พนักงานฝึกหัดกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งอาคารหมายเลข 4•ตอนที่ 2

รอยร้าวในโครงสร้าง

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
เสียงคีย์บอร์ด Logitech MX Keys ของผมถูกกดกระแทกด้วยแรงที่มากกว่าปกติถึงสามเท่า ตัวเลขค่าฮีตเตอร์ในระบบระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ยูนิตที่แสดงผลบนหน้าจอ Dell UltraSharp 27 นิ้วกำลังพุ่งทะยานจากโซนสีเขียวเข้าสู่สีเหลืองอำพันอย่างน่าสงสัย ตึกสำนักงานเกรดเอสูง 38 ชั้นแห่งนี้ไม่ควรมีอัตราการดึงกระแสไฟฟ้าสูงผิดปกติในยามวิกาลแบบนี้ โดยเฉพาะในชั้นลอย (Mezzanine Floor) ที่ถูกตัดออกจากผังงานระบบอาคารตั้งแต่การรีโนเวทครั้งใหญ่เมื่อปี 2018 ผมถอนหายใจยาว พลางขยับกรอบแว่นสายตา เลื่อนนิ้วคลิกเข้าไปตรวจสอบล็อกไฟล์ (Log files) ของระบบบริหารจัดการพลังงาน (BMS) ที่เขียนด้วยโค้ด Python ดิบๆ แต่สิ่งที่ปรากฏบนบรรทัดที่ 404 กลับไม่ใช่ Error Code ทางเทคนิค *“...ถ้าคุณยังฝืนรันโปรแกรมดักจับแพ็กเก็ตข้อมูลชุดนั้นต่อ ลิฟต์ตัวที่สี่จะไม่เปิดประตูให้คุณออกไปอีกเลย... จนกว่าเนื้อเยื่อของคุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสลิงเหล็กกล้า”* ตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงบนพื้นหลังสีดำสนิทไม่ได้มาจากฟังก์ชันการทำงานของระบบ มันถูกพิมพ์แทรกเข้ามาด้วยความเร็วในการพิมพ์ที่ดีดสลับกันไปมาระหว่างคีย์บอร์ดจริงที่ผมกำลังวางมือทับอยู่ กับกระบวนการทำงานเบื้องหลังที่ผมไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์ Root ได้ ผมหยุดมือทันที หัวใจเต้นกระหน่ำจนเสียงก้องอยู่ในโสตประสาท ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศส่วนกลางที่ปกติจะเซ็ตไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส กลับลดฮวบลงจนผมสัมผัสได้ถึงขนลุกชันที่ต้นคอ “คุณกำลังเล่นกับตัวเลขที่ไม่มีวันหาทางออกเจอหรอกนะ ธันวา” เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลดังขึ้นจากความมืดตรงมุมเสาคอนกรีตเสริมเหล็กห่างจากโต๊ะทำงานของผมไปไม่ถึงสามเมตร รินรดา อาจารย์สาวจากภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชื่อดัง ผู้ควบตำแหน่งที่ปรึกษาอิสระด้านโครงสร้างพิเศษประจำอาคารหมายเลข 4 ก้าวออกมาจากเงาสลัว เธอยังสวมเสื้อสูทเบลเซอร์สีเทาเข้มตัวเดิมที่ดูเรียบเนียบไร้รอยยับ แม้จะเป็นเวลาตีสองสี่สิบนาทีแล้วก็ตาม เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยกิ๊บโลหะทรงเรขาคณิต แว่นตากรอบบางสะท้อนแสงไฟนีออนกระพริบวิบวับจากทางเดินด้านนอก เธอมองหน้าผมด้วยนัยน์ตาสีเข้มที่อ่านไม่ออกว่ากำลังซ่อนความรู้สึกใดไว้ ระหว่างความผิดหวังกับความเหนื่อยหน่าย “อาจารย์ริน...” ผมเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น “ตึกนี้ไม่ได้มีแค่ระบบท่อระบายอากาศกับระบบไฟฟ้ากำลังใช่ไหมครับ โค้ดพวกนี้... มันถูกเขียนขึ้นโดยโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่จงใจบิดเบือนพื้นที่ว่างตั้งแต่แรกแล้ว” รินรดากวาดสายตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของผมแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำหอมกลิ่นดอกมะลิลาลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ตัดกับบรรยากาศกลิ่นอับชื้นของตึกเก่าอย่างสิ้นเชิง “คุณฉลาดมาก ธันวา... ฉลาดเกินกว่าจะมานั่งจมปลักเป็นพนักงานไอทีฝึกหัดในบริษัทเอาท์ซอร์สกระจอกๆ แห่งนี้” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ปลายเรียวนิ้วเรียวแตะลงบนขอบโต๊ะทำงานของผมเบาๆ “แต่ความฉลาดโดยปราศจากความเข้าใจใน ‘กฎ’ ของที่นี่ มักจะทำให้คนเราอายุสั้นเสมอ” “กฎอะไรครับ?” ผมสวนกลับทันทีโดยไม่หลบสายตา “ผมเข้ามาทำงานที่นี่ ทำตามสัญญาจ้าง เซ็น non-disclosure agreement ทุกฉบับ และทำหน้าที่ตรวจสอบระบบฐานข้อมูลตามที่ได้รับมอบหมาย... ตรงไหนในสัญญาที่ระบุว่าผมไม่มีสิทธิ์สงสัยว่าทำไมอุณหภูมิในเซิร์ฟเวอร์รูมถึงผันผวนตามจังหวะการเต้นของหัวใจคน?” รินรดานิ่งเงัตไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เป็นสัญญาณว่าเธอไม่ได้มองผมเป็นแค่เด็กฝึกหัดผู้โง่เขลาอีกต่อไปแล้ว “คุณคิดว่าตึกนี้สร้างขึ้นบนพื้นที่ถมดินธรรมดาๆ งั้นเหรอ?” เธอย้อนถาม เสียงของเธอลดระดับลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบเมื่อก้าวเข้าไปใกล้หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน “อาคารหมายเลข 4 ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนทำงาน... แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อ ‘กักเก็บ’ บางสิ่งบางอย่างที่เคยมีชีวิตอยู่ก่อนที่ผืนดินตรงนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดิน” เธอยกมือขึ้นชี้ไปยังผังโครงสร้างตึกแบบ 3 มิติที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอของผม ซึ่งตอนนี้เส้นสายของโครงสร้างเหล็กและคอนกรีตกำลังบิดเบี้ยวเปลี่ยนรูปไปเองอย่างช้าๆ ราวกับสิ่งมีชีวิต “ทุกๆ ครั้งที่คุณพยายามจะเข้าถึง Root Directory ของระบบ คุณกำลังไปขยับ ‘คานรับน้ำหนัก’ ทางจิตวิญญาณที่ค้ำจุนชั้นใต้ดินทั้งหมดเอาไว้ รอยร้าวที่คุณเห็นในโค้ดคอมพิวเตอร์... แท้จริงแล้วมันคือรอยร้าวบนผนังปูนที่ชั้น -4 ต่างหากล่ะ” คำพูดของเธอยังก้องอยู่ในหัว สมองของผมกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ขัดแย้งกับสามัญสำนึกทางวิทยาศาสตร์ แต่ในฐานะคนสายไอทีที่เชื่อมั่นในระบบตรรกะ ผมรู้ดีว่าทุกปัญหาย่อมมีสาเหตุและรูปแบบการทำงานของมัน “ถ้าชั้น -4 คือจุดกำเนิดของรอยร้าว...” ผมสูดลมหายใจเข้าลึก and ตัดสินใจเดิมพัน “แสดงว่าทางออกเดียวที่จะหยุดความผิดปกตินี้ได้ คือเราต้องลงไปแก้ไขมันที่ต้นทางใช่ไหมครับ?” รินรดากระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแรกที่ผมสังเกตเห็นตั้งแต่รู้จักเธอ แต่มันกลับทำให้ความหนuาวเหน็บแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลังยิ่งกว่าเดิม “คุณกล้าพอที่จะก้าวลงไปในลิฟต์ที่ไม่มีปุ่มกดชั้น -4 ร่วมกับฉันไหมล่ะ... ธันวา?” ก่อนที่ผมจะได้ทันเปล่งคำตอบใดๆ ออกมา เสียงแจ้งเตือนจากระบบปฏิบัติการภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผมก็ดังขึ้น “ติ๊ด!” สามครั้งติดต่อกันอย่างเฉียบขาด หน้าจอสีดำสนิทที่เคยมีตัวอักษรสีเขียว พลันถูกรีเซ็ตใหม่ทั้งหมดด้วยหน้าต่าง Terminal สีแดงฉานขนาดใหญ่ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับวิกฤตที่ปรากฏขึ้นกลางจอภาพโดยไม่มีที่มา: **[SYSTEM ALERT: SECURITY PROTOCOL OVERRIDE]** **[TARGET: USER_DHANWA // STATUS: COMPROMISED]** **[WARNING: สิ่งแปลกปลอมระดับ SSS กำลังเคลื่อนตัวออกจากลิฟต์ขนของชั้น -2 และจะมาถึงหน้าประตูห้องทำงานของคุณในอีก... 10 วินาที]** ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปไขปริศนาโครงสร้างมรณะนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานฝึกหัดกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งอาคารหมายเลข 4 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%