กลิ่นดินปืนจางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของทางหนีไฟใต้ดิน รินรดาหอบหายใจจนตัวโยน แผ่นอกบางกระเพื่อมไหวตามจังหวะความตื่นตระหนกที่ยังไม่ทันจางหาย มือเล็กถูกพันธนาการไว้ด้วยอุ้งมือหนาแกร่งดั่งคีมเหล็กของคีริน ชายหนุ่มฉุดกระชากเธอให้ก้าวเดินไปตามทางเดินมืดทึบที่มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องลงมา ทอดเงาทั้งสองให้ทาบทับกันยาวเหยียดบนผนังปูนเปลือย
"ปล่อยฉันนะ!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นหนาราวกับโซ่ตรวน ทว่ายิ่งเธอขัดขืน แรงบีบกลับยิ่งเพิ่มทวีคูณจนรู้สึกชาแปลบที่ปลายนิ้ว "คุณพาฉันมาที่ไหน คีริน! ปล่อย!"
กึก!
ร่างสูงใหญ่หยุดกะทันหันจนรินรดาพุ่งเข้าชนแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักหมึกสีเข้มภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท คีรินไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย เแต่เขากลับหมุนตัวกลับมาดันร่างบางจนแผ่นหลังชิดติดกับผนังห้องเก็บเสียงเย็นเฉียบ ร่างหนาทาบทับเข้ามาอย่างรวดเร็ว กักขังเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกำแพงไว้ ปิดกั้นทุกทางหนี
ในความมลสลัวของห้องใต้ดินลับ แววตาของมาเฟียหนุ่มวาวโรจน์ดั่งสัตว์ป่าในยามค่ำคืน มันทั้งดุดัน กระหาย และเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ทำให้ลมหายใจของสถาปนิกสาวสะดุดกึก
"ถ้าไม่อยากให้ลูกน้องของศิลาตามมาหามศพเธอถึงที่นี่... ก็หุบปากซะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิดชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนเกินขอบเขตทำให้เธอสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านทะลุกระดาษกั้น
"คุณ... คุณมันบ้า ลากฉันเข้ามาในที่แบบนี้ทำไม ทำไมไม่แจ้งตำรวจ!" เธอยังคงดื้อรั้นเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ดวงตาคู่สวยจะฉายแววหวั่นไหวอย่างปิดไม่มิดเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุดันคู่นั้น
"ตำรวจเหรอ?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยัน "โลกที่เธออยู่มันโลกสวยเกินกว่าจะเข้าใจรินรดา คนอย่างศรันย์หรือศิลา ไม่ได้ใช้กฎหมายคุ้มครองธุรกิจ แต่มันใช้กระสุนปืน... และตอนนี้ เธอดันเป็นหมากตัวสำคัญในกระดานที่พวกมันอยากจะเขี่ยทิ้งซะด้วย"
นิ้วแกร่งข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาแตะปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับการสัมผัสที่จาบจ้วงแต่นุ่มนวลอย่างจงใจ รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความคับแค้นใจ ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องมาตลอดกำลังถูกคุกคามด้วยอำนาจเถื่อนของผู้ชายตรงหน้า ทว่าลึกๆ ในอก หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ผ่านกรอบหน้าผ่าวลงมาถึงพวงแก้มเนียน
"มองฉันสิ..." เสียงทاบกระซิบนั้นราวกับเวทมนตร์สะกด "บอกฉันซิ สถาปนิกคนเก่ง... ว่าแผนงานโครงสร้างตึกระฟ้าของเธอมันคุ้มไหมกับการเอาชีวิตมาทิ้งไว้กลางดงกระสุนแบบนี้"
"มันเป็นผลงานหยาดเหงื่อแรงงานของฉัน..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหน... อื้อ..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหยักลึกประกบปิดกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี รินรดเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนในชั่วพริบตา เธอพยายามทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดกลับกลายเป็นการสุมไฟให้มาเฟียหนุ่มยิ่งได้ใจ คีรินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปเหนือหัวด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยบังคับให้เธอรับสัมผัสที่รุกไล่และดุดันยิ่งขึ้น
รสจูบของคีรินไม่ใช่ความอ่อนหวานแต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ ดิบ เถื่อน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้ ลิ้นร้อนแทรกซึมผ่านริมฝีปากที่เผยอขึ้นด้วยความตกใจ กวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รินรดารู้สึกเหมือนสติหลุดลอย ร่างกายอ่อนยวบลงไปครึ่งหนึ่ง แรงต้านทานที่มีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความวابหวามที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ทุกสัมผัสจากปลายนิ้วที่เริ่มลูบไล้ต่ำลงมาตามแนวแผ่นหลังภายใต้เสื้อสูททำงาน ทำให้เธอสะท้านเฮือก เผลอครางแผ่วเบาในลำคออย่างไม่รู้ตัว
คีรินผริมริมฝีปากออกช้าๆ อย่างนึกเสียดาย ปล่อยให้สถาปนิกสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ร่างบางหอบสะท้าน ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบ นัยน์ตาฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความโกรธปนความสับสนที่ฉายชัดในความมืด
"คุณ... คนฉวยโอกาส" เธอกระซิบเสียงสั่น พยายามดึงสติที่กระเจิงกลับคืนมา
"ฉันเตือนเธอแล้วนะ รินรดา..." คีรินโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหูกระจ่างใส เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา "ว่าอย่ามาลองดีกับคนอย่างฉัน... เพราะถ้าเธอยังดื้อดึงแบบนี้อีกก้าวเดียว ฉันอาจจะไม่ได้หยุดแค่การจูบ"
รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของเขาลูบไล้ต่ำลงมาหยุดอยู่ที่เอวคอดกิ่ว สัมผัสวาบหวามผ่านเนื้อผ้าทำให้เธอแทบยืนไม่อยู่ ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากต่อว่าอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนค้นหาจากด้านนอกประตูก็แว่วดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ บรรยากาศตึงเครียดกลับมาปกคลุมอีกครั้ง
คีรินชะงักเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบหันไปมองบานประตูกลด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะก้มลงกระซิบคำสั่งสุดท้ายที่เด็ดขาดและไม่อาจปฏิเสธ
"เงียบซะ... และกอดฉันไว้แน่นๆ ถ้าไม่อยากตาย"
รินรดายังไม่ทันได้ประมวลผล ร่างของเธอก็ถูกดึงเข้าหาแผ่นอกแกร่งแนบแน่นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ขณะที่คีรินใช้มือข้างหนึ่งชักปืนพกสั้นขึ้นมาเตรียมพร้อมรับมือกับภัยที่กำลังคืบคลานเข้ามาหลังบานประตู
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม เสียงกระซิบเยียบเย็นจากความมืดเบื้องหลังพวกเขา กลับไม่ได้มาจากศัตรูที่ไล่ล่า แต่เป็นเสียงหัว.เราะแผ่วเบาของใครอีกคนที่ไม่คาดฝัน...
*“เล่นละครรักกันพึงพอใจแล้วหรือยังครับ... คุณคีริน”*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ภูริศร์" เสมอมานะครับ
สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ•ตอนที่ 4
สัมผัสที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!