เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนังแท้บนโต๊ะทำงานกระจกนิรساويดังสนั่น สะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของคาสิโนท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดกระจกบานใหญ่ด้านนอกราวกับพายุคลั่ง รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ปลายคางเชิดขึ้นอย่างถือดี แม้ลมหายใจจะหอบสะท้านด้วยความโกรธที่อัดแน่นจนเต็มอก ดวงตาคู่สวยจ้องมองร่างสูงใหญ่ของคีรินที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยแววตาวาวโรจน์ รอยสักมังกรดำที่เลื้อยพันต้นคอหนาไหววูบตามจังหวะการขบกรามแน่นจนสันนูน
"เธออธิบายมาสิ รินรดา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของมาเฟียหนุ่มดังลอดไรฟัน มันเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างให้แหลกคามือ "เอกสารสิทธิ์ที่ดินล็อตสุดท้ายของโปรเจกต์... ทำไมมันถึงไปอยู่ในมือของศิลาได้ ทั้งที่คนเดียวที่มีสิทธิ์แตะต้องมัน นอกจากฉัน ก็คือเธอ!"
"คุณกำลังกล่าวหาว่าฉันขายข้อมูลให้ศิลาอย่างนั้นเหรอ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาอย่างเจ็บปวด ศักดิ์ศรีในตัวสั่นสะท้าน เธอเชิดหน้าสู้สายตาดุดันคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าฉันคิดจะทำลายคุณ ฉันคงไม่เหนื่อยมานั่งแก้แบบแปลนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนให้คุณหรอกนะคีริน!"
"หลักฐานมันคาตา!" คีรินคำรามลั่นในลำคอ ร่างหนาพุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบางบีบแน่นจนกระดูกแทบร้าว แรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกความหึงหวงและความแค้นครอบงำ ทำให้เขากลายเป็นซาตานร้ายที่ไร้ซึ่งความปรานี "สายของฉันรายงานว่าเธอเพิ่งแอบออกไปพบกับคนของศิลาที่โรงแรมม่านe-ระบายเมื่อคืนนี้! จะปฏิเสธไหมล่ะ ว่าเธอไม่ได้เอาแปลนโครงสร้างฐานรากไปแลกกับเงินก้อนโตของมัน!"
รินรดานิ่งงัดอึ้งไปชั่วขณะ สมองตื้อชาด้วยความตกใจกับข้อกล่าวหาที่สกปรกโสมمนี้ "คุณ... คุณส่งคนสะกดรอยตามฉันเหรอ? แล้วเรื่องโรงแรม... ฉันไปช่วยเพื่อนสนิทที่ถูกสามีทำร้ายต่างหาก ไม่ใช่เรื่องนั้น!"
"ข้อแก้ตัวตื้นๆ!" คีรินสวนกลับเสียงกร้าว ดวงตาสสีเข้มวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด ความโกรธขึงและอารมณ์ดิบเถื่อนปะทุขึ้นในอกจนควบคุมไม่อยู่ ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เขามีให้เธอพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกถูกหักหลังที่แผดเผาจิตใจจนมอดไหม้ "ในเมื่อเธอมันพยศนัก และเลือกจะเล่นตลกกับความไว้วางใจของฉัน... งั้นก็เตรียมตัวรับบทลงโทษจากฉันได้เลย รินรดา!"
สิ้นคำประกาศิต ร่างบางก็ถูกเหวี่ยงลงบนโซฟายาวหนังแท้เนื้อนุ่มอย่างแรง รินรดาหวีดร้องด้วยความตกใจเมื่อร่างสูงทาบทับลงมาปิดกั้นทุกหนทางหนี น้ำหนักตัวและพละกำลังที่เหนือกว่าทำให้เธอขยับเขยื้อnแทบไม่ได้ มือใหญ่กระชากเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอจนกระดุมหลุดกระเด็น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดและเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงสะท้าน
"ปล่อยนะ! คีริน คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!" เธอกรีดร้องพร้อมกับใช้มือทุบตีแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยสัก ทว่าแรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรจากการสะกิดผิวหนากล้ามเนื้อเหล่านั้น
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คีรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบและน่ากลัวที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยิน ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เปี่ยมด้วยกลิ่นอายอันตรายเป่ารดซอกคอระหง "จำไว้รินรดา... ร่างกายนี้ หัวใจนี้ และทุกๆ ตารางนิ้วของเธอ เป็นของฉัน! ถ้าฉันยังไม่ได้อนุญาต ไม่มีใครหน้าไหนทั้งนั้นที่จะพรากเธอไปจากฉันได้... แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่มีสิทธิ์ทรยศฉัน!"
ริมฝีปากหยักลึกประกบจูบลงมาอย่างไร้ความอ่อนโยน เป็นรสจูบที่ดุดัน ป่าเถื่อน และเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเพื่อลงทัณฑ์ รินรดารู้สึกเจ็บร้าวไปทั่วริมฝีปาก รสชาติเค็มปร่าของเลือดจางๆ คละคลุ้งในโพรงปาก แต่เขากลับไม่ยอมผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานและบดขยี้ความเย่อหยิ่งของเธอจนราบคาบ มือหนาปัดป่ายไปทั่วเรือนร่างบอบบาง ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าด้วยความเร่าร้อนและหิวกระหาย ปลุกเร้าไฟสวาปามที่ร้อนแรงจนร่างบางสั่นสะท้านด้วยความวาบหวามและหวาดกลัวในคราวเดียวกัน
เสื้อผ้าชิ้นน้อยถูกร่นลงตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานอย่างไร้การยับยั้ง คีรินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง สายตาสีเข้มกวาดมองเรือนร่างอรชรที่ไร้สิ่งปกปิดด้วยความหลงใหลระคนโกรธเกรี้ยว ผิวขาวเนียนตัดกับรอยมือแดงเถือกที่เขาฝากไว้สร้างความรู้สึกเร้าใจจนเลือดในกายฉีดพล่าน
"คีริน... ได้โปรด..." น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเว้าวอนยามเมื่อสัมผัสร้อนผ่าวไล่ต่ำลงมาที่ลาดไหล่และเนินอกอิ่ม ความโกรธก่อนหน้านี้เริ่มถูกแทนที่ด้วยคลื่นเสน่หาอันอันตรายที่เขาจงใจป้อนให้ ร่างกายของเธอกำลังทรยศต่อจิตสำนึก มันร้อนรุ่มและตอบสนองต่อทุกสัมผัสของเขาอย่างน่าละอาย
"เรียกชื่อฉันสิ... ริน... บอกฉันว่าเธอเป็นของใคร" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมหู พร้อมกับปลายนิ้วร้ายกาจที่กดลึกลงจุดอ่อนไหวจนเธอแอ่นกายหนีด้วยความเสียวซ่านสะท้านทรวง
ความสัมพันธ์อันดุเดือดและเต็มไปด้วยแรงแค้นดำเนินไปท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดด้านนอก เป็นค่ำคืนแห่งการลงทัณฑ์ที่หลอมรวมความเจ็บปวด ความปรารถนา และความรุ่มร้อนไว้ด้วยกันอย่างไร้ทางออก ร่างกายทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้จังหวะรักที่เร่าร้อน ดิบเถื่อน และลึกซึ้งจนลมหายใจแทบขาดห้วง รินรดาซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง กัดฟันแน่นเพื่อกลั้นเสียงครางหวานล้ำที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปาก ขณะที่มือเรียวขยุ้มแผ่นหลังแกร่งของเขาจนเกิดรอยเล็บลึก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ เมื่อพายุอารมณ์สงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงาน คีรินนอนตะแคงกอดร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวไว้แนบอก ใบหน้าคมคายซบลง1ที่กลุ่มผมนุ่ม ปลายจมูกสูดดมความหอมหวานที่คุ้นเคย แม้ความระแวงในใจจะยังไม่จางหาย แต่ร่างกายของเธอก็ยังคงเป็นที่พักพิงเดียวที่เขาโหยหา
ทว่า... ความเงียบสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวเร็วและไร้มารยาท ทำลายบรรยากาศอันเปราะบางในห้องลงทันที คีรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตาดุดันตวัดมองประตูด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
"นายใหญ่ครับ..." เสียงลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามา น้ำเสียงสั่นเครือและร้อนรนจนผิดปกติ "แย่แล้วครับ! 'แขกไม่เชิญ' คนนั้น... มันไม่ได้มาแค่ตัว แต่มันพาตำรวจกองปราบชุดใหญ่บุกเข้ามาถึงล็อบบี้ชั้นล่างแล้วครับ! และ... และมันบอกว่ามีหมายค้นห้องทำงานของคุณ... ในข้อหาครอบครองเอกสารลับทางราชการที่ขโมยมาครับ!"
คีรินนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนที่ดวงตาสีเข้มจะหันกลับมามองรินรดาที่นอนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยระคนผิดหวังกลับมาทาบทับอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"หึ..." คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา มือใหญ่เอื้อมไปหยิบปืนพกสีดำสนิทขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว "เก่งนี่รินรดา... จัดฉากเก่งมาก... ต้อนฉันจนมุมถึงขนาดนี้เลยสินะ?"
รินรดาส่ายหน้าช้าๆ หยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มด้วยความคับ องใจ "ไม่ใช่ฉันนะคีริน... ฉันไม่ได้ทำ..."
"เงียบซะ!" คีรินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างลวกๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาใช้มือหนาบีบคางเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว "เกมนี้ยังไม่จบ... ถ้าฉันรอดออกไปได้ เธอเตรียมตัวรับผลของการหักหลังครั้งนี้ได้เลย รินรดา!"
ปัง! เสียงถีบประตูห้องทำงานชั้นนอกเปิดออกเสียงดังสนั่น พร้อมกับเงาร่างของชายในชุดสูทเนี้ยบที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน... ศิลาปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางแสงไฟสลัว พร้อมกับเอกสารลับในมือที่โบกสะบัดไปมาต่อหน้าต่อตาคีริน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความสัมพันธ์อันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ•ตอนที่ 14
พายุกลางดึก
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!