แสงไฟนีออนสีส้มแดงจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สาดกระทบเข้ากับใบหน้าคมสันของคีรินจนเห็นรอยขากรรไกรที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
ชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอไม่ใช่ชื่อของลูกน้องคนสนิท หรือสายข่าวจากซุ้มมือปืนที่ไหน แต่มันคือชื่อของ 'ภาคภูมิ' อดีตหุ้นส่วนใหญ่แห่งตระกูลมาเฟียเก่าแก่ ผู้ซึ่งสำลักกระสุนตายไปต่อหน้าต่อตาของคีรินเมื่อสิบปีก่อน
บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของศิลาพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น รินรดาที่ยังคงยืนพิงแผ่นหลังติดกับผนังห้องด้วยความเหนื่อยหอบจากการถูกจู่โจมทางอารมณ์เมื่อครู่ ชะงักงันไปกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุม หล่อนมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของมาเฟียหนุ่มที่ตอนนี้ดวงตาดุคมราวกับสัตว์ป่ากำลังลุกโชนด้วยเพลิงโทสะและร่องรอยของความสับสนที่ยากจะปิดมิด
"รับสิครับ... ศิลา" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาของคีรินแหบพร่าแต่น่ากลัว เขายังคงใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือของรินรดาเอาไว้แนบกับผนังด้วยแรงอารมณ์ที่ยังไม่มอดดับ ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นขึ้นมา กดรับสายแล้วเปิดสปีดเกอร์โฟนโดยไม่ลังเล
ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงทุ้มแห้งผากราวกับคนแก่ใกล้ตายจะดังลอดออกมาจากลำโพง
*(คีริน... แกคิดว่าฝังฉันลงหลุมไปแล้ว จะไม่มีวันปีนกลับขึ้นมาได้เลยอย่างนั้นสินะ)*
รินรดาเบิกตากว้าง หล่อนไม่รู้จักเจ้าของเสียงนั้น แต่ปฏิกิริยาของคีรินในตอนนี้ทำให้หล่อนรู้ว่ามันคือปีศาจจากอดีตที่พวกเขาทุกคนต่างพยายามลืมเลือน ดวงตาคมกริบของคีรินวาวโรจน์ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"แกเป็นใคร... หรือว่าศัตรูเก่าที่คลานตามกันมาตาย?" คีรินเค้นเสียงถาม รอยสักรูปงูเลื้อยบนลำคอหนาขยับไหวตามแรงหายใจที่กระชั้นกระชิด
*(หึหึ... แกยังจำรอยกระสุนที่หน้าอกฉันได้ดีนี่ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของสารวัตรผู้ผดุงความยุติธรรม... แต่น่าเสียดายนะ ที่เกมมันยังไม่จบ รินรดาผู้หญิงคนนั้น... สถาปนิกคนสวยที่ยืนอยู่ข้างกายแกตอนนี้ โครงการที่เธอกำลังทำอยู่ มันคือสุสานของพ่อเธอเอง... และแกกำลังจะพาลูกสาวเขาเดินลงไปตายด้วยความโง่เขลา)*
สายตัดไปทันทีโดยไม่มีการรอคำตอบ ทิ้งไว้เพียงเสียงสัญญาณตูดยาวที่บาดลึกโสตประสาท
รินรดาเข่าแทบทรุด คำพูดประโยคสุดท้ายยังคงก้องกังวานอยู่ในหัว 'โครงการที่เธอกำลังทำอยู่ มันคือสุสานของพ่อเธอเอง' หล่อนหันขวับไปมองหน้าศิลาที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่มุมห้อง ดวงตาของศิลาหลบเลวทรามอย่างมีพิรุธ นั่นคือหลักฐานชั้นดีว่าสิ่งที่ปลายสายพูดคือความจริง
"ศิลา... แกรู้อะไรมา?" รินรดาเค้นเสียงถาม ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธและตกใจ หล่อนพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของคีริน แต่มาเฟียหนุ่มกลับยิ่งออกแรงบีบแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็ก
"หุบปากซะ รินรดา!" คีรินหันมาคำรามใส่หล่อน เสียงของเขาดุดันจนแผ่นอกบางสะท้าน ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นไม่ได้มองหล่อนด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด "เกมนี้มันสกปรกเกินกว่าที่เธอจะเล่นคนเดียวแล้ว... และตอนนี้ เธอก็เป็นของฉันโดยสมบูรณ์"
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวหล่อนอย่างรวดเร็ว ปิดกั้นทางหนีทุกทางจนแผ่นหลังของรินรดาแนบสนิทไปกับความเย็นเยียบของกำแพงอีกครั้ง กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และความร้อนรุ่มจากตัวเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนหล่อนแทบหายใจไม่ออก
"คุณคีริน... ปล่อยฉันนะ ฉันต้องรู้ความจริงจากปากศิลา!" รินรดาพยายามผลักไสแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยสัก แต่แรงอันน้อยนิดของหล่อนไม่ต่างอะไรกับการลูบไล้เขา
"อยากรู้ความจริงงั้นเหรอ?" คีรินโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแนบชิดกับใบหูของหล่อน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนเกิดรอยขนลุกชัน "งั้นเรามาเดิมพันกัน... เอาความลับของโครงการนั้น มาแลกกับร่างกายของเธอกับฉัน บนเตียงนี้"
"คุณมันบ้า! ฉันไม่ใช่สิ่งของที่จะเอามาใช้เดิมพัน!"
"ใช่... เธอไม่ใช่สิ่งของ" คีรินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากคมคายขบเม้มติ่งหูของหล่อนเบาๆ อย่างจงใจกลั่นแกล้งให้สติหล่อนกระเจิดกระเจิง "แต่เธอเป็น 'ผู้หญิง' ที่ทำให้ฉันอยากขยี้ให้แหลกคามือ... รินรดา เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เพราะตอนนี้ คนเดียวที่จะปกป้องเธอจากกระสุนนัดต่อไปได้... มีแค่ฉันคนนี้เท่านั้น"
สิ้นคำพูดนั้น คีรินก็ก้มลงประกบจูบริมฝีปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้หล่อนได้ปฏิเสธ รสจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความนุ่มนวลหรือการหยั่งเชิงเหมือนเมื่อครู่ แต่มันคือการรุกรานที่ดุดัน ป่าเถื่อน และเต็มไปด้วยแรงหึงหวงผสมความแค้น ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหนาปัดป่ายไปตามส่วนโค้งเว้าของสรีระผ่านเนื้อผ้าชุดทำงาน จนรินรดาต้องครางประท้วงในลำคอด้วยความวาบหวามที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
สติปัญญาและศักดิ์ศรีที่หล่อนยึดมั่นมาตลอดถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดภายใต้สัมผัสอันเร่าร้อนและทรงพลังของมาเฟียหนุ่ม ร่างกายของหล่อนอ่อนระทวย ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
คีรินผละริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อให้หล่อนได้ตักตวงอากาศเข้าปอด ดวงตาดุคมจ้องมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและริมฝีปากเจ่อบวมจากการถูกบดขยี้ หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่หอบกระชั้น
"จำเอาไว้... ว่าเธอไม่มีทางหนีพ้นจากเงื้อมมือของฉัน" เขาประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาว ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของศิลาที่ทำได้เพียงยืนมองความพ่ายแพ้ของตัวเอง... และก่อนที่ประตูห้องนอนลับจะปิดลง เสียงกระซิบสุดท้ายของคีรินก็ดังขึ้นที่ข้างหูหล่อน พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาดำปริศนาที่ยืนรออยู่หน้าคาสิโน...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ•ตอนที่ 12
เดิมพันด้วยร่างกาย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!