กลิ่นอายของเนยฝรั่งเศสเกรดพรีเมียมที่อบอวลเคล้ากับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศในห้องกระจกใส ไม่สามารถลดทอนความร้อนระอุจากแรงปะทะทางสายตาของคนทั้งคู่ลงได้เลยแม้แต่น้อย
"คุณกำลังเล่นเกมที่ไม่มีวันชนะ ลีลาวดี"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยใช้สั่งการอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหมื่นล้าน เอ่ยลอดไรฟันด้วยความกดดัน ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของภาคินก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของห้องครัวเบเกอรี่หลังร้าน 'Sweet Blossom' โดยไม่ได้รับอนุญาต ชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปสีถ่านไร้รอยยับยืนค้ำหัวเธอ
ลีลาวดีไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว หญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา ปลายผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบเก็บไว้เรียบร้อยเผยให้เห็นลำคอระหงและกรอบหน้าที่คมชัดขึ้นตามกาลเวลา เธอกำลังใช้มีดปาดเค้กสเตนเลสสตีลเกลี่ยครีมแอนตี้เซมิคสีขาวนวลบนชั้นสปันจ์เค้กอย่างใจ Eased บรรจงและนิ่งสนิท ราวกับว่าการมีตัวตนอยู่ของอดีตสามีเป็นเพียงธาตุอากาศที่เธอเลือกจะมองไม่เห็น
จังหวะการเคลื่อนไหวของข้อมือเธอมั่นคง ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย ต่างจากเมื่อสามปีก่อน—ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความสนใจจากเขาบนโต๊ะอาหารหรูหราอย่างไร้ศักดิ์ศรี คนคนนั้นได้ตายไปจากกองเพลิงแห่งความเจ็บปวดในคืนวันยื่นใบหย่าเรียบร้อยแล้ว
"ถ้าหมายถึงเกมธุรกิจที่คุณพยายามจะยัดเยียดข้อเสนอพันธมิตรน่ารังเกียจให้ฉัน ดิฉันคงต้องบอกว่า... คุณเสียเวลาเปล่าค่ะ คุณภาคิน"
ลีลาวดีเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ปลายมีดปาดครีมลงน้ำหนักด้วยความแม่นยำ ทุกสัมผัสสะท้อนความประณีตของเชฟขนมหวานระดับแนวหน้า
"คุณคิดว่าการปฏิเสธสัญญาซื้อขายสาขาทั้งหมดของผม จะทำให้คุณรอดพ้นจากอำนาจที่ผมมีหรือไง?" ภาคินก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด กลิ่นกายหอมเย็นผสมผสานกับบุหรี่ราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก แต่มันไม่ได้ทำให้หัวใจดวงนี้กระหน่ำเต้นด้วยความเสน่หาเหมือนเก่าอีกต่อไป มีเพียงความรังเกียจและระaีตของบาดแผลที่ตกสะเก็ด
"อำนาจเหรอคะ?" คราวนี้ลีลาวดีวางมีดในมือลง เธอยืดตัวเต็มความสูง หันมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตา ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉาบหยาดน้ำตา วันนี้กลับเย็นชาและคมกริบราวกับเศษแก้วเจียระไน "คุณกำลังเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า คุณภาคิน... คนที่เคยคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากคุณ มันหมดอายุการใช้งานไปนานแล้วค่ะ ตอนนี้สิ่งที่ฉันยืนอยู่บนนี้ คือหยาดเหงื่อและศักดิ์ศรีที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ... โดยไม่มีเศษเงินก้นถุงของคุณเจือปนแม้แต่บาทเดียว"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้า Ziggurat หัวใจของภาคินจนเขาต้องขบกรามแน่น สันจيมูกโดดเด่นกระตุกเกร็งด้วยความโกรธกรุ่นและอารมณ์บางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก—ความรู้สึกที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดสามปี ความรู้สึกที่เรียกว่า 'การสูญเสียสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้'
เขากวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำขนมราคาแพง และนึกถึงกระแสตอบรับถล่มทลายจากนิตยสารอาหารชื่อดังที่ยกย่องให้เธอเป็น 'ราชินีแห่งพาร์เฟต์'
ธนภัทร เชฟรุ่นพี่เจ้าของร่วมที่คอยสนับสนุนเธออยู่เบื้องหลัง กำลังเดินทางกลับมาจากประชุมธุรกิจต่างจังหวัด นั่นทำให้ภาคินฉวยโอกาสนี้บุกเข้ามาเพื่อใช้ 'อำนาจ' บีบบังคับให้เธอยอมรับข้อเสนอการควบกิจการ เพื่อที่เขาจะได้มีข้ออ้างในการเข้ามาวนเวียนในชีวิตเธออีกครั้ง
แต่ทว่า... กำแพงที่ลีลาวดีสร้างขึ้นมันหนาเตอะและแข็งแกร่งเกินกว่าที่ค้อนแห่งความเย่อหยิ่งของเขาจะทุบให้พังทลายได้
"คุณใจร้ายขึ้นมากนะ ลีลาวดี" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ พยายามค้นหาเงาของอดีตภรรยาผู้แสนอ่อนหวานคนเดิม แต่พบเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ
"ความใจร้ายของคุณเป็นคนสอนดิฉันเองค่ะ" รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอิ่มสวย มันเป็นรอยยิ้มที่กรีดแทงหัวใจคนมองได้เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าคำด่าทอ "ตอนที่ฉันกราบกรานขอร้องให้คุณมองเห็นหัวใจของฉันบ้าง คุณเลือกที่จะเหยียบย่ำมันลงกับพื้น วันนี้... เมื่อฉันเดินออกมาได้แล้ว ทำไมคะ? หรือว่าคุณทนไม่ได้ที่เห็นผู้หญิงไร้ค่าคนนั้น ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเศษเงินทานจากคุณ"
"น้ำหวาน!" ภาคินเผลอหลุดปากเรียกชื่อเล่นที่เขาไม่ได้เอ่ยมานานนับปี มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้เพื่อดึงเข้าหาตัวด้วยความลืมตัว
"อย่ามาแตะต้องตัวดิฉัน!"
ลีลาวดีสะบัดแขนหนีอย่างรุนแรง ราวกับรังเกียจเดียจฉันท์สัมผัสจากเขา แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ถาดใส่มาการ์ตabl สีพาสเทลที่วางอยู่ริมขอบโต๊ะหลุดร่วงลงสู่พื้น เสียงกระเบื้องแตกกระจายพร้อมกับขนมหวานราคาแพงที่แหลกเหลวไม่เป็นท่า บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธของทั้งสองฝ่ายที่ดังแข่งกัน
ภาคินมองเศษขนมที่แตกกระจายบนพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยาที่ตอนนี้ยืนหายใจกระชั้นชิด ดวงตาของเธอแดงก่ำด้วยความอัดอั้น แต่ไม่มีหยดน้ำตาไหลออกมาสักหยดเดียว นั่นคือเครื่องยืนยันว่าเธอเข้มแข็งเกินกว่าจะพ่ายแพ้ให้เขาอีกแล้ว
"คุณไม่มีวันชนะฉันหรอกค่ะ ภาคิน" ลีลาวดีสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ น้ำเสียงของเธอกลับมานิ่งเรียบและเยือกเย็นอีกครั้ง "ต่อให้คุณจะกว้านซื้อหุ้นทั้งหมด หรือใช้เส้น ใหญ่อำนาจมืดแค่ไหน มากดดันร้านของฉัน... จำไว้ว่า 'ของเน่าเสีย' ที่คุณทิ้งลงถังขยะไปแล้ว ไม่มีวันมีค่าพอให้คุณเดินกลับมาคุ้ยหาหรอกค่ะ เชิญออกไปจากร้านของฉันได้แล้วค่ะ!"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้ภาคินชาไปทั้งร่าง เขาขยับปากจะเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อแก้ตัว แต่ทว่า—
เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาด้านใน ก็ขัดจังหวะความตึงเครียดทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที
"คุณแม่ครับ! น้องวินหิวน้ำจังเลย ทำไมวันนี้ร้านปิดเร็วจัง..."
ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารักวิ่งเข้ามาซุกตัวเข้ากับชายผ้ากันเปื้อนของลีลาวดี ดวงตากลมโตแป๋วแหววถอดแบบมาจากผู้เป็นแม่ออกมาไม่มีเพี้ยน แต่สันจมูกโดดเด่นและโครงหน้าคมคายด้านข้าง... กลับสะท้อนเงาของใครอีกคนอย่างชัดเจนราวกับพิมพ์เดียวกัน
ภาคินชะביกตัวแข็งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล สายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอดขาอดีตภรรยาแน่น สมองของเขาอื้ออึงจนประมวลผลไม่ทัน เมื่อเด็กชายเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยบังเอิญ แล้วเอียงคอถามด้วยความสงสัย
"เอ๊ะ... คุณลุงหน้ายักษ์คนนี้ เป็นใครเหรอครับคุณแม่ ทำไมหน้าตาเหมือนคุณป๋าในรูปถ่ายที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักเลยล่ะครับ?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความเจ็บปวดและงดงามนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— "เมฆหมอกสีชมพู"
เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ•ตอนที่ 5
คำท้าทายบนจานขนม
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!