กลิ่นอายของวานิลลามาดากัสการ์และช็อกโกแลตแท้ 72 เปอร์เซ็นต์ลอยอบอวลคละคลุ้งไปทั่วห้องครัวสเตนเลสสตีลขัดเงา
แต่บรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง เมื่อคำถามที่สั่นคลอนหัวใจของภาคินถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากหยักลึกที่เคยเอื้อนเอ่ยแต่คำดูถูกเหยียดหยาม ในอดีตเขามองว่าน้ำหวานเป็นเพียงภรรยาไร้ค่าที่เกาะเขาKIN CORP กินนอนไปวันๆ เป็นผู้หญิงน่าเบื่อที่ไม่มีแม้แต่ความสามารถจะยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง
ทว่าในวินาทีนี้... ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือ "เชฟลีลาวดี" เจ้าของร้านเบเกอรี่ชื่อดังระดับท็อปที่ใครๆ ก็ต่างแย่งชิงตัว และเธอยังเป็นแม่ของเด็กชายตัวน้อยที่หน้าตาถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน
"น้ำหวาน... ฉันถามเธอว่า เด็กผู้ชายคนนั้นใช่ลูกของเราไหม!"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย่อหยิ่งบัดนี้กลับสั่นพร่าเล็กน้อย ภาคินก้าวเท้าเข้าประชิดแผ่นหลังบางที่กำลังง่วนอยู่กับการตกแต่งขนมเค้กชิ้นสุดท้าย ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความสับสนและระลอกคลื่นแห่งความรู้สึกที่อัดอั้น
ลีลาวดีหยุดมือจากการใช้พายยางเกลี่ยครีมแชมทิลลีสีขาวบริสุทธิ์ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ก่อนจะค่อยๆ วางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะหินอ่อนอย่างเชื่องช้า ท่าทีที่สงบนิ่งและเยือกเย็นเกินกว่าคาดเดานั้น ยิ่งทำให้ภาคินรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ริมหน้าผาที่ไร้ก้นบึ้ง
เธอยังไม่หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาในทันที ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีั้นหัวใจคนทั้งคู่
บนถาดกระเบื้องสีดำสนิทตรงหน้า มีชิ้นงานมาการ์องรสชาติพิเศษที่เธอเพิ่งบรรจงทำเสร็จเรียบร้อย มันถูกจัดวางอย่างประณีต ขนมชิ้นแรกเป็นมาการ์องสีชมพูหม่น แต่งแต้มด้วยลวดลายของหยดน้ำตาที่วาดด้วยดาร์กช็อกโกแลต ขนมชิ้นที่สองเป็นสีเทาเข้มเนื้อสัมผัสขรุขระ และชิ้นสุดท้ายคือสีขาวบริสุทธิ์ที่สอดไส้ด้วยรสเปรี้ยวอมหวานของราสเบอร์รี่แท้
"คุณภาคินจำรสชาตินี้ได้ไหมคะ..." เสียงหวานใสแต่เย็นชาเอ่ยขึ้นแผ่วเบา เธอกล่าวโดยไม่หันกลับไปมองเขาแม้แต่น้อย
"น้ำหวาน... เลิกเล่นลิ้นสักที ตอบคำถามฉัน เด็กคนนั้น... เป็นลูกของฉันใช่ไหม" ภาคินกัดกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความร้อนรุ่ม เขาพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าไหล่บางให้หันมาเผชิญหน้ากันตรงๆ แต่ลีลาวดีกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างแนบเนียน ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขาเสียเต็มประดา
"คุณอยากรู้ความจริงเหรอคะ?" หญิงสาวหมุนตัวกลับมาสบตาเขา รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากนั้นกรีดลึกลงในหัวใจของอดีตสามีอย่างเจ็บแสบ "คนที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้หญิงคนหนึ่งจนไม่เหลือชิ้นดี... มีสิทธิ์อะไรมาถามหาความเป็นพ่อคะ?"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปักอกภาคินราวกับมีดคมกริบ เขาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ภาพในอดีตย้อนกลับมาหลอกหลอน วันที่เธอกลั้นใจเดินหอบเสื้อผ้าออกจากคฤหาสน์หลังโตท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ วันที่เธอยื่นใบหย่าพร้อมกับรอยช้ำในดวงตา และวันที่เขาเคยตวาดใส่หน้าเธออย่างไร้เยื่อใยว่า *'อย่ามาเรียกร้องอะไรจากฉัน ผู้หญิงไร้น้ำยาอย่างเธอ ไม่มีวันมีค่าพอจะมีทายาทให้ตระกูลภาคินหรอก!'*
บาปกรรมในอดีตย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ในวันนี้
"ฉัน... ฉันขอโทษ..." เสียงของภาคินแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน มันเป็นคำขอโทษที่เขาไม่เคยคิดว่าจะหลุดออกจากปากตัวเองมาก่อนในชีวิต "วันนั้น... ฉันมันโง่เง่า ฉันตาบอดเอง น้ำหวาน... ยกโทษให้ฉันเถอะนะ ให้โอกาสฉันได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ชดใช้..."
"ชดใช้?" ลีลาวดีหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน เธอยื่นถาดขนมหวานทั้งสามชิ้นไปตรงหน้าเขา "เชิญชิมดูสิคะ... แล้วคุณจะเข้าใจความหมายที่ฉันอยากจะบอก"
ภาคินก้มมองขนมมาการ์องสามชิ้นนั้นด้วยความงุนงง มือหนาที่เคยเซ็นเช็คเงินล้านสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหยิบชิ้นแรกขึ้นมา ขนมสีชมพูหม่นที่มีลายหยดน้ำตา
"มาการ์องชิ้นแรก... 'น้ำตาของความโดดเดี่ยว'" ลีลาวดีอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาว่างเปล่าไร้ประกายความรักเหมือนในอดีตอีกต่อไป "คือรสชาติที่คุณมอบให้ฉันตลอดระยะเวลาสามปีในฐานะภรรยา คุณจำได้ไหมคะ... วันเกิดของฉัน วันครบรอบแต่งงาน หรือวันที่ฉันต้องนอนร้องไห้คนเดียวบนเตียงกว้างๆ ขนมชิ้นนี้หวานนะคะ... แต่หวานแบบขมปร่าที่ปลายลิ้น เหมือนความรักที่คุณเคยหยิบยื่นให้ เป็นความหวานที่เคลือบยาพิษไว้ข้างใน"
ภาคินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บแปลบ
"ส่วนชิ้นที่สอง... สีเทาเข้มเนื้อขรุขระชิ้นนั้น 'ความตายของความรู้สึก'" หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอยิ่งตอกย้ำความใกล้ชิดที่โหยหา แต่กำแพงที่เธอก่อขึ้นมานั้นสูงชันเกินกว่าที่เขาจะปีนข้าม "นั่นคือวันที่ฉันสูญเสียทุกอย่าง วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย และขับไล่ฉันออกจากชีวิตโดยไม่รู้เลยว่า... มีอีกหนึ่งชีวิตกำลังเติบโตอยู่ในท้องของฉัน วันนั้น โลกทั้งใบของฉันมันพังทลายลงกลายเป็นเถ้าถ่าน ความรู้สึกรักและศรัทธาในตัวคุณ มันตายสนิทไปพร้อมกับคราบน้ำตาในคืนนั้นแล้วค่ะ"
หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคมของภาคิน เขาอยากจะเอ่ยคำแก้ตัว อยากจะบอกว่าเขาไม่เคยรู้เรื่องการตั้งครรภ์เลยสักนิด แต่ลำคอตีบตันจนพูดไม่ออก น้ำหนักของความจริงมันโถมทับจนเขาแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
"แล้วชิ้นสุดท้ายล่ะ..." ภาคินเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากเย็น ดวงตาแดงก่ำมองไปยังมาการ์องสีขาวบริสุทธิ์ชิ้นสุดท้ายที่ยังวางอยู่บนถาด
ลีลาวดีโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขา น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ชิ้นสุดท้าย... 'การเริ่มต้นใหม่ที่ไม่มีคุณ'" เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่ดวงตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง "มันคือรสชาติของความสุขที่ฉันสร้างขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง... และกับ 'ลูกชาย' ของเรา ที่ตอนนี้เขาเติบโตอย่างงดงามโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีพ่อที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณมาเหลียวแล"
เพล้ง!
ความรู้สึกเหมือนมีค้อนยักษ์ทุบลงกลางศีรษะ ภาคินเซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มือที่ถือมาการ์องสั่นเทาจนเกือบทำมันร่วงหล่นลงพื้น ทุกถ้อยคำของเธอบาดลึกเข้ากรีดแทงหัวใจจนพรุน เขาสำนึกแล้ว... สำนึกในความโง่เขลาเบาปัญญาของตัวเองอย่างสาสมที่สุด
"น้ำหวาน... ลูกอยู่ที่ไหน... ให้ฉันได้เจอหน้าลูกเถอะนะ ขอร้องล่ะ..." ภาคินพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือเรียวไว้แน่น หยดน้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งผยองที่สุดในเมืองหลวงร่วงหล่นลงหลังมือของเธอ "ฉันยอมให้เธอลงโทษฉันทุกอย่าง จะให้ฉันคุกเข่ากราบเท้าเธอก็ได้ แต่มอบลูกให้ฉันเถอะนะ!"
ลีลาวดีก้มมองมือหนาที่เกาะกุมข้อมือเธอไว้ เธอยังคงนิ่งสงบ ไม่สะเทือนใจกับหยดน้ำตาเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับ มันมากมายมหาศาลเสียจนหยดน้ำตาไม่กี่หยดนี้ไม่สามารถลบล้างความผิดบาปของเขาได้
"สายไปแล้วค่ะ..." เธอดึงข้อมือกลับอย่างเด็ดเดี่ยว แววตาแข็งกร้าวขึ้น "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอמהคำว่าพ่อด้วยซ้ำ ภาคิน!"
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้องครัว ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อย ภาคินหันขวับไปมองตามเสียงนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
ร่างสูงโปรดของ 'ธนภัทร' เชฟหนุ่มรุ่นพี่ผู้เป็นทั้งหุ้นส่วนและผู้มีพระคุณของลีลาวดี ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของภาคินเย็นเฉียบจนแข็งค้าง คือเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่วิ่งตามหลังเข้ามาติดๆ
"คุณแม่ครับ! น้องวินทำรูปปั้นช็อกโกแลตพังแล้วครับ!"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มแป้นที่ถอดแบบมาจากภาคินราวกับแกะ... ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็นสัน และรอยยิ้มมุมปากนั้น มันคือกระจกเงาของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน
ภาคินยืนแข็งทื่อ ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล ร่างกายชาดิก ขาpowered by ความจริงที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้าทำให้เขาพูดไม่ออก
ในวินาทีนั้นเอง ธนภัทรก็เดินเข้าไปอุ้มเด็กชายขึ้นแนบอกอย่างคุ้นเคย พร้อมกับเอ่ยทักทายภรรยาเก่าของเขาด้วยรอยยิ้มสนิทสนม
"อ้าว... คุณภาคินก็อยู่ด้วยเหรอครับ พอดีเลย... ผมกับ 'น้ำหวาน' และน้องวิน กำลังจะวางแผนย้ายไปใช้ชีวิตด้วยกันที่ปารีสถาวรเร็วๆ นี้ หวังว่าคุณจะไม่รบกวนครอบครัวของเราอีกนะครับ"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - **เมฆหมอกสีชมพู**
เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ•ตอนที่ 7
ความลับในสูตรลับ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟขนมหวานหน้าหวานกับอดีตสามีจอมเผด็จการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!