สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ•ตอนที่ 11

ความลับใต้ตึกร้าง

ผลงานโดย ภูริศร์
ความตึงเครียดในห้องทำงานกว้างระفุขึ้นทันทีที่ร่างของศิลาก้าวล่วงเข้ามา รอยยิ้มเยาะหยันบนมุมปากของคู่แข่งทางธุรกิจรายนี้ไม่ได้ทำให้คีรินสะทกสะท้านแม้แต่น้อย แต่กลับทำให้ดวงตาดุคมคายคู่นั้นหรี่แคบลงราวกับเสือร้ายที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าปากถ้ำด้วยความโง่เขลา "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ยังมีอารมณ์มาเดินชมตึกร้างอีกหรือครับ คุณคีริน... หรือว่าพา 'สถาปนิกคนเก่ง' มาตรวจงานเฉพาะกิจกันแน่" เสียงหัวเราะในลำคอของศิลาราวกับน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง รินรดาขยับตัวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อสายตาโลเลหื่นกระหายของศิลากวาดมองสำรวจเรือนร่างของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม... แววตาเดียวกับคนที่เคยเหยียบย่ำครอบครัวของเธอเมื่ออดีต "ถอยไป" รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามเก็บอาการสั่นเทาของมือที่กำเข้าหากันแน่น แต่ก่อนที่ศิลาจะได้ก้าวเข้ามาประชิดตัวมากกว่านั้น ร่างสูงใหญ่ของคีรินก็เคลื่อนไหวราวกับสายฟ้าแลบ มือหนาคว้าคอเสื้อของศิลาแล้วกระชากเข้าหากำแพงเสียงดังสนั่น แรงปะทะทำให้ศิลาหน้าถอดสี รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่หายวับไปกับตาเมื่อเผชิญหน้ากับความดุดันป่าเถื่อนของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ไม่เคยเกรงกลัวกฎหมายใดๆ "มึงกล้าดียังไง... บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของกู" เสียงทุ้มต่ำของคีรินคำรามลอดไรฟัน แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่ทำให้อากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันตาเห็น รอยสักมังกรบนลำคอของเขาไหววูบตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นชิด "อะ...ไอ้คีริน ใจเย็นก่อน มึงคิดว่ามึงใหญ่ค้ำฟ้าคนเดียวหรือไงวะ!" ศิลาพยายามดิ้นรน ขัดขืนด้วยความตกใจกลัวเมื่อปลายกระบอกปืนสีดำสนิทถูกจ่อเข้าที่ขมับขวาอย่างไร้ความปรานี รินรดายืนมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรำพัน ความโกรธแค้น ความหวาดกลัว และความลับในอดีตกำลังตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก ในวินาทีที่ศิลาพยายามปัดป้องปืน ร่างของศิลาได้กระแทกเข้ากับชั้นวางเอกสารเก่าแก่มุมห้อง เสียงไม้ลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด ก่อนที่แผงไม้ด้านหลังจะเผยให้เห็นช่องทางลับมืดทึบ... ประตูเหล็กบานเก่าที่ถูกซ่อนไว้หลังผนังปลอม กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยออกมาจากช่องลับนั้น ทันทีที่รินรดากวาดสายตามองเข้าไปในความมืด ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด เอกสารแฟ้มสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าที่วางกองอยู่บนโต๊ะตัวเล็กด้านใน... ตราประทับบริษัทสถาปัตยกรรมของพ่อเธอ! ร่างบางพุ่งตัวเข้าไปในห้องลับนั้นทันทีโดยไม่สนใจเสียงขู่คำรามของคีรินที่ตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความหงุดหงิด มือเรียวคว้าแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดูด้วยความสั่นเทา หน้ากระดาษแต่ละแผ่นเต็มไปด้วยลายมือของบิดา และที่สำคัญที่สุด... มีชื่อและลายเซ็นของ 'ศิลา' กำกับอยู่บนเอกสารสัญญาลับที่แสดงถึงการฮุบกิจการและการใส่ร้ายป้ายสีจนทำให้ครอบครัวเธอต้องพินาศ "เจอแล้วสินะ... ความจริงที่แกพยายามซ่อนมันเอาไว้" เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า แต่มันไม่ใช่ความอ่อนแอ มันคือเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่ลุกโชนขึ้นมาในดวงตา คีรินปล่อยคอเสื้อศิลาร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ไยดี ก่อนที่ขายาวจะสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาในห้องลับแคบๆ ตามรินรดาเข้ามา ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือเธอเพียงชั่วพริบตา ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที มุมปากหยักลึกยกยิ้มเหี้ยมเกรียม "หึ... ลูกน้องเก่าที่ทรยศหักหลังนายเก่า เพื่อฮุบโปรเจกต์ในอดีตสินะ" คีรินหันกลับไปมองศิลาที่กำลังคลานถอยหลังด้วยความหวาดผวา ศิลาหน้าซีดเผือดเมื่อความลับถูกเปิดโปง เขาพยายามจะวิ่งหนีออกไปทางประตู แต่คีรินเร็วกว่า ขาแกร่งเตะตัดขาจนศิลาล้มคว่ำลงไปนอนกับพื้น ก่อนจะใช้รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนแผ่นหลังของศิลาอย่างแรงจนมีเสียงกระดูกลั่นเบาๆ "มึง... มึงไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องนี้!" ศิลาตะโกนลั่นด้วยความเจ็บปวด "ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คีรินโน้มตัวลงกระซิบข้างหูศิลาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "แต่ผู้หญิงคนนี้... เป็นของกู และสิ่งที่พวกมึงทำกับครอบครัวเธอในอดีต กูจะทบต้นทบดอกคืนให้พวกมึงเป็นร้อยเท่า" รินรดายืนถือแฟ้มเอกสารแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื้นตันและสับสน เธอมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า... มาเฟียผู้ป่าเถื่อน ไร้หัวใจในสายตาคนอื่น แต่กลับกลายเป็นเกราะคุ้มกันให้เธอในยามที่เธออ่อนแอที่สุด คีรินหันกลับมาหารินรดา แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มลึกและเร่าร้อน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในห้องลับที่แคบและอับชื้น มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่แตกต่างจากความดิบเถื่อนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "ร้องไห้ทำไม... คนเก่งของฉัน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจของรินรดากระตุกวูบ "ฉัน... ฉันไม่คิดว่าความจริงมันจะ..." รินรดาพูดไม่ออกเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาแตะเบาๆ บนริมฝีปากของเธอเพื่อห้ามคำพูดทั้งหมด "ความจริงมันกระจ่างแล้ว... และไอ้สารเลวข้างนอกนั่น จะต้องชดใช้" คีรินก้มลงกระซิบชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันตรายที่สั่นประสาท "แต่ตอนนี้... หน้าที่ชำระแค้นเอาไว้ก่อน เธอยังติดหนี้บทลงโทษที่ขัดคำสั่งฉันเมื่อคืนนี้... รินรดา" ในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่เธอจะทันได้ปฏิเสธ ร่างบางก็ถูกรวบเข้าไปแนบชิดแผงอกแกร่ง มือหนาล็อคเอวบางเอาไว้แน่นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงทักท้วงทั้งหมด บดขยี้อย่างไร้ความปรานีแต่เต็มไปด้วยเสน่หาอันเร่าร้อนที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของเธอให้มอดไหม้ไปกับความมืดมิดใต้ตึกร้างแห่งนี้ ทว่า... ท่ามกลางรสจูบอันวาบหวามและเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็กะ습ดังขึ้นแทรกบรรยากาศอันเร่าร้อน หน้าจอเรืองแสงสว่างวาบเผยให้เห็นชื่อสายเรียกเข้าที่ปรากฏอยู่... ทำให้คีรินต้องผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ดวงตาดุคมหันขวับไปมองหน้าจอเครื่องนั้นทันที... และสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงักงัน เมื่อปลายสายไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'บุคคลที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน' ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%