กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพี ไม่ได้ช่วยลดทอนไอความร้อนระอุที่แผดเผาอยู่ในอกของภาคินเลยแม้แต่น้อย
เบื้องหน้าของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล คือจานกระเบื้องสีดำสนิทที่ขับเน้นให้ชิ้นขนมปารีส-เบรส (Paris-Brest) ขนาดพอดีคำดูโดดเด่นราวกับงานศิลปะชั้นสูง แต่งแต้มด้วยการโรยถั่วเฮเซลนัทคั่วกรอบสีทองอร่ามและผงทองคำเปลวบริสุทธิ์ ทว่า สิ่งที่ดึงดูดสายตาคมกริบของเขาคือน้ำตาลเคี่ยวสีอำพันที่ถูกดัดแปลงให้เป็นเส้นใยบางเบา ดั่งรังนกที่ห่อหุ้มความบอบช้ำไว้ภายใน
มันคือขนมหวานชนิดเดียวกันกับที่ลีลาวดีเคยลงมือทำด้วยความตั้งใจอันเปี่ยมล้นเมื่อสามปีก่อน ในค่ำคืนวันครบรอบแต่งงานที่ว่างเปล่า... คืนที่เขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยด้วยถ้อยคำบาดหูว่า *"เสียเวลาเปล่า ของไร้รสนิมชาตินี้ ต่อให้เธอพยายามทำจนตาย ฉันก็ไม่ชายตาแลหรอก น้ำหวาน"*
"เชิญค่ะ ท่านประธานภาคิน" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ราบเรียบไร้ความรู้สึกของหญิงสาวดังขึ้นทำลายความเงียบ ลีลาวดีในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยืนกอดอกมองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับจ้องมองคนแปลกหน้า เธอดึงตัวกลับมาจากการเป็นภรรยาผู้แสนโง่เขลาในอดีตได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหลือเพียงเชฟสาวมือรางวัลผู้ทรงเกียรติและเจ้าของร้านเบเกอรี่ที่กำลังจะเหยียบย่ำความมั่นใจของเขาให้แหลกคราบ
ภาคินเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา แววตาคู่นั้นไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอด มือหนาที่เคยใช้เซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาลสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปหยิบช้อนเงินด้ามเรียว
"คุณตั้งใจทำมันขึ้นมาเพื่อเยาะเย้ยผมสินะ... น้ำหวาน" ภาคินเค้นเสียงถาม รอยยิ้มหยันถูกจุดขึ้นที่มุมปากเพื่อปกปิดความสั่นไหวในทรวงอก
"ดิฉันไม่มีเวลาว่างพอที่จะทำอะไรไร้สาระเพื่อเยาะเย้ยคุณหรอกค่ะท่านประธาน" ลีลาวดีสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดที่อาบยาพิษ "ถ้าคุณคิดว่านี่คือการแก้แค้น... กรุณาชิมมันก่อนค่อยวิจารณ์ค่ะ เพราะถ้าคุณยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่บ้าง รสชาตินี้คงบอกคุณได้ดีว่า สามปีก่อนคุณเหยียบย่ำหัวใจของใครลงไปบ้าง"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ภาคินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะใช้ช้อนตัดชิ้นขนมปารีส-เบรสให้ผ่าซีก แป้งชูว์ (Choux pastry) กรอบนอกนุ่มในส่งเสียงกรอบแกรบเบาๆ ครีมพราลีนเฮเซลนัทเข้มข้นทะลักออกมาผสมผสานกับไส้ตรงกลางที่เป็นซอสราสเบอร์รีสีแดงฉานดั่งหยดเลือด
เขานำมันเข้าปาก ช้าๆ... และตั้งใจ
สัมผัสแรกคือความกรอบหอมของถั่วคั่ว ตามด้วยความหวานละมุนของครีมที่ละลายในปาก ทว่า... เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา รสเปรี้ยวจี๊ดบาดลึกของราสเบอร์รีก็พุ่งทะยานขึ้นมาตัดความเลี่ยนอย่างรุนแรง มันคือรสชาติที่ซับซ้อนและเจ็บปวด คล้ายกับความหวานชื่นที่ถูกฉีกกระชากด้วยความจริงอันแสนโหดร้าย ความเปรี้ยวที่ปลายลิ้นนั้นชัดเจน เสียดแทง และแฝงไปด้วยความเค็มปร่าจางๆ... เค็มราวกับหยดน้ำตาที่รินไหลในค่ำคืนอันโดดเดี่ยว
ภาคินชะงักกึก ช้อนในมือร่วงหล่นลงกระทบจานกระเบื้องเสียงดัง *เคร้ง*
ใบหล่อเหลาที่เคยเย่อหยิ่งซีดเผือก ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพในอดีตผุดพรั่งพรูเข้ามาในหัวราวกับเทปที่ถูกกดกรอถอยหลัง... ภาพหญิงสาวร่างบอบบางที่ยืนรอเขาอยู่หน้าโต๊ะอาหารจนดึกดื่น ภาพดวงตากลมโตที่คลอหน่วยไปด้วยหยดน้ำตาแต่ยังคงฝืนยิ้ม ภาพร่องรอยความเหนื่อยล้าบนปลายนิ้วของเธอที่เกิดจากการฝึกทำขนมซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้ถูกใจเขา
*“น้ำหวานทำเต็มที่ที่สุดแล้วนะคะพี่คิน... ชิมสักคำนะคะ”* เสียงหวานสั่นเครือในความทรงจำดังสะท้อนก้องในโสตประสาท จนภาคินต้องหลับตาแน่น มือทั้งสองข้างกำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน หัวใจของเขาบีบรัดเข้าหากันอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบไปหมด มันไม่ใช่แค่ความไม่อร่อย... แต่มันคือรสชาติของ "ความผิดบาป" ที่เขาไม่มีวันลบเลือน
"อร่อยไหมคะ..." ลีลาวดีโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของเขา "รสชาติของความพยายามที่ถูกโยนทิ้งถังขยะ... รสชาติของการถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย... คุณยังจำมันได้ไหมคะ ภาคิน"
"น้ำหวาน..." ภาคินเปล่งชื่อเธอออกมาได้เพียงแค่นั้น เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างน่าสมเพช ผู้ชายที่เคยคุมเกมเหนือกว่าทุกคน บัดนี้กลับพ่ายแพ้อย่างราบคาบต่อชิ้นขนมธรรมดาๆ ชิ้นเดียว ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อความจริงกระแทกใส่หน้าเขาอย่างจังว่า สิ่งที่เขาทำลายลงไปในอดีต คือเพชรแท้ล้ำค่าที่สุดในชีวิต
เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อร้องขอความเห็นใจ หรือแม้แต่คำขอโทษที่สายเกินแก้ ทว่า ประตูห้องรับรองวีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปรดของธนภัทรที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่มือหนากลับถือแฟ้มเอกสารบางอย่างยื่นให้ลีลาวดี
"น้ำหวานครับ เอกสารการตรวจสอบบัญชีของบริษัทภาคินกรุ๊ปตามที่คุณต้องการเรียบร้อยแล้วครับ ทรัพย์สินและหุ้นทั้งหมดในส่วนที่เคยตกลงกันไว้... ถูกโอนย้ายมาเป็นชื่อของคุณอย่างสมบูรณ์แบบแล้วครับ"
ภาคินเบิกตากว้าง หันขวับไปมองธนภัทรสลับกับอดีตภรรยา ความตื่นตระหนกวาบขึ้นในแววตาเมื่อตระหนักได้ว่า เกมนี้ไม่ได้มีแค่การแก้แค้นทางความรู้สึก แต่เธอกำลังจะทำลายล้างอาณาจักรธุรกิจทั้งหมดของเขาด้วย
แต่ทว่า... ก่อนที่ภาคินจะได้เอ่ยปากทักท้วงอะไร เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยประมาณสามขวบก็ดังแทรกขึ้นจากด้านนอกประตูที่เปิดแง้มไว้
"คุณแม่ครับ! น้องรันหิวน้ำจังเลย คุณแม่ซื้อพุดดิ้งให้รันนะฮะ!"
เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นถอดแบบมาจากภาคินราวกับพิมพ์เดียวกัน วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาสวมกอดขาของลีลาวดีไว้แน่น โดยที่เจ้าตัวเล็กยังไม่ทันได้สังเกตเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนโซฟา
ภาคินราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม โลกทั้งใบหยุดหมุนในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อก้มมองเด็กชายผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตนเองในวัยเด็กยิ่งกว่าเงาในกระจก
ความลับที่ถูกซ่อนเร้นมาตลอดสามปี... กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าเขา ณ วินาทีนี้
พบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ•ตอนที่ 12
รสชาติแห่งความสำนึกผิด
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!