กลิ่นอายจางๆ ของนิโคตินผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยอบอวลอยู่ในความมืดของห้องทำงานส่วนตัว รินรดายืนนิ่งอยู่ตรงมุมห้อง แผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังเย็นเฉียบราวกับต้องการหาที่ยึดเหนี่ยวเพื่อคานอำนาจกับความกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน
"ดูเหมือนแผนการเปิดตัวของเรา... จะต้องสนุกกว่าที่คิดไว้เสียแล้วล่ะครับที่รัก..."
คำพูดทิ้งท้ายจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท คีรินไม่ได้ขยับเขยื้อນไปไหน นัยน์ตาดุคมกริบภายใต้เงาสลัวมองตรงมาที่เธอราวกับนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับ รอยสักรูปงูลายพร้อยที่ต้นคอขยับไหวตามจังหวะการหายใจ ยิ่งส่งเสริมให้ความดิบเถื่อนและอำนาจมืดรอบตัวเขาทรงพลังจนน่าขนลุก
"คุณหมายความว่ายังไง คีริน" รินรดาเค้นเสียงถาม แม้พยายามจะรักษาความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีเอาไว้ให้มั่นคงเพียงใด แต่ปลายนิ้วที่จิกเข้าหากันจนเล็บจิกฝ่ามือก็ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังสั่นเทา
"หมายความตามที่พูดนั่นแหละครับ" คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง แรงกดดันจากร่างหนาทำให้ห้องกว้างดูแคบลงไปถนัดตา "ศิลาคิดจะใช้แผนสกปรกทำลายแบบแปลนโครงการของคุณในคืนเปิดตัว เพื่อแย่งสิทธิ์การก่อสร้างกลับไป... และผมก็แค่... จะทำให้มันสนุกขึ้นสำหรับเราสองคน"
"คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว!" รินรดาก้าวสวนขึ้นด้วยความโกรธ เธอยอมรับไม่ได้กับการที่ผลงานหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเองกลายเป็นเครื่องมือในเกมอำนาจของพวกมาเฟีย "คุณปล่อยให้มันเกิดขึ้นเพราะหวังจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ใช่ไหม! คุณมันเห็นแก่ตัวที่สุด คีริน!"
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกรวบไว้ด้วยมือใหญ่เพียงข้างเดียวอย่างรวดเร็วราวกับกรงเล็บเหล็ก คีรินกระชากร่างบางเข้าหาตัวโดยไม่ให้ทันตั้งตัว แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันในระยะประชิด กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านจากตัวเขาจนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องลึกลงมาในดวงตาที่เต็มไปด้วยความพะว้าพะวง
"ใช่... ผมเป็นคนเห็นแก่ตัว รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนขนลุกชัน "แต่คนเห็นแก่ตัวคนนี้... กำลังปกป้องสิ่งที่ศิลาอยากแย่งไปจากคุณอยู่... คุณคิดว่าลำพังตัวคุณคนเดียว จะรับมือกับหมาป่าหิวโซอย่างมันได้หรือไงครับ"
คำพูดนั้นแทงใจดำ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความแข็งกร้าวที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของชายหนุ่มค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยไล้ข้างแก้มเนียนอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ขัดแย้งกับรอยสักและแผลเป็นบนร่างกายเขาอย่างสิ้นเชิง ความนุ่มนวลที่แปลกประหลาดนี้ทำให้หัวใจที่เกราะกำบังไว้แน่นเริ่มปั่นป่วน
"ปล่อยฉัน..." เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่คีรินกลับใช้มืออีกข้างประคองคางเธอให้หันกลับมาสบตา บังคับให้เธอยอมรับความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความดุดันนั้น
"ทำไมล่ะครับ... กลัวเหรอ" เสียงของเขาอ่อนลง ยิ่งเพิ่มความอันตรายให้กับหัวใจของเธอ "กลัวว่าตัวเองจะแพ้ทาง... หรือกลัวว่าความรู้สึกข้างในมันจะไม่ได้เกลียดผมอย่างที่ปากพูดกันแน่"
รินรดาหายใจติดขัด สมองขาวโพลนเมื่อริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนแทบจะสัมผัสกัน แรงดึงดูดทางเพศและพลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวคีรินทำให้เธอกลายเป็นอัมพาตชั่วขณะ ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความตึงเครียดระคนวาบหวามที่วิ่งพล่านไปตามเส้นเลือด
ริมฝีปากหนาประกบจูบลงมาทันทีโดยไม่มีการลังเล เป็นการจูบที่ไม่ได้ล่วงเกินอย่างไร้ความปรานีเหมือนครั้งแรกๆ แต่มีความลึกซึ้ง ดุดัน และเรียกร้องอยู่ในที ราวกับต้องการสูบเอาสติสัมปชัญญะทั้งหมดไปจากเธอ รินรดาเผยริมฝีปากออกด้วยความเผลอไผล เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ มือใหญ่เลื่อนลงมาโอบรัดเอวบางเข้าหาแนบชิด จนไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
ความหวั่นไหวตีรวนขึ้นมาในอก รินรดารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดิบเถื่อนนั้น มือเรียวที่เคยทุบอกแกร่งเพื่อขัดขืน ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อสัมผัสอันเร่าร้อนนี้อย่างง่ายดาย เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังภายใต้เนื้อผ้าอย่างอ้อยอิ่ง ปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาที่ถูกเก็บกดไว้ให้ลุกโชนขึ้นมาในความมืด
คีรินผริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดกันและกัน นัยน์ตาสีเข้มฉาบแววพึงพอใจอย่างชัดเจน
"จำความรู้สึกนี้เอาไว้ให้ดีนะครับ..." คีรินกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากเธอ "เพราะต่อจากนี้ไป... คุณจะถอนตัวไม่ขึ้นอีกแล้ว"
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงรายงานจากลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง "นายครับ... สายของเราแจ้งว่าศิลาเริ่มเคลื่อนไหวแล้วครับ มันกำลังส่งคนเข้าไปที่ไซต์งานคืนนี้"
คีรินผละออกจากร่างบางช้าๆ แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบ เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ก่อนจะหันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"จัดการตามแผน... และอย่าให้แมลงวันสักตัวหลุดรอดไปได้"
รินรดายืนหอบหายใจรดตัวอยู่กับผนัง มองแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มที่เดินผละออกไปเตรียมรับมือกับศัตรู หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ทว่าในความวุ่นวายของเกมธุรกิจและอำนาจเถื่อนนี้ เธอกลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า... นั่นคือความจริงที่ว่า หัวใจของเธอได้ก้าวล้ำเข้าไปในเขตอันตรายของเขาเสียแล้ว
แต่ทว่า... ในวินาทีที่คีรินกำลังจะก้าวพ้นขอบประตูห้องทำงานนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอให้ใครอนุญาต รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่มาเยือนอย่างชัดเจน... ศัตรูตัวฉกาจที่ควรจะอยู่ที่ไซต์งาน กลับมายืนอยู่ต่อหน้าพวกเขาในยามวิกาลเช่นนี้ได้อย่างไร!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ•ตอนที่ 10
เส้นแบ่งที่เลือนหาย
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!