เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ•ตอนที่ 14

คำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นหอมกรุ่นของดาร์กช็อกโกแลต 70% ผสมผสานกับความขมปร่าของวานิลลาฝักแท้ ลอยอวลอยู่ในห้องครัวส่วนตัวของร้านเบเกอรี่ ‘Le Douceur’ ทว่าบรรยากาศกลับไร้ซึ่งความรื่นรมย์ใดๆ เมื่อเงาสูงใหญ่ของชายผู้ไม่ได้รับเชิญทาบทับลงบนโต๊ะเตรียมแป้ง เสียงขูดเกรียงโลหะตัดลงบนแป้งทาร์ตดัง ‘แคว่ก’ เป็นจังหวะเดียวกับความเงียบงันที่ถูกถักทอขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ ลีลาวดีไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองร่างที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้า เธอเพียงแค่บรรจงรีดแป้งพายให้บางเฉียบด้วยลูกกลิ้งหินอ่อนอย่างใจเย็น ราวกับว่าอากาศธาตุเบื้องหน้าไม่มีตัวตน "น้ำหวาน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย็นชาจนเฉือนหัวใจเธอในอดีต บัดนี้กลับสั่นพร่าและเจือความเวทอนาถอย่างน่าสมเพช ภาคินกลืนก้อนความขมขื่นลงคอ เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเธออีกนิด ทว่าปฏิกิริยาที่ได้รับกลับเป็นเสียงกระแทกถาดอบอะลูมิเนียมลงกับเคาน์เตอร์ดังสนั่นจนเขาต้องชะงัก "เชิญค่ะคุณภาคิน ถ้าจะมาเพื่อสั่งเค้ก ฉันเกรงว่าคิวของทางร้านจะเต็มไปจนถึงสิ้นปี แต่ถ้ามาเพื่อเหตุผลอื่น... ดิฉันคิดว่าเราไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องเสวนากันเป็นกิจลักษณะ" ลีลาวดีเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะปรายตาแล รอยยิ้มที่เธอประดับไว้บนริมฝีปากเป็นรอยยิ้มแบบมืออาชีพ รอยยิ้มที่สุภาพ ไร้ที่ติ และเย็นชาเสียจนบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนที่ยืนฟัง ภาคินรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบเค้นลำคอจนหายใจไม่ออก ภาพของอดีตภรรยาที่เคยเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายและรอคอยความสนใจจากเขาในค่ำคืนอันโดดเดี่ยวซ้อนทับขึ้นมากับหญิงสาวตรงหน้า ทว่าผู้หญิงคนนี้... ลีลาวดีในยามนี้ ไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอดלดงาม เย่อหยิ่ง และแข็งแกร่งราวกับเพชรเม็ดงามที่ผ่านการเจียระไนด้วยไฟแห่งความเจ็บปวด "ผม... ผมแค่อยากจะพูดคำนั้น" ภาคินพ่นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก มือหนาที่เคยใช้เซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาลกำลังสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อวางลงบนขอบโต๊ะ "คำที่ผมติดค้างคุณมาตลอดหลายปี... น้ำหวาน ผมขอโทษ" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องทำความเย็นของตู้แช่เค้กที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ เป็นฉากหลัง ลีลาวดีหยุดมือจากการแต่งหน้าขนมเค้ก เธอนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนจะค่อยๆ วางถุงบีบครีมลงบนถาด เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งประกายแห่งความโกรธเกรี้ยว หรือแม้แต่ความเสียใจ... มันว่างเปล่าเสียจนน่ากลัว "ขอโทษ?" ทวนคำนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเชฟสาว "คุณภาคินคะ คำว่าขอโทษ มันมีราคาค่างวดแค่ไหนในสายตาคุณเหรอคะ? มันซื้อแป้งทำขนมได้ไหม? หรือมันลบเลือนรอยแผลเป็นในใจฉันได้?" "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย..." ภาคินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะมากขึ้น แววตาคมกริบฉายแววสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง รisรอยร้าวในใจของเขาขยายวงกว้างขึ้นทุกครั้งที่ได้เห็นแววตาห่างเหินของเธอ "ตอนนั้นผมมันตาบอด ผมไม่เคยเห็นค่าของคนที่อยู่ข้างกาย จนกระทั่งวันที่คุณเดินจากไป... บ้านหลังนั้นมันว่างเปล่า ไม่มีกลิ่นอายของคุณ ไม่มีรอยยิ้มของคุณ ผมถึงได้รู้ว่าผมทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตลงด้วยมือของตัวเอง" คำสารภาพนั้นพรั่งพรูออกมาจากปากของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เขายอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีเพื่อแลกกับการได้มองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงความเงียบงันที่เยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง "น่าประทับใจนะคะ..." ลีลาวดีเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง "บทละครเกี่ยวกับการสำนึกผิดของอดีสามีผู้เย่อหยิ่ง คงจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าถ้าเอาไปเขียนเป็นนิยายน้ำเน่าสักเล่ม แต่โชคดีค่ะที่ฉันไม่ใช่ผู้อ่านที่อินกับฉากดราม่าเรียกน้ำตาพวกนั้น" "น้ำหวาน..." "ฟังให้ดีนะคะคุณภาคิน" ลีลาวดีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่มั่นคงในทุกพยางค์ "ความเสียหายที่คุณทำ1ลงไป มันเกินกว่าคำว่า 'ขอโทษ' จะเยียวยาได้ วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระ วันที่คุณผลักไสฉันออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย คุณไม่เคยคิดถึงหัวใจฉันเลยสักนิด แล้ววันนี้ คุณจะมาเรียกร้องความเห็นใจจากผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีงั้นเหรอคะ? ฝันไปเถอะค่ะ" คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่พุ่งเข้าปักอกของภาคิน เขาเจ็บปวด... เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าตอนที่ถูกปฏิเสธทางธุรกิจหลายร้อยล้าน ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจจนแทบแหลกสลาย เขาอยากจะเอื้อมมือไปคว้ามือสมส่วนนั้นมาแนบแก้ม อยากจะคุกเข่าลงตรงหน้าเธอเพื่อให้เธอยกโทษให้ แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้ดั่งใจ ราวกับถูกตอกตรึงไว้ด้วยความละอายใจ "ถ้าคุณไม่มีธุระเรื่องเค้กแล้ว ก็เชิญออกไปจากร้านของฉันด้วยค่ะ ลูกค้าคนอื่นอาจจะรังเกียจที่เห็นบรรยากาศแย่ๆ แบบนี้" ลีลาวดีผายมือไปยังประตูทางออก เป็นการขับไล่อย่างไร้เยื่อใยที่สุด ภาคินกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูน เขารู้ดีว่าการมาวันนี้มันสายเกินไป... สายเกินกว่าจะแก้ไขอะไรได้ง่ายๆ แต่จะให้ตัดใจเดินหันหลังกลับไปโดยไม่ทำอะไรเลย หัวใจของเขาก็คงด้านชาและตายด้านไปตลอดกาล ดวงตาคมเข้มทอดมองเธอด้วยความอาลัยอาวรณ์ระคนเจ็บปวด ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาด้วยน้ำเสียงที่แห้งผาก "ผมจะไม่ไปไหนหรอกนะน้ำหวาน... จนกว่าคุณจะยอมให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเอง แม้ว่ามันจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม" สิ้นคำพูดนั้น ภาคินก็หมุนตัวเดินสาวเท้ากว้างออกไปจากห้องครัว ทิ้งให้ลีลาวดีืนนิ่งอยู่ลำพังท่ามกลางกลิ่นอายของช็อกโกแลตที่เริ่มจางหาย หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบไหวอย่างหาสาเหตุไม่ได้ แม้ปากจะปฏิเสธและแสดงความแข็งกร้าวออกไปเพียงใด แต่ความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งก็ยังคงสร้างรอยร้าวในใจเธอได้ไม่น้อย ขณะที่ลีลาวดีกำลังจะยกมือขึ้นนวดขมับเพื่อขับไล่ความปวดร้าว ประตูห้องครัวด้านหลังซึ่งเชื่อมต่อกับลานจอดรถส่วน 1บุคคลก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงโปรดของธนภัทรที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือหนาของเชฟหนุ่มรุ่นพี่ถือแท็บเล็ตเครื่องโปรดเข้ามาใกล้เธอด้วยความรีบร้อน "น้ำหวาน! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." ธนภัทรละล่ำละลักเอ่ยขึ้น ลมหายใจหอบถี่ราวกับวิ่งมาไกล "คุณรีบดูนี่สิ มีคนส่งคลิปนี้เข้ามาในเพจของร้านเราเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน..." ลีลาวดีขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตที่ธนภัทรยื่นมาให้ ภาพวิดีโอความยาวสั้นๆ แสดงให้เห็นลานจอดรถด้านหลังร้าน และภาพที่ปรากฏอยู่บนจอนั้น ทำให้ลมหายใจของเชฟสาวถึงกับสะดุดกึก ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบคนหนึ่งกำลังยืนโบกมืออยู่ข้างกายของภาคินที่เพิ่งเดินออกไป และเสียงใสแจ๋วของเด็กน้อยที่ดังลอดเข้ามาในไมโครโฟนของกล้องวงจรปิดก็ทำให้โลกรอบตัวเธอดับวูบลงในทันที *“คุณลุงใจดีคนนี้... หน้าตาเหมือนคุณแม่ตอนเด็กๆ เลยฮะ เหมือนรูปถ่ายในอัลบั้มที่บ้านเลย!”* พบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%