กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งพัฟอบเนยชั้นดีลอยวนอยู่ในห้องครัวเปิดโล่งของ "Lilas Pâtisserie" ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับคุกกรุ่นราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตอยู่ทุกตารางนิ้ว สายตาทุกคู่ในห้องครัวกำลังจับจ้องมาที่การเผชิญ้าระหว่างอดีตสามีภรรยาคู่นี้อย่างไม่กะพริบตา
"คุณกำลังทำให้มาตรฐานของงานนี้ต่ำลง... ลีลาวดี"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย่อหยิ่งของภาคินดังขึ้นทำลายความเงียบ เขายืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อนด้วยท่าทีสง่างามตามแบบฉบับนักธุรกิจหมื่นล้าน แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาล
ลีลาวดีหยุดมือจากการบรรจุครีมวานิลลามาดากัสการ์ลงในทาร์ตช็อกโกแลต เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ วางถุงบีบลงอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของเธอนิ่งสนิท สง่างาม และเปี่ยมด้วยความมั่นใจแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในอดีต
หญิงสาวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความหวาดกลัวและอ่อนล้า บัดนี้กลับฉายประกายเจิดจ้าดั่งเพชรน้ำงามที่ผ่านการเจียระไนด้วยไฟแห่งความเจ็บปวด
"มาตรฐานที่ต่ำลง หรือสายตาของคุณที่มันล้าสมัยไปแล้วกันแนคะ... คุณภาคิน" น้ำเสียงหวานนุ่มแต่เฉียบคมราดรดลงกลางใจคนฟังจนชายหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ
ภาคินขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาในอก ตั้งแต่วันที่เธอกล้าเซ็นใบหย่าและเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ผู้หญิงที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาคนนั้น ราวกับถูกลบเลือนหายไปจากโลกใบนี้ เหลือเพียง "เชฟลีลาวดี" หญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์และเต็มไปด้วยอำนาจเงียบงันที่กำลังทำให้วงการเบเกอรี่สั่นสะเทือน
"คุณกล้าดียังไง..." เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเข้าไปประชิดเธอจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จางๆ ที่คุ้นเคย มันคือกลิ่นเดียวกับที่เคยติดอยู่บนหมอนในห้องนอนของเขายามที่เธอยังเป็นภรรยา "อย่าลืมนะว่าทุกอย่างที่คุณมีวันนี้ มันเริ่มต้นมาจากเงินทุนของตระกูลภักดีภัทร"
ลีลาวดีไม่ถอยหนี เธอกลับเงີบหน้าสบตาเขาตรงๆ รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เคลือบด้วยหยดน้ำตาแห่งอดีต แต่วันนี้มันกลับทรงพลังเสียจนภาคินรู้สึกหายใจติดขัด
"เงินทุนเหรอคะ?" เธอยิ้มเยาะ "คุณจำไม่ได้หรือไงคะว่าฉันเป็นคนสละสิทธิ์ทุกอย่างเพื่อแลกกับการเป็นอิสระจากผู้ชายใจร้ายอย่างคุณ งานชิ้นนี้... ความสำเร็จของฉันตอนนี้ มันมาจากสองมือคู่นี้และมันสมองของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเศษเงินที่คุณเคยโยนให้เหมือนทานบนเลยสักนิด"
คำพูดนั้นเฉือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ ภาคินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน ความเย่อหยิ่งที่เขาสั่งสมมานานนับปีสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวในแววตาของอดีตภรรยา
ธนภัทร เชฟหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับแสดงออกถึงการปกป้องอย่างชัดเจน
"ขอโทษด้วยนะครับท่านประธานภาคิน แต่ตอนนี้เรากำลังเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันรอบตัดสิน พื้นที่ตรงนี้สงวนไว้เฉพาะผู้เข้าแข่งขันและทีมงานเท่านั้นครับ" ธนภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น
ภาคินหันไปมองธนภัทรด้วยสายตาวาวโรจน์ ความหึงหวงและไม่สบอารมณ์ตีรวนขึ้นมาในอกอย่างไม่มีเหตุผล เขารู้ว่าธนภัทรคือเบื้องหลังสำคัญที่คอยสนับสนุนลีลาวดีในวันที่เธอล้มละลายทางความรู้สึก และความคิดที่ว่าผู้หญิงของเขา... ไม่สิ... อดีตภรรยาของเขากำลังใกล้ชิดกับผู้ชายคนอื่น ทำให้เลือดในกายของเขาร้อนฉ่า
"อย่าล้ำเส้น ธนภัทร" ภาคินขู่ลอดไรฟัน
"คนที่ล้ำเส้นก่อน น่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะ ภาคิน" ลีลาวดีตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด เธอยื่นจานขนมหวานชิ้นเอกที่เพิ่งตกแต่งเสร็จให้เขาดู "ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีงานทำในบริษัทใหญ่โต ก็เชิญชิมผลงานที่ 'มาตรฐานต่ำ' ของฉันเสียหน่อยสิคะ เผื่อว่าต่อมรับรสของคุณจะได้ตื่นจากการหลับใหลเสียที"
บนจานกระเบื้องสีดำสนิท ทาร์ตช็อกโกแลตสอดไส้ราสเบอร์รี่เปรี้ยวอมหวานถูกประดับด้วยน้ำตาลดึงลายเส้นวิจิตรบรรจง รสชาติที่ซับซ้อนระหว่างความหวาน ความขม และความเปรี้ยว ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ สะท้อนเรื่องราวชีวิตของเธอในปัจจุบัน—เจ็บปวด แต่สวยงามและแข็งแกร่ง
ภาคินมองจานขนมนั้นสลับกับใบหน้าของหญิงสาว เขายื่นมือออกไปหยิบช้อนเงินอย่างลังเล ก่อนจะตักชิ้นขนมเข้าปาก รสสัมผัสแรกที่ละลายบนลิ้นทำให้ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความกลมกล่อมที่ลึกซึ้งและทิ้งรสสัมผัสปลายลิ้นไว้อย่างยาวนานนี้... มันไม่ใช่แค่ขนมหวาน แต่มันคือผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของผู้สร้าง
เขากลืนมันลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะรสชาติไม่ดี แต่เป็นเพราะรสชาติของมันกำลังตอกย้ำความโง่เขลาของตนเองในอดีต เขาทิ้งเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตไปเพียงเพราะความเย่อหยิ่งบ้าบอของตัวเอง
ลีลาวดีมองปฏิกิริยานั้นด้วยรอยยิ้มสมเพชระคนสะใจ "เป็นยังไงบ้างคะ รสชาติของความพ่ายแพ้... อร่อยดีไหมคะ?"
ภาคินเงยหน้าขึ้นมองเธอ หัวใจกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขากำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน อยากจะเอ่ยคำขอโทษ อยากจะดึงเธอกลับสู่อ้อมกอด แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีค้ำคอจนริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่น
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังเข้ามาทางประตูกระจกด้านหลังห้องครัว พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอמהเรียกชื่อคนที่คุ้นเคย
"คุณแม่คะ! น้องรันหิวน้ำ—อุ๊ย คุณลุงใจร้ายคนนั้นนี่นา!"
ร่างเล็กของเด็กหญิงวัยราวๆ สี่ขวบในชุดเดรสกระโปรงฟูฟ่องวิ่งเข้ามาซ่อนตัวหลังชายกระโปรงของลีลาวดี ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากผู้เป็นแม่ราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าจมูกโด่งรั้นและโครงหน้าคมคายนั้น... กลับสะท้อนเงาของใครอีกคนอย่างชัดเจนจนน่าตกใจ
ภาคินชะงักงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อเป็นหิน ความรู้สึกทั้งหมดหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาทีเมื่อสายตาคมกริบกวาดมองเด็กหญิงตัวน้อย... ที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับวัยเด็กของเขาเองราวกับแกะ!
—----------
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครของน้ำหวานและภาคินนะคะ เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู)*
เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ•ตอนที่ 4
รอยยิ้มที่เคลือบด้วยน้ำตา
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!