สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ•ตอนที่ 18

ความเชื่อใจ

ผลงานโดย ภูริศร์
เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* หนักหน่วง สะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนกว้างสไตล์เพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง หยาดน้ำค้างจากบรรยากาศรอบนอกยังไม่ทันระเหย แต่ความร้อนระอุภายในกลับพุ่งทะยานจนแทบหายใจไม่ออก คีรินไม่ได้ให้เวลาหญิงสาวได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วดุจเสือร้ายตะครุบเหยื่อ แรงกดดันมหาศาลจากตัวตนของเขาแผ่ซ่านจนรินรดาต้องถอยหลังกรูด กระทั่งแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "เกมสนุกเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น..." คำพูดนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับดวงตาสีดำสนิทที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย คีรินวางมือข้างหนึ่งทาบลงบนผนังข้างศีรษะเธอ กักขังร่างของเธอไว้ในอาณาเขตของเขา กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยอบอวล ปลุกเร้าความตื่นตระหนกและสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้ตื่นขึ้นพร้อมกัน "คุณจะทำอะไร... คีริน" เสียงของรินรดาขาดห่วง แม้เธอพยายามจะรักษาความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีเอาไว้แค่ไหน แต่ปลายนิ้วที่จิกเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือก็ฟ้องชัดว่าเธอกำลังหวาดหวั่น "ทำในสิ่งที่เธอกำลังเรียกร้องด้วยสายตาไงครับ... รินรดา" คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนเธอต้องเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วหยาบกร้านที่มีรอยสักรูปงูลายเลื้อยพันธนาการเข้าที่คางอิ่ม บังคับให้เธอกลับมาสบตาเขาตรงๆ "จำไม่ได้หรือไง ว่าเธอกำลังท้าทายผมมาตลอดทั้งเย็น" "ฉันไม่ได้ท้าทาย... ฉันแค่ปกป้องงานของฉัน จากคนเลวๆ อย่างศิลา" เธอเชิดหน้าขึ้น เปล่งประกายความดื้อรั้นในดวงตากลมโต "แต่เธอกำลังก้าวเข้ามาในอาณาเขตของผม และคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในตอนนี้... คือผม" ริมฝีปากหยักลึกกระตุกยิ้มร้ายกาจ ก่อนที่เขาจะประทับริมฝีปากลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างของเธออย่างไร้ความปรานี รสจูบเริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รินรดาผวาเฮือก มือเรียวเล็กยกขึ้นทุบกำแพงอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงแค่นั้นไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของเสือร้าย คีรินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้แน่นหนา ขณะที่มืออีกข้างเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของเอวคอดผ่านเนื้อผ้าชุดทำงานอย่างอุกอาจ สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่ลากไล้ผ่านผิวเนื้อทำให้สะท้านไปทั้งร่าง รินรดารู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะกำลังหลุดลอย ความโกรธแค้น ความหวาดระแวง และความพ่ายแพ้ต่ออำนาจเถื่อนหลอมรวมกันเป็นความเย้ายวนอันตรายที่เธอไม่อาจปฏิเสธ รสจูบที่เคยดุดันเริ่มเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ เมื่อคีรินผริมฝีปากออกช้าๆ หญิงสาวก็หอบหายใจถี่กระชั้น ริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความเคลิบเคลิ้มที่ถูกความปรารถนาครอบงำ "คุณมัน... คนอันตราย" เธอพกระซิบเสียงสั่นพร่า "แต่เธอก็ปฏิเสธผมไม่ได้..." เขาตอบรับด้วยเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่น ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาว รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ รีบเกี่ยวแขนเรียวเข้ากับลำคอแกร่งโดยสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น คีรินพาเธอเดินไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง ก่อนจะวางร่างเธอลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอม ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง ร่างสูงทาบทับลงมา ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างไร้ความปราณี เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักรูปพญานาคสีดำสนิทที่เลื้อยพันจากหัวไหล่ลงมาถึงแผ่นอก เพิ่มความดิบเถื่อนและเซ็กซี่จนรินรดาแทบไม่กล้าสบตา แต่มือใหญ่กลับคว้ามือของเธอไปวางทาบลงบนรอยสักนั้น บังคับให้เธอลูบไล้ผิวเนื้อร้อนระอุของเขา "สัมผัสผมสิ... รินรดา" เสียงกระซิบพร่าข้างใบหูทำให้ขนลุกซ่า "ถ้าเธอจะยืนข้างผม เธอต้องรู้จักร่างกายและจิตวิญญาณของผมให้ดีเสียก่อน" ความลังเลฉายชัดในแววตาคู่สวย แต่เมื่อความอบอุ่นและแรงดึงดูดระหว่างกันมีอำนาจเหนือเหตุผล เธอกลับเป็นฝ่ายใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามรอยสักบนแผ่นอกของเขาอย่างจำยอม การตอบสนองนั้นทำให้แววตาของคีรินวาวโรจน์ด้วยความพึงพอใจ บทเพลงรักอันดุเดือดและลึกซึ้งเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน คีรินไม่ได้รีบร้อนเหมือนสัตว์ป่าหิวกระหาย แต่เขาใช้ความประณีตและชั้นเชิงของผู้ชายที่เจนจัดในการปลุกเร้าสัญชาตญาณความต้องการของหญิงสาว ทุกสัมผัส ทุกรอยจูบที่ประทับลงบนลาดไหล่เนียน ผิวเนื้อบอบบาง และเนินอกอิ่ม เอ่อล้นไปด้วยความเร่าร้อนที่แผดเผาจนรินรดากรีดร้องครางออกมาเบาๆ ในลำคอ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดสนิทแน่น สอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงเตือนของหัวใจที่เต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความสุขสมทางอารมณ์พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนรินรดารู้สึกราวกับตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆที่พร้อมจะสลายตัวได้ทุกเมื่อ อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบกอดรัดรึงเธอไว้แน่น ราวกับจะประกาศก้องว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ หยาดเหงื่อซึมตามไรผมและเรือนร่างของทั้งสองท่ามกลางความเงียบสงบ รินรดานอนซบอยู่บนอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของมาเฟียหนุ่ม นิ้วเรียวของคีรินยังคงลูบไล้เส้นผมยาวสลวยของเธออย่างอ่อนโยน ความดุดันป่าเถื่อนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่น่าประหลาด "ศิลาไม่หยุดแค่นี้แน่..." รินรดาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเด็ดเดี่ยว "มันต้องการทำลายโปรเจกต์ของฉัน เพื่อบีบให้ฉันต้องยอมจำนนต่อมัน" คีรินก้มลงจูบหน้าผากมนเบาๆ แววตาคมกริบฉายประกายความเยือกเย็นอันน่ากลัวออกมาอีกครั้ง "ปล่อยให้มันเล่นเกมของมันไป..." เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ความรู้สึกของเธอบิดเบี้ยวไปตลอดกาล "ในเมื่อเธอเลือกยืนข้างผมแล้ว นับจากวินาทีนี้... ใครก็ตามที่แตะต้องงานของเธอ มันต้องชดใช้ด้วยเลือด" รินรดานิ่งงัน หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกซับซ้อน เธอกำลังก้าวลงสู่นรกที่สวยงามที่สุด และเธอก็รู้ดีว่าไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกแล้ว ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมห้องนอนอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็แผดเสียงกริ่งแหลมสูงขึ้นทำลายบรรยากาศ คีรินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เอื้อมมือไปคว้าเครื่องมาถือไว้และกดรับสายโดยไม่มองหน้าจอ "มีอะไร..." น้ำเสียงของเขาห้วนจัดและเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่เสียงปลายสายที่ลอดออกมาผ่านลำโพง กลับทำให้ลมหายใจของคีรินสะดุดกึ๊ก และทำให้รินรดาที่นอนแนบชิดอยู่ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจขีดสุด *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในวังวนเสน่หาอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้เงากับมาเฟียรอยสักดิบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%