงต่ำ ขู่ลอดไรฟันด้วยความอดทนที่ใกล้หมด "เชิญเลยค่ะ! แจ้งเลย ตำรวจมาฉันก็แค่บอกว่าสถาปนิกแถวนี้ตาถ่อมองไม่เห็นคุณค่าของศิลปะ!" มินนี่ลอยหน้าลอยตาตอบ พร้อมกับยกกระป๋องสเปรย์ขึ้นทำท่าจะพ่นทับลงไปตรงกลางรูปวาดพอร์เทรตหน้าบึ้งที่เธอนั่งวาดล้อเลียนเขาเมื่อครู่ "หยุดนะ!" คินน์พุ่งมือคว้าข้อมือเล็กไว้ทันท่วงที แรงปะทะทำให้มินนี่เสียหลักเซถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นวานิลลาจางๆ จากตัวเธอลอยปะทะจมูกท่ามกลางกลิ่นฉุนของสีสเปรย์ มินนี่ชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้ม และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือดังขึ้นจากด้านหลังตึก ก็ดึงพวกเขาทั้งคู่ออกจากภวังค์ความใกล้ชิดอันตราย "โอho ภาพวาดสวยดีนี่ครับ... ไม่นึกเลยว่าสถาปนิกมือหนึ่งอย่างคุณคินน์ จะมีงานอดิเรกมาคลอเคลียกับศิลปินข้างถนนแถวนี้ด้วย" ร่างสูงโปรดของธันวาปรากฏตัวขึ้นที่มุมตึก รอยยิ้มหยันฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแบบนักธุรกิจเจ้าเล่ห์ สายตาราวกับเหย้ามองสำรวจคนทั้งคู่ด้วยความสนุกสนาน คินน์รีบปล่อยมือจากข้อมืองามทันทีราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าหล่อเหลากลับคืนสู่ความเรียบเฉยเย็นชาดังเดิม ขณะที่มินนี่รีบกระโดดถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบงอนามระเรื่อด้วยสีเลือดฝาดที่เจ้าตัวพยายามซ่อนมันไว้อย่างแนบเนียนที่สุด ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกและร่วมเดินทางไปกับความป่วนนี้นะคะ เหมยฮวาแรกแย้ม
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับยัยตัวป่วนระดับสิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%