สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ•ตอนที่ 5

รอยสักบนแผ่นหลัง

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวดังขึ้นก้องกังวาน ท่ามกลางความเงียบงัดของคาสิโนใต้ดินในยามวิกาล รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างกายของสถาปนิกสาวยังคงสั่นเทาด้วยความโกรธระคนหวาดหวั่น เอกสารแบบแปลนโครงสร้างตึกระฟ้าของโปรเจกต์ใหม่ถูกกำจนยับยู่ยี่ในมือเรียว ความอวดดีและศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องมาตลอดกำลังถูกอำนาจเถื่อนของผู้ชายคนนี้บดขยี้จนแทบไม่เหลือชิ้นดี คีรินถอดเสื้อสูทเนื้อดีออกโยนลงบนโซฟาหนังสีเข้มอย่างไม่ไยดี ร่างสูงใหญ่ในยามที่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำออกทีละเม็ด ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและอันตราย เขาหันหลังให้เธอเพื่อหยิบแก้วทรงสูงรินเหล้าสีอำพัน ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่ดวงตาคู่คมของรินรดาเบิกกว้างขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เมื่อแสงไฟสีส้มสลัวตกกระทบลงบนแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่ม รอยสักขนาดใหญ่แผ่ขยายปกคลุมทั่วแผ่นหลังแกร่ง มันไม่ใช่แค่ลวดลายศิลปะทั่วไป แต่มันคือรอยแผลเป็นนูนหนาที่ถูกทับถมด้วยหมึกสีดำทึบ รูปกรงเล็บและโซ่ตรวนที่พันธนาการกระดูกสันหลังไว้อย่างน่ากลัว ราวกับบันทึกความเจ็บปวดอันดำมืดที่เขาเคยเผชิญในอดีต อดีตที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ "มองอะไร" เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างสูงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาสีเข้มดุดันจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ รินรดาสะดุ้งเฮือก รีบเบือนหน้าหนีด้วยความตกใจ แต่ความอยากรู้อยากเห็นและร่องรอยของความสะเทือนใจที่ฉายชัดในแววตาของเธอไม่สามารถซ่อนเร้นจากสายตาคมกริบของเขาได้ "ฉัน..." รินรดาอ้าปากจะปฏิเสธ แต่คีรินกลับไม่ให้โอกาสเธอได้ตั้งตัว ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวกับเสือดาวที่ตะครุบเหยื่อ กลิ่นกายผสมผสานระหว่างบุหรี่ราคาแพงและแอลกอฮอล์โชยเข้าปะทะนาสิกจนเธอแทบหายใจไม่ออก มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบาง ลากจูงเธอให้ถอยหลังไปจนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ โดยมีฝ่ามือใหญ่ตรึงขนาบข้างกักตัวเธอไว้ในวงแขน "อยากรู้นักหรือไง ว่ารอยพวกนี้แลกมาด้วยอะไร" คีรินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ รินรดายื้อตัวถอยหนี แต่แรงกดดันจากร่างกายของเขามันหนักหน่วงเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะต้านทานไหว "ปล่อยนะ... ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องของคุณ!" เธอยังคงเชิดหน้าสู้ แม้เสียงจะเริ่มสั่นพร่า "ปากเก่ง..." คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่ดุจ้องมองริมฝีปากที่เม้มแน่นอย่างท้าทาย ก่อนที่เขาจะใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา "แต่ร่างกายเธอกำลังสั่น... รินรดา เธอกลัวฉัน หรือเธอกลังใจตัวเองกันแน่ ที่แพ้ความรู้สึกบ้าๆ นี่" สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลากไล้ผ่านคางลามลงมาถึงลำคอระหง ทำให้สติของหญิงสาวกระเจิงไปชั่วขณะ แรงดึงดูดอันตรายระหว่างพวกเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวราวกับถูกสูบหายไป ริมฝีปากหยักลึกก้มลงประกบจูบทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ความเร่าร้อนที่แฝงไว้ด้วยความดุดันและเอาแต่ใจถูกถ่ายทอดผ่านรสจูบที่ลึกล้ำ รินรดาพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่ยิ่งเธอขัดขืนมากเท่าไหร่ วงแขนที่โอบกอดเอวบางก็ยิ่งรัดแน่นจนแนบชิดไร้ช่องว่าง รสจูบจากความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่แผดเผาสติสัมปชัญญะ มือหนาสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมสลวย กดท้ายทอยเธอให้รับสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ร่างกายของรินรดาอ่อนยวบลงอย่างน่าสมเพช ศักดิ์ศรีที่เธอพยายามรักษาไว้พังทลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสที่เปี่ยมด้วยอำนาจและเสน่หาอันเย้ายวนของเขา คีรินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่แนบอกแกร่ง ดวงตาของเขาฉายแววพึงพอใจเมื่อเห็นริมฝีปากบวมเจ่อและพวงแก้มแดงก่ำของหญิงสาว "จำไว้... ว่าอย่ามาท้าทายคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอย่างฉัน" เขาโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น "เพราะถ้าเธอยังดื้อดึงแบบนี้ ฉันจะทำให้รอยแผลพวกนั้น... ฝังอยู่ในความทรงจำของเธอไปตลอดชีวิต" ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังเต้นระรัวด้วยความสับสนและหวาดหวั่น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องจะถูกผลักเปิดออกโดยลูกน้องคนสนิทของคีรินที่ใบหน้าซีดเผือด "นายครับ... มีเรื่องใหญ่แล้วครับ... ศิลาส่งคนบุกเข้าไปเผาไซต์งานโปรเจกต์หลักของที่คุณหญิงรินรดารับผิดชอบอยู่ตอนนี้แล้วครับ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในวังวนเสน่หานี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%