กลิ่นอายดินปืนจาง ๆ ยังคงลอยอวลปะปนกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงในความมืดสลัวของโกดังร้าง รินรดายืนนิ่งอยู่ ณ จุดเดิม ร่างกายของเธอยังคงสั่นสะท้านจากแรงปะทะเมื่อครู่ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อปลายกระบอกปืนที่เขาเพิ่งชี้ใส่ หากแต่เป็นความเดือดพล่านในกระแสเลือดที่ถูกปลุกเร้าด้วยสายตาคู่นั้น—สายตาของนักล่าผู้ไม่เคยปรานีใคร
เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวกลับเข้ามาในรัศมีแสงไฟนีออนสลัว คีรินปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งด้วยท่าทีสบาย ๆ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจคุกคามที่บีบอัดอากาศรอบตัวให้เบาบางลง รอยสักรูปมังกรและลายเส้นโบราณที่เลื้อยพันอยู่บนลำแขนกำยำยามที่เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ด ยิ่งขับเน้นความดิบเถื่อนอันตรายให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
"คิดอะไรอยู่ครับสถาปนิกคนเก่ง... คิดว่าจะวิ่งหนีรอดออกไปจากอาณาจักรของผมได้หรือไง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก คีรินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้เสียง ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือ รินรดาผอยถอยหลังตามสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับเสาปูนเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เธอยืดอกขึ้น เชิดหน้าสู้ด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี แม้หัวใจจะเต้นกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกโครงกระดูก "คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับฉัน คีริน! โปรเจกต์นี้เป็นของฉัน และฉันจะไม่ยอมก้มหัวให้มาเฟียเถื่อน ๆ อย่างคุณเด็ดขาด"
คีรินไม่โกรธ เขากลับหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ยหยันและทรงพลังจนทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงลูกนกในกำมือ ชายหนุ่มยกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทาบลงบนเสาปูนกั้นขังร่างเพรียวบางเอาไว้ตรงกลาง ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเรียวสวยที่รั้นจนน่าจับมาลงทัณฑ์ให้เข็ดหลาบ
"ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอกนะครับ รินรดา..." เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของเธอ ลุกชันขึ้นพร้อมกัน "ตึกที่คุณกำลังจะสร้างบนพื้นที่ของผม มันกำลังจะพังทลายลงในอีกไม่ช้า... ศิลา คู่ปรับตัวฉกาจของผม มันกำลังรอจังหวะเสียบแทงข้างหลังคุณอยู่ และมีเพียงผมคนนี้เท่านั้นที่จะปกป้องโปรเจกต์ที่คุณรักได้"
"ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคนอย่างคุณ!" เธอสวนกลับทันควัน แววตาดุดันไม่ยอมแพ้
"แต่คุณไม่มีทางเลือกครับ" คีรินเปลี่ยนท่าที น้ำเสียงของเขากลับกลายเป็นคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่อนุญาตให้ต่อรอง มือหนาเลื่อนลงมาบีบปลายคางมนของเธอไว้มั่น บังคับให้เงยหน้าสบตา "เงื่อนไขแรก... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ ภายใต้ชายคาของผม ใต้คำสั่งของผม และทุกอย่างที่คุณออกแบบ... ต้องผ่านการอนุมัติจากผมคนเดียวเท่านั้น"
"คุณมันเผด็จการ!" รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสร้อนลวกนั้น แต่นิ้วแกร่งกลับตรึงเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงขึ้นจนน่ากลัว มันไม่ใช่แค่ความเกลียดชัง แต่มันคือแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความตึงเครียด
"ใช่ครับ ผมมันเผด็จการ... และคุณก็รู้ดีว่าคุณปฏิเสธผมไม่ได้"
คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนริมฝีปากหยักลึกเกือบจะสัมผัสกับกลีบปากนุ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น รสชาติของความท้าทายในตัวเธอกำลังปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นขึ้น ชายหนุ่มไม่รอช้าที่จะใช้สิทธิ์ของความเป็นผู้เหนือกว่า เขาประกบจูบลงบนเรียวปากอิ่มนั้นทันทีอย่างดุดันและเอาแต่ใจ
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกำหมัดแน่นทุบลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวของเสือร้าย คีรินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ
สัมผัสที่ทั้งดิบเถื่อนและเร่าร้อนทำให้สติอันน้อยนิดของเธอเริ่มพร่าเลือน ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกค่อย ๆ ถูกหลอมละลายด้วยความวาบหวามที่เขาจงใจมอบให้ ร่างกายของเธออ่อนยวบลงอย่างไร้แรงต้านทาน กลิ่นบุหรี่จาง ๆ และกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายตรงหน้ากำลังมอมเมาสติของเธอให้จมดิ่งลงไปในวังวนแห่งเสน่หาที่อันตรายที่สุดในชีวิต
คีรินผริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้เธอได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่ดวงตาคมปลาบยังคงจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบด้วยความพึงพอใจ นิ้วมือที่เคยบีบคางเปลี่ยนมาไล้โค้งโครงหน้าเนียนนุ่มอย่างหลงใหล ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของกฎข้อแรกเท่านั้นนะครับ รินรดา..." เขา กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากที่สั่นเทาของเธอ "ถ้าคุณยังดื้อรั้นกับผมอีก... ผมรับรองว่าบทลงทัณฑ์ครั้งต่อไป จะไม่ได้จบแค่จูบนี้แน่"
ยังไม่ทันที่เธอจะได้กล่าวคำปฏิเสธใด ๆ กลับคืน เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และแสงไฟฉายสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาทางประตูโกดังด้านหน้า พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนลงในพริบตา
"ลูกพี่! ทางนี้เจอความเคลื่อนไหวของพวกศิลาแล้วครับ!"
คีรินชะงักเล็กน้อย นัยน์ตาดุดันเปลี่ยนเป็นคมกلاบดั่งคมมีด เขายอมปล่อยข้อมือของรินรดาให้เป็นอิสระชั่วคราว แต่สายตายังคงล็อกร่างเธอไว้อย่างไม่คลาดสายตา ชายหนุ่มหมุนตัวหันไปมองลูกน้องที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ก่อนจะหันกลับมามองสถาปนิกสาวผู้ดื้อรั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความนัย
"ดูเหมือนว่าเกมของเราจะมีแขกไม่เชิญมาร่วมวงซะแล้วสิครับ..."
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความสัมพันธ์อันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ•ตอนที่ 2
กฎที่ไร้ความปรานี
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!