สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ•ตอนที่ 17

พื้นที่อันตราย

ผลงานโดย ภูริศร์
กลิ่นบุหรี่ราคาแพงผสมกับกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกปะทะเข้ากับจมูกทันทีที่บานประตูไม้เนื้อแข็งถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องทำงานชั่วคราวบนพื้นที่ก่อสร้างโครงการใหญ่ถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ร่างบางผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการป้องกันตัวกรีดร้องลั่นในโสตประสาทเมื่อเธอมองเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวเข้ามา "ไม่นึกเลยนะครับว่าจะได้เจอคุณที่นี่... หลานสาวตัวดี" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้ายับย่นตามวัยของ 'ศิลา' ทำให้เลือดในกายของรินรดากลายเป็นน้ำแข็ง ชายผู้มีอิทธิพลมืดที่เคยเหยียบย่ำครอบครัวเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้า ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว พร้อมกับลูกน้องร่างยักษ์อีกสี่คนที่ยืนคุมเชิงปิดกั้นทางออกทุกด้าน รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแค้นและความหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาจนลำคอตีบตัน แต่เธอก็พยายามเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้ไอ้สารเลวคนนี้ได้เห็นเป็นอันขาด "ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณจะเข้ามาได้ตามอำเภอใจ เชิญออกไปก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ." เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่ยังคงความแข็งกร้าว ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นน่ารังเกียจราวกับเสียงของสัตว์เลื้อยคลาน เขาเดินสำรวจไปรอบห้องทำงาน ชายตาแลแบบแปลนสถาปัตยกรรมที่กางอยู่บนโต๊ะด้วยท่าทีดูแคลน ก่อนจะหันมาสบตากับเธอด้วยแววตาคุกคามที่อาบไล้ด้วยความโลภและความกระหายอำนาจ "รปภ. อย่างงั้นเหรอ? หึ... หนูริน หนูยังไม่รู้อะไรสินะว่าที่ดินผืนนี้ ใครเป็นคนจ่ายเงินซื้อตัวจริงเสียงจริง โปรเจกต์สถาปัตยกรรมหรูหราอะไรรisนี่ มันก็แค่ฉากหน้าของบ่อนการพนันใต้ดินที่พวกมันใช้ฟอกเงินเท่านั้นแหละ หรือว่า... เธอกำลังนอนแลกกับแบบแปลนพวกนี้อยู่ ถึงได้ยอมเอาอนาคตมาทิ้งไว้กับมาเฟียไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างไอ้คีรินมัน" คำพูดดูถูกเหียดหยามพ่นออกมาจากปากของศิลา ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ความโกรธพุ่งปรี๊ดจนดึงสติให้หลุดลอย เธอก้าวเท้าจะเข้าไปเอาเรื่องคนตรงหน้า แต่ทว่า... หมัดหนักๆ และแรงกดดันอันมหาศาลจากด้านหลังก็หยุดเธอไว้เสียก่อน ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ร่างสูงใหญ่ของคีรินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ไอความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านผ่านแผ่นหลังบาง มือหนาที่มีรอยสักเต็มกรอบแขนเอื้อมมาคว้าเอวบางไว้ด้วยแรงบีบที่หนักหน่วงราวกับคีมเหล็ก ลากเธอเข้ามาชิดแนบกายแกร่งอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกปนวาบหวาม เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายเฉพาะตัวของมาเฟียหนุ่ม—กลิ่นนิโครตผสมความดุดันและอันตรายที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี คีรินไม่ได้พูดอะไรสักคำ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองตรงไปยังศิลาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะ... ศิลา" เสียงทุ้มต่ำของคีรินดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน น้ำเสียงราบเรียบแต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงตะโกน "แก่จนใกล้ลงโลงแล้ว ยังกล้ามาเหยียบอาณาจักรของฉันถึงที่นี่... สงสัยว่ากระดูกคงจะเริ่มคัน อยากให้ฉันช่วยหักทิ้งเล่นอีกรอบสินะ" ศิลาหน้าเสียไปชั่วขณะเมื่อเจอสายตาดุดันคู่นั้นจ้องมอง แต่ก็ยังกัดฟันทำเป็นใจดีสู้เสือ หัวเราะกลบเกลื่อนความกลัว "แกอย่ามาทำเป็นเก่ง คีริน! โปรเจกต์นี้ไม่มีทางสร้างขึ้นมาได้หรอก ถ้ากูจะพังมัน ต่อให้แกมีอำนาจล้นฟ้ามาจากไหน ก็ปกป้องอีสถาปัตย์เด็กนี่ไว้ไม่ได้ตลอดหรอก!" "งั้นเหรอ..." คีรินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ มือหนาที่โอบเอวรินรดาอยู่เปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นมาบีบลำคอระหงเบาๆ บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นสบตาเขา ร่างบางสะท้านเฮือกด้วยความตื่นกลัวระคนเสียวซ่านจากสัมผัสจาบจ้วงนั้น แต่ดวงตาสคมของคีรินไม่ได้มองเธอ เขากำลังจ้องมองศิลาด้วยแววตาของผู้ล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลکคาร์มือ "งั้นก็ลองดูว่า... ระหว่างที่แกพังโปรเจกต์ของฉัน กับที่ฉันจะถลกหนังหัวแกแล้วเอาไปโยนให้หมากิน อันไหนมันจะเกิดขึ้นเร็วกว่ากัน" คำพูดเฉียบขาดราวกับประกาศิตมรณะทำให้ลูกน้องของศิลาต่างชักมือเข้าหาอาวุธที่ซ่อนอยู่ใต้สูท แต่ทว่า... ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายกลายเป็นฉากนองเลือด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงคลิกของกระบอกปืนนับสิบคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดมือขวาของคีรินที่นำกำลังเข้าปิดล้อมทางเข้าออกทั้งหมดไว้ในพริบตาเดียว ศิลาหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้ายับย่น ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อรู้ตัวว่าตกอยู่ในวงล้อมของเสือร้าย คีรินกระตุกยิ้มเหี้ยม เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าและร้อนผ่าว ที่ทำเอาขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง "ยืนดูให้ดี... คนที่กล้าแตะต้องของๆ ฉัน มันจุดจบเป็นยังไง" สิ้นคำพูดนั้น คีรินก็ผลักรินรดาไปด้านหลังให้อยู่ในความปลอดภัยของบอดี้การ์ด ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าเข้าไปหาศิลาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความมืดมิดและบรรยากาศอันตรายที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น รินรดายืนหายใจหอบถี่ สายตากวาดมองแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรอยสักอันดุดิบของมาเฟียหนุ่ม หัวใจของเธอกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อศัตรู แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันตรายและเร่าร้อนจากผู้ชายที่ประกาศกร้าวว่าเธอคือ "ของของเขา" แต่ทว่า... ในวินาทีที่คีรินกำลังจะยื่นมือไปกระชากคอเสื้อของศิลานั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีรินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ มาเฟียหนุ่มชะงักฝีเท้า เขาก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ก่อนที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจะเปลี่ยนเป็นหรี่แคบลงอย่างมีความหมาย รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งเมื่อเขาอ่านชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ คีรินกดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล และกรอกเสียงทุ้มต่ำลงไปให้อีกฝ่ายได้ยินชัดเจนทั่วทั้งห้องที่เงียบสงบ "ว่าไง... ส่งภาพถ่ายพวกนั้นมาให้ฉันดูซิ ว่าเด็กในคาถาของแก มันกล้าดียังไงถึงแอบส่งข่าวให้ตำรวจเข้าตรวจค้นโกดังสินค้าของฉัน" คำพูดนั้นทำให้รินรดารวมถึงศิลาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะได้ประมวลผลทันว่าเกิดอะไรขึ้น คีรินก็หันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำ ยากจะคาดเดา และเต็มไปด้วยความลับอันตรายที่ถูกเปิดเผยออกมาทีละน้อย "เกมสนุกเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น..." คีรินวางสายแล้วหันมามองเธอเต็มตา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึ๊ก "และเธอกับฉัน... ต้องเคลียร์บัญชีนี้กันบนเตียงยาวๆ ทั้งคืน... รินรดา" ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในวังวนอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%