แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานหนังแท้ราคาแพงระยับถูกกวาดร่วงลงพื้นเสียงดังสนั่น เศษกระดาษสัญญาร่วมทุนและรายงานการเงินกระจัดกระจายราวกับใบไม้ร่วง
ภาคินยืนหายใจหอบกระชั้น หน้าอกแกร่งใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบแดงก่ำจ้องมองผู้ช่วยหนุ่มที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า
"แกหมายความว่ายังไง... ที่บอกว่าดีลกับกลุ่มทุนญี่ปุ่นล่ม!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและราบเรียบเสมอ บัดนี้กลับตวาดลั่นห้องทำงานจนผนังเก็บเสียงแทบไม่ช่วยอะไร
"คะ... คือว่า ทางนั้นแจ้งยกเลิกกะทันหันครับท่านประธาน..." ผู้ช่วยหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้า "พวกเขาบอกว่าเงื่อนไขในสัญญาข้อที่สิบห้าไม่เป็นธรรม และทีมกฎหมายฝั่งเราไม่อาจเจรจาต่อรองได้ลงตัว... ซึ่งปกติแล้ว คุณลีลาวดีจะเป็นคนตรวจทานและเกลาข้อความในสัญญาพวกนี้ให้รัดกุมก่อนส่งทุกครั้ง แต่นี่..."
ภาคินกัดกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนหงุดหงิด
*ลีลาวดีอีกแล้ว...*
ตั้งแต่วันที่หญิงสาวก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาอย่างไร้เยื่อใย ชีวิตและอาณาจักรธุรกิจที่เคยราบรื่นราวกับโรยด้วยกลีบกุหลาบก็เริ่มมีรอยร้าวลึกทีละนิด ภาคินเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า สิ่งที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียง "งานเอกสารไร้สาระ" ที่ภรรยาเอกสารตั๋วเครื่องบิน จองโต๊ะอาหาร หรือแม้แต่คัดกรองเอกสารทางธุรกิจคอยจัดการให้ แท้จริงแล้วมันคือฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ค้ำจุนอาณาจักรของเขาไว้ทั้งหลัง
ไม่มีเธอก็คือน้ำหนักที่ขาดหาย ไม่มีรอยยิ้มอุ่นละมุนที่คอยต้อนรับยามดึก ไม่มีกลิ่นอายอบอุ่นของขนมหวานที่ลอยมาจากห้องครัวชั้นล่าง มีเพียงความว่างเปล่า เยียบเย็น และความวุ่นวายที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังอย่างคนหมดแรง นิ้วเรียวยาวนวดขมับตัวเองแรงๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวที่เล่นงานจนแทบระเบิด ภาพจำของภรรยาตัวเล็กที่เคยเงียบงัน ยอมก้มหน้าก้มตาถูกเขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีมาตลอดหลายปีผุดขึ้นมาในหัว ซ้ำร้าย... วันนี้เธอกลับกลายเป็นเชฟสาวพราวเสน่ห์ที่มีเชฟหนุ่มอนาคตไกลอย่างธนภัทรยืนเคียงข้างคอยปกป้องและสนับสนุนอย่างออกหน้าออกตา
ทางด้านลีลาวดี ในยามนี้เธอกำลังยืนอยู่หน้าเตาอบขนาดใหญ่ในสตูดิโอเบเกอรี่ส่วนตัว กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลาและเนยสดแท้จากฝรั่งเศสลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ มือเรียวบางสวมถุงมือกันความร้อนบรรจงยกถาดเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์เนื้อเนียนออกมาอย่างระมัดระวัง ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนงามฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นใจ
ความสำเร็จของร้าน "La Douceur" ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือหยาดเหงื่อ คราบน้ำตา และความเจ็บปวดที่ถูกหล่อหลอมจนกลายเป็นความแข็งแกร่ง
"น้ำหวานครับ พรุ่งนี้มีแขกคนสำคัญจากนิตยสารอาหารชื่อดังจะเข้ามาขอสัมภาษณ์เรื่องซิกเนเจอร์เมนูใหม่ 'รอยร้าวแห่งความทรงจำ' พร้อมถ่ายทำคอลัมน์พิเศษด้วยนะ"
เสียงนุ่มนวลของธนภัทรดังขึ้นพร้อมกับที่ชายหนุ่มยื่นแก้วชาอุ่นๆ มาให้ หญิงสาวหันไปรับพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่จริงใจ แววตาของธนภัทรที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมและห่วงใยเสมอมา โดยไม่เคยล้ำเส้นจนเธอกลัว
"ขอบคุณนะคะพี่ธน สำหรับทุกอย่าง ถ้าไม่ได้พี่ช่วยดูแลเรื่องการตลาดและประสานงานให้ ร้านเราคงมาไกลขนาดนี้ไม่ได้แน่ๆ" ลีลาวดีกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
"พี่เต็มใจทำเพื่อน้ำหวานอยู่แล้ว... อีกอย่าง คนที่ควรได้เครดิตที่สุดคือน้ำหวานต่างหาก ฝีมือระดับนี้ สมควรแล้วที่จะได้ยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุด" ธนภัทรเอ่ยพร้อมส่งสายตาอบอุ่นที่แฝงความรู้สึกลึกซึ้งบางอย่าง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศในร้านของเธอกำลังเต็มไปด้วยความเจริญก้าวหน้าและเสียงหัวเราะ
ณ คฤหาสน์ตระกูลภาคิน กลับเต็มไปด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด มารดาของภาคินนั่งหน้าเครียดอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ หล่อนกำลังถือโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งวางสายจากหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ
"เกิดอะไรขึ้นกับบริษัทลูกของเราทำไมหุ้นถึงร่วงติดกันสามวันซ้อนแบบนี้!" คุณหญิงวิภาวดีเอ่ยคาดคั้นบุตรชายทันทีที่ภาคินก้าวเท้าเข้าบ้านมาด้วยสภาพเหนื่อยล้า
"ผมกำลังจัดการอยู่ครับแม่" ภาคินตอบเสียงเรียบ พยายามระงับความหงุดหงิด
"จัดการ? แกจัดการยังไงถึงปล่อยให้บริษัทเสียหายเป็นสิบล้านแบบนี้! ตั้งแต่ที่แกหย่ากับยายน้ำหวานแล้วไล่เธอออกไปจากบ้าน ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ไปตัวเปล่า... แกคงไม่รู้ใช่ไหมว่า ลูกค้าวีไอพีหลายคนและพาร์ทเนอร์รายใหญ่เขาถอนตัวเพราะเขาไว้ใจฝารีวิวและการประสานงานของน้ำหวานต่างหาก ไม่ใช่ตัวแก!"
คำพูดราวกับคมมีดกรีดลงกลางใจของมารดาทำให้ภาคินชะงักกะทันหัน หัวใจชาวาบไปทั่วทั้งร่าง ความทระนงตนที่เคยมีมาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง เขาไม่เคยคิดเลยว่า ผู้หญิงที่เขาเคยมองว่าเป็นเพียงเงาไร้ค่าในบ้าน จะกลายเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนความสำเร็จทั้งหมดของเขาไว้เบื้องหลังอย่างเงียบเชียบ
ดวงตาคมเข้มทอประกายความเจ็บปวดและสำนึกเสียใจขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ทิฐิที่สั่งสมมานานก็ยังคงค้ำคออยู่
"ผมไม่ได้พึ่งพาผู้หญิงคนนั้น!" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ตอบกลับมารดาเสียงแข็ง
"ปากแข็งไปเถอะตาคิน! ถ้าแกยังทำตัวหยิ่งผยองแบบนี้ ไม่ช้าก็เร็ว... สิ่งที่พ่อกับแกช่วยกันสร้างมา มันจะพังทลายคามือแกเอง และตอนนั้น... ต่อให้แกคุกเข่าอ้อนวอน ยายน้ำหวานก็ไม่มีวันหันกลับมามองแกอีกเด็ดขาด!"
คำประกาศิตของมารดาเหมือนค้อนเหล็กทุบซ้ำลงบนหน้าอกข้างซ้ายของภาคินอย่างจัง ภาพใบหน้าเรียบเฉยและแววตาสนิทแน่ไร้เยื่อใยในวันเซ็นใบหย่าของลีลาวดีผุดวาบขึ้นมาในสมอง ราวกับเสียงก้องเตือนสติว่า เขากำลังจะสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปตลอดกาลจริงๆ
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น ตัดสินใจก้าวขึ้นบันไดตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวเพื่อค้นหาเอกสารเก่าบางอย่างที่อาจเชื่อมโยงถึงปัญหาธุรกิจในตอนนี้ ทว่า เมื่อเขาเปิดลิ้นชักลับที่เคยเก็บสมุดบันทึกเก่าๆ ของภรรยา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่เอกสารทางธุรกิจ
แต่เป็นสมุดบันทึกเล่มเล็กปกสีชมพูอ่อนที่ตกหล่นอยู่ พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกเปิดค้างไว้ หน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายที่ถูกพับมุมไว้ มีลายมือคุ้นตาเขียนบันทึกด้วยหมึกสีดำสนิทเอาไว้สั้นๆ แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ...
*วันที่เราจากกัน คือวันที่ฉันเป็นอิสระ... และเป็นวันที่คุณจะได้รู้ซึ้งถึงความพินาศที่แท้จริงจากน้ำมือของความเย็นชาที่คุณสร้างขึ้นเอง*
ภาคินตัวชาดิ่ง มือหนาหยิบกระดาษอีกแผ่นที่ร่วงออกมาจากซองขึ้นมาดูด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบนผลตรวจสุขภาพและเอกสารทางกฎหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน...
เอกสารที่ระบุชัดเจนถึงการถือครองหุ้นใหญ่ 35% ของบริษัทตระกูลภาคิน ที่ปัจจุบัน... ถูกโอนย้ายสิทธิ์ไปอยู่ในชื่อของ "ธนภัทร และ ลีลาวดี" อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ!
พบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ•ตอนที่ 13
รอยร้าวในใจ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!