สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ•ตอนที่ 6

ในห้องทำงานลับ

ผลงานโดย ภูริศร์
“ไซต์งานที่ฉันทุ่มเทมาเป็นปี… กลายเป็นเถ้าถ่านเพราะเกมสกปรกของพวกคุณงั้นหรือ!” รินรดากระแทกม้วนแบบแปลนลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งในห้องลับของคีริน เสียงนั้นดังสนั่นจนน่าตกใจ เธอหอบหายใจถี่ด้วยความโกรธจัด ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นไหวด้วยเปลวไฟแห่งความเคียดแค้น มือที่สั่นเทาของเธอจิกขอบโต๊ะแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อไม้ คีรินที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น เขากำลังหมุนเหรียญเงินในมือเล่นด้วยท่าทีเฉยเมยราวกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่สะเทือนแม้แต่เส้นขนหน้าแข้ง รอยสักมังกรสีเข้มที่โผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ตสีดำตัวแพงออกมาดูราวกับมีชีวิตเมื่อเขากระตุกยิ้มมุมปาก “ใจเย็นหน่อยสิรินรดา” เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของเขาเอ่ยขึ้น มันไม่ใช่คำปลอบโยน แต่มันคือคำสั่งที่แฝงไปด้วยอำนาจ “ศิลาไม่ได้ทำเพื่อทำลายโปรเจกต์ของเธอ… มันทำเพื่อดัดหลังฉัน และเธอก็แค่เป็นตัวหมากที่โชคร้ายที่ดันไปอยู่บนกระดานนั้นพอดี” “ตัวหมาก?” รินรดาแค่นหัวเราะ หยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขานับช่วงหัว แต่เธอก็ไม่ยอมลดละสายตา “ฉันไม่ใช่ตัวหมากของคุณ และฉันก็ไม่ยอมให้งานที่ฉันรักต้องพังเพราะสงครามระหว่างมาเฟียแบบพวกคุณ!” คีรินวางเหรียญลงบนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาแผ่รัศมีกดดันจนบรรยากาศในห้องทำงานที่เงียบเชียบดูอึดอัดขึ้นถนัดตา เขาก้าวเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละจังหวะการเดินดุดันและมั่นคงราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม “แล้วเธอจะทำยังไง? จะไปแจ้งความ? จะไปเรียกร้องความยุติธรรมกับกฎหมายที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องพวกมัน?” เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่เซนติเมตรทำให้รินรดาได้กลิ่นโคโลญจ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา “ฉันจะแก้แบบ” เธอตอบเสียงแข็ง “แก้แบบ?” คีรินเลิกคิ้ว แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “พื้นที่นั่นถูกเผาไปครึ่งหนึ่ง โครงสร้างหลักเสียหายทั้งหมด เธอจะแก้แบบให้มันกลับมามีชีวิตได้ยังไงในเมื่อไม่มีงบประมาณเหลือแล้ว” “ฉันจะขายทุกอย่างที่ฉันมี” เธอสวนกลับทันควัน “รวมถึงหุ้นในบริษัทที่ฉันถืออยู่… เพื่อพิสูจน์ว่าคนอย่างฉันไม่ได้มีไว้ให้ใครหยาม” คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นประสาทจนรินรดาขนลุกซู่ เขาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วกระชากร่างบางให้ปะทะกับแผงอกแข็งแกร่งของเขา มืออีกข้างหนึ่งกดลงบนเอวคอดกิ่วจนเธอไร้หนทางหนี ความร้อนจากร่างกายเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนเธอสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะความปรารถนาที่เธอพยายามกดทับไว้มันกำลังปะทุขึ้น “ดื้อรั้นจริงๆ นะ” เขากระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้เธอต้องหลับตาลง “อยากกู้โปรเจกต์งั้นเหรอ? ได้สิ… แต่ทุกอย่างที่ฉันลงทุนไป ฉันต้องการผลตอบแทนเสมอ” “คุณต้องการอะไร?” เธอถามเสียงกระเส่า พยายามฝืนตัวออก แต่เขากลับยิ่งรัดแน่นขึ้น “ต้องการตัวเธอ” สิ้นคำพูด คีรินก็ก้มลงประทับจูบหนักหน่วงที่ริมฝีปากของเธอ มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศยึดครอง เขารุกเร้าอย่างหิวกระหาย ลิ้นหนาสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานที่เธอยังพยายามปฏิเสธ ศีรษะของรินรดาถูกกดลงเบาๆ ให้รับสัมผัสที่ดูดดื่ม ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกแทบจะละลายไปกับอ้อมกอดดิบเถื่อนของชายหนุ่มตรงหน้า มือหนาของคีรินลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง เน้นย้ำไปตามรอยโค้งเว้าภายใต้เสื้อเชิ้ตของเธอ ความหยาบกร้านของฝ่ามือที่ผ่านการจับปืนและควงมีดมานับไม่ถ้วนทำให้ผิวพรรณของเธอสั่นระริก เขาดึงเธอขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงานตัวเดิม กวาดแปลนงานที่กระจัดกระจายอยู่นั้นลงพื้นอย่างไร้ความหมาย “งานของคุณ… ก็แค่เศษกระดาษ” เขาพึมพำขณะซุกไซ้ใบหน้าลงกับลำคอระหง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอกำลังทำให้สติของเขาขาดผึง “สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือความปรารถนาของเธอ… ที่มันบอกฉันว่าเธอกำลังต้องการให้ฉันทำแบบนี้” มือของเขาเลื่อนต่ำลง สัมผัสถึงความร้อนผ่าวผ่านเนื้อผ้า รินรดาเชิดหน้าขึ้น หายใจหอบถี่เมื่อสัมผัสวาบหวามแล่นปราดไปทั่วร่าง ศักดิ์ศรีที่เธอเคยยึดถือพังทลายลงภายใต้อำนาจของมาเฟียหนุ่มที่เธอเกลียดแสนเกลียด แต่กลับหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น ความเร่าร้อนในห้องทำงานลับดำเนินไปอย่างบ้าคลั่ง เสียงเสื้อผ้าที่ถูกกระชากและเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันดังก้องไปทั่วห้องที่ปิดตาย ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงแต่แรงขับเคลื่อนของสัญชาตญาณดิบที่โหยหากันและกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่ในขณะที่อารมณ์กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงกริ่งโทรศัพท์ภายในห้องก็แผดเสียงดังลั่นทำลายความเงียบ คีรินชะงัก ร่างกายกำยำผละออกจากเธอเพียงครึ่งก้าว สายตาคมกริบจ้องไปยังเครื่องสื่อสารก่อนจะเอื้อมมือไปกดรับด้วยความหงุดหงิด “นายครับ… แย่แล้วครับ!” เสียงลูกน้องคนสนิทดังลอดออกมาจากลำโพงด้วยความลนลาน “ศิลาไม่ได้แค่เผาไซต์งาน แต่มันแอบส่งคนเข้าไปขโมย ‘ไฟล์ลับ’ ในเซฟชั้นใต้ดินของคุณไปแล้วครับ!” คีรินชะงักค้าง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเร่าร้อนเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง รินรดาที่นั่งหอบอยู่บนโต๊ะมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ แต่ทันใดนั้นเอง ประตูห้องทำงานลับก็ถูกเปิดผางออกโดยไม่มีการเคาะเตือน ร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งในชุดสูทสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมปืนเก็บเสียงในมือ “คีริน… เกมนี้จบลงแล้ว” ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มแสยะยิ้ม “พวกเราไม่ได้มาเพื่อทำลายงาน แต่มาเพื่อปิดบัญชีชีวิตแก!” ภูริศร์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับความดาร์กโรมานซ์ในครั้งนี้ครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%