สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ•ตอนที่ 8

พายุอารมณ์

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกใสสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า แววตาของรินรดาสั่นระริกด้วยความโกรธ เธอมองหน้าผู้ชายที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความเกลียดชังและแรงดึงดูดประหลาดที่เธอเกลียดแสนเกลียด "คุณมันบ้าไปแล้ว คีริน!" เสียงหวานตวาดลั่น ใบหน้าสวยเฉี่ยวนวลเนียนแดงก่ำด้วยความเดือดดาล "คิดว่าเอาอำนาจป่าเถื่อนของคุณมาขู่ฉัน แล้วโปรเจกต์นี้จะเป็นของคุณรึไง ศิลาไม่มีทางยอมให้คุณฮุบพื้นที่เขตเก่าไปได้ง่ายๆ แน่!" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มถอดเนคไทออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นรอยสักรูปงูพิษเลื้อยพันจากต้นคอหายเข้าไปใต้รอยกระดุมเสื้อเชิ้ตที่ปลดออกสามเม็ด แววตาคมกริบดั่งนักล่าจ้องมองเธอราวกับเหยื่อในกำมือ กลิ่นกายผสมผสานระหว่างกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมผู้ชายเข้มข้นยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา "ศילהงั้นเหรอ?" คีรินทวนชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังจนสะโพกติดขอบโต๊ะ "เธอคิดว่าไอ้เศษสวะนั่นมันปกป้องเธอได้ หรือคิดว่ามันมีปัญญาจ่ายเงินค้ำประกันโปรเจกต์นี้เท่าฉัน... รินรดา?" "ถอยไปนะ!" มือเรียวบางพยายามผลักแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสัก แต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับการผลักกำแพงเหล็ก คีรินไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายเขายังรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นด้วยมือข้างเดียวตรึงไว้เหนือศีรษะได้อย่างง่ายดาย แรงบีบกระชับที่ข้อมือไม่ถึงกับเจ็บจนช้ำ แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาดจนเธอไร้หนทางขัดขืน "ปากดีนักนะ... ตัวแค่นี้ ทำไมชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเส้นขนทั่วร่างของรินรดาลุกชัน ความโกรธที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความวูบวาบแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด เธอเกลียดสัมผัสนี้ เกลียดที่ร่างกายของตัวเองทรยศด้วยการตอบสนองต่อความใกล้ชิดอันตรายนี่อย่างรวดเร็ว "ปล่อยฉัน... คีริน!" เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ไล้ไปตามแนวสันกรามลามลงมายังคางมน "ไม่ปล่อย... จนกว่าเธอจะเลิกดื้อ" คำพูดของเขาขาดหายไปเมื่อริมฝีปากหนาร้อนระอุฉวยโอกาสประกบลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธอ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แรงขัดขืนในตอนแรกระเบิดออกเป็นการทุบตีที่อกเขา แต่ทว่ามันกลับยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวมาเฟียหนุ่มให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก คีรินไม่เพียงแค่จูบ แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดุดัน รสจูบที่ทั้งเอาแต่ใจ รุกเร้า และแฝงไปด้วยความหิวกระหายทำให้สติปัญญาที่เธอพยายามประคับประคองมาตลอดพังทลายลงในพริบตา ลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ข้างหนึ่งเลื่อนลงมาโอบรัดเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น จนไม่มีช่องว่างระหว่างเรือนร่างทั้งสอง ร่างของรินรดาอ่อนยวบลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ความโกรธเกลียดแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงพิศวาสที่แผดเผาจนลมหายใจขาดห่วง มือที่เคยทุบตีค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น สัมผัสจากมือหนาที่สอดลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบาขึ้นมาสัมผัสกับผิวเนียนนุ่มบริเวณแผ่นหลัง ทำให้รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เสียงครางประท้วงในลำคอของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอของเขา ความเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความตึงเครียดตลอดหลายวันที่ผ่านมา บัดนี้ได้ปะทุขึ้นราวกับลาวาที่ระเบิดออกจากปล่องภูเขาไฟ ในความมืดสลัวของห้องทำงานที่ปิดตาย มีเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและเสียงครางผ่าวต่ำในลำคอที่สะท้อนก้อง ทั้งคู่หลอมรวมความแค้น อำนาจ และแรงปรารถนาเข้าด้วยกันอย่างไร้ทางหลีกหนี ทุกสัมผัส รอยจูบ และรอยข่วนบนแผ่นหลังกว้างล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่าไม่มีใครยอมใคร แต่วินาทีนี้ ทั้งร่างกายและหัวใจของเธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับซาตานร้ายที่มีรอยสักเต็มตัวผู้นี้อย่างราบคาบ ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังร้อนระอุถึงขีดสุดจนแทบหลอมละลาย เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกสามครั้งดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตระหนก "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... มีคนบุกเข้ามาที่ชั้นล่าง และพวกมันกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่!" คีรินหยุดชะงักริมฝีปากที่กำลังซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง ดวงตาดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที เขาผละออกจากร่างของรินรดาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อด้วยพิษจูบ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบปืนพกสีดำสนิทออกจากลิ้นชักโต๊ะทำงานขึ้นมาปลดล็อกเซפตี้ด้วยมือข้างเดียวอย่างคล่องแคล่ว รินรดายืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความตกใจ เหตุการณ์ตรงหน้าดึงเธอกลับสู่โลกความเป็นจริงที่โหดร้ายอีกครั้ง แต่ก่อนที่คีรินจะหันหลังเดินไปที่ประตู ประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยกลับถูกระเบิดตูมใหญ่จนเศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดดำพร้อมอาวุธครบมือที่พุ่งเข้ามาพร้อมกัน และคนที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดด้วยรอยยิ้มเย็นชา... คือศิลา ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความเร่าร้อนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%