กลิ่นหอมหวานของมูสวานิลลามาดากัสการ์และกลิ่นอายเนยสดแท้จากฝรั่งเศส ไม่สามารถกลบความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในห้องครัวลับของร้าน *‘Le Cœur Doux’* ได้เลยแม้แต่น้อย
"น้ำหวานครับ... ตรงฐานทาร์ตอันนี้ เนื้อสัมผัสมันยังขาดความกรอบแบบที่ผมชอบนะ ลองชิมดูสิ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของเชฟธนภัทรดังขึ้น พร้อมกับปลายนิ้วเรียวยาวที่ยื่นชิ้นส่วนขนมป้อนมาตรงหน้า ลีลาวดีชะงักมือที่กำลังถือไม้พาย เธอไม่ได้เบี่ยงตัวหลบในทันที เพราะความคุ้นชินจากการทำงานร่วมกันหลายเดือนสอนให้รู้ว่านี่คือความเป็นมืออาชีพของเชฟรุ่นพี่ผู้ตระเตรียมทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน เธอก้มลงกัดชิ้นขนมปองเบา ๆ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินรสชาติ
"อืม... จริงด้วยค่ะเชฟภัทร แป้งน่าจะอบนานกว่านี้อีกสักสวินาที เนยถึงจะคายความหอมออกมาได้เต็มที่"
รอยยิ้มบางเบาที่ระบายขึ้นบนเรียวปากอิ่มของลีลาวดีช่างงดงามเหลือเกิน เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของผู้หญิงที่ยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง รอยยิ้มที่ไม่มีวันจะได้เห็นในยามที่เธอยังคงสถานะเป็นภรรยาไร้ค่าในบ้านตระกูลภาคิน รอยยิ้มที่เคยมีให้เขาแค่ความเงียบงันและคราบน้ำตา...
ปึง!
เสียงกระแทกประตูห้องครัวกระจกนิรั้นดังสนั่นจนวัตถุดิบและอุปกรณ์บนเคาน์เตอร์สั่นสะเทือน ลีลาวดีสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองผู้มาเยือนด้วยสายตารังเกียจที่ปิดไม่มิด ขณะที่ธนภัทรขยับตัวก้าวมาบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่งอย่างปกป้อง ดวงตาคมกริบของเชฟหนุ่มมองตรงไปยังผู้บุกรุกด้วยความไม่พอใจ
ภาคินยืนหายใจกระฮืดกระหอบ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยเพลิงโทสะที่แผดเผาจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาคู่คมสีสนิมกวาดมองมือของธนภัทรที่ยังคงปัดป้ายเศษแป้งอยู่ใกล้ชิดกับไหล่ของลีลาวดี ภาพเมื่อครู่ที่เขาเห็นผ่านกระจกใส—ภาพที่เธอยอมให้ผู้ชายคนอื่นป้อนขนมและส่งสายตาหวานซึ้งให้—กำลังกรีดแทะหัวใจของเขาจนแทบแหลกสลาย
คิดหรือว่าเขาจะยอมปล่อยให้ผู้หญิงของเขาไปอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่นอย่างนั้นหรือ? ไม่มีวันเสียหรอก!
"ออกจากร้านของฉันเดี๋ยวนี้!" เสียงหวาดระแวงและเกรี้ยวกราดตวาดลั่น ภาคินก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาประชิดตัวธนภัทร ผลักไหล่กว้างของเชฟหนุ่มออกห่างจากลีลาวดีด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่
"คุณภาคิน! กรุณาให้เกียรติสถานที่และคนของผมด้วยครับ" ธนภัทรไม่ใช่ผู้ชายที่จะยอมให้ใครมารังแกง่าย ๆ เขายืดอกขึ้นสู้ สายตาคมกวาดมองอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งด้วยความดูแคลน "ที่นี่คือพื้นที่ทำงาน และคุณกำลังทำลายสมาธิของเชฟ"
"คนของแกงั้นเหรอ?" ภาคินแค่นหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนมุมปากแต่แววตากลับแดงก่ำด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวยังไม่ยอมรับความจริง "เมียแต่งของฉัน... กลายมาเป็น 'คนของแก' ตั้งแต่เมื่อไหร่ เชฟกระจอก ๆ อย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องเธอ!"
"อดีตสามีผู้ประเสริฐ..." ลีลาวดีก้าวออกมาจากด้านหลังของธนภัทร น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเย็นชาเสียจนภาคินต้องชะงัก เธอมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับเขากลายเป็นเพียงธาตุอากาศไร้ตัวตน "กรุณาจำใส่สมองเอาไว้ด้วยนะคะคุณภาคิน ว่าคำว่า 'เมีย' ที่คุณพูดถึง มันขาดอายุความไปตั้งแต่ตั๋วหย่าใบนั้นปริ้นท์ออกมาแล้วค่ะ"
คำพูดนั้นบาดลึกยิ่งกว่าใช้มีดกรีดลงบนเนื้อสด ภาคินรู้สึกราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายสัปดาห์ ร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปครึ่งก้าว หัวใจในอกเต้นรัวระรัวด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว ความหวาดกลัวที่ว่า... เขาอาจจะสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปตลอดกาลจริง ๆ
"น้ำหวาน..." นามที่เคยเรียกด้วยความหมางเมิน บัดนี้กลับสั่นเครืออย่างน่าสมเพช "กลับบ้านเราเถอะนะ... ผมขอร้อง กลับไปคุยกันที่บ้านของเรา"
"บ้าน?" ลีลาวดีหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความขื่นขมที่สะสมมานานแรมปี "คุณเคยคิดว่าที่นั่นเป็น 'บ้าน' ของฉันด้วยเหรอคะคุณภาคิน? ที่นั่นมันก็แค่กรงขังที่ฉันเกือบเอาชีวิตไม่รอดต่างหากล่ะคะ และจำใส่ใจไว้ด้วยว่า คนอย่างลีลาวดีไม่มีวันเดินกลับไปติดกับดักเดิมซ้ำสองเด็ดขาด!"
ธนภัทรเอื้อมมือมาแตะข้อศอกของลีลาวดีเบา ๆ เป็นเชิงปลอบโยน "เชฟน้ำหวานครับ เดี๋ยวผมจัดการตรงนี้เอง คุณไปพักผ่อนเถอะครับ"
ภาพการกระทำอันสนิทสนมนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ ภาคินเลือดขึ้นหน้าจนแทบคลั่ง เขาพุ่งเข้าจะกระชากตัวธนภัทร แต่ลีลาวดีกลับก้าวมาขวางไว้ทันที ดวงตาคู่สวยจ้องมองเขาด้วยความเด็ดเดี่ยว
"ถ้าคุณยังไม่หยุดทำตัวต่ำทรามและสร้างความวุ่นวายในร้านของฉัน ฉันจะเรียกตำรวจเชิญคุณออกไปทันทีค่ะ เลือกเอา... ว่าจะเดินออกไปเองอย่างมีศักดิ์ศรี หรือจะให้ฉันลากคุณออกไปให้อายพนักงาน!"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ภาคินยืนนิ่งค้าง เปลวเพลิงแห่งความโกรธเกรี้ยวถูกแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดร้าวลึกที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ เขาไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนปฏิเสธและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้ถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขาตลอดมา
ดวงตาคมกวาดมองทั้งคู่ด้วยความเคียดแค้นผสมความร้าวราน ก่อนที่เขาจะแค่นเสียงลอดไรฟัน "เธอเลือกมันสินะ... ลีลาวดี"
"ใช่ค่ะ ฉันเลือกชีวิตใหม่ เลือกคนให้เกียรติฉัน... ซึ่งมันไม่ใช่คุณ!"
ภาคินหันหลังเดินกลับออกไปด้วยสภาพที่จิตใจแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เขาก้าวขึ้นรถคันหรูด้วยมือที่สั่นเทา ขับรถออกไปอย่างไร้จุดหมายปลายทางท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาทัศนียภาพพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาที่เขาไม่อเคยคิดว่าจะหลั่งไหลออกมาให้ใครเห็น
กระทั่งโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทสั่นครืดขึ้นมา ภาคินจอดรถเข้าข้างทางด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว แต่เมื่อก้มลงมองหน้าจอ... สายตาของเขาก็ต้องหยุดนิ่งสนิท ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นข้อความและรูปถ่ายจากนักสืบส่วนตัวที่เขาจ้างให้คอยตามสืบเรื่องของลีลาวดี
มันคือภาพถ่ายใบเสร็จค่าใช้จ่ายจากคลินิกสูตินรีเวชแห่งหนึ่งเมื่อสามสัปดาห์ก่อน พร้อมกับข้อความสั้น ๆ ที่ทำเอาโลกทั้งใบของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลพังทลายลงในพริบตา
*<รายงานด่วน: คุณลีลาวดีไม่ได้ไปตรวจสุขภาพทั่วไปครับ... แต่เธอเข้ารับการฝากครรภ์ และอายุครรภ์ปัจจุบัน... ตรงกับช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่พวกคุณจะหย่ากันพอดีครับ นายท่าน!>*
"มะ... หมายความว่ายังไง..." ภาคินพึมพำกับความว่างเปล่า มือที่ถือโทรศัพท์สั่นสะเทือนรุนแรงจนแทบหลุดมือ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความช็อกระคนตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อตระหนักได้ว่า... เขากำลังจะสูญเสียทั้งตัวเธอ... และเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองไปพร้อม ๆ กัน!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ•ตอนที่ 9
ความหึงหวงที่ไม่เคยรู้ตัว
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!