"หมอบอบ! หลบครับ!"
เสียงตะโกนพร้อมกับแรงกระชากสุดแรงเกิดจากมือเรียวของรินรดา ทำให้ร่างหนาของพันตรีธนาเซถลาล้มกลิ้งไปหลบหลังร่องแปลงผักออร์แกนิก ปลายกระบอกปืนไรเฟิลติดลำกล้องที่วาววับเมื่อครู่ลั่นไกขึ้นหนึ่งนัด เสียง "ปัง!" แหวกอากาศเฉียดผ่านกลุ่มใบกะเพราป่าจนใบไม้ร่วงกราว พ่วงด้วยกลิ่นดินและดินปืนจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก
ทว่า นายทหารแพทย์หนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนไม่มีทีท่าว่าจะตื่นตระหนกแต่อย่างใด สัญชาตญาณนักรบถูกปลุกเร้าในเสี้ยววินาที ธนาพลิกตัวใช้ลำตัวกำยำบังร่างบางของหญิงสาวไว้มิดชิด สายตาคมกริบกวาดมองไปยังพุ่มไม้หนาทึบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบวิทยุสื่อสารขนาดเล็กเหน็บเอวขึ้นมาออกคำสั่งเสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิท
"หน่วยจู่โจมสาม... เป้าหมายอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากแปลงผักหกสิบเมตร ล้อมจับเป็น ห้ามให้หลุดรอด"
สิ้นเสียงคำสั่ง ร่างของนายทหารในชุดนอกเครื่องแบบสองนายก็พุ่งตัวออกจากเงาไม้อย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับเสือดาวตะครุบเหยื่อ ไม่ถึงสามนาที เสียงร้องโอดครวญและการกดทับร่างก็ดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งถูกลากตัวออกมากลางแสงจันทร์สลัว
รินรดาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก เธอพยายามดันแผงอกกว้างที่ยังคงโอบกอดเธอแน่นออกเบาๆ แต่ดูเหมือนคุณหมอทหารผู้หวงก้างจะไม่มีทีท่าว่าจะคลายอ้อมแขนนั้นลงง่ายๆ กลับกระชับกอดให้แน่นขึ้นไปอีก จนเธอต้องเอ็ดเบาๆ
"ปล่อยก่อนครับคุณธนา คนอื่นมองอยู่... แล้วนี่คุณรู้ตัวอยู่แล้วใช่ไหมว่ามันแอบซ็งอยู่ตรงนั้น?" รินรดาหรี่ตามองชายหนุ่มอย่างรู้ทัน
ธนาโค้งมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดู "ผมเห็นมันตั้งแต่มันเดินเข้ามาในเขตที่ดินของคุณแล้วครับ ริน... แค่กำลังรอดูว่าคุณจะจัดการกับหมาลอบกัดยังไง หรือจะวิ่งมาซบผมก่อน"
"หลงตัวเองที่สุดครับ" รินรดาค้อนให้หนึ่งวงอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินนำไปยังผู้บุกรุกที่ถูกทหารลูกน้องกดตัวคุกเข่าอยู่บนพื้นดิน
ชายคนนั้นหน้าซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตารินรดา ความตกใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดทันที
"นัง... นังริน! แกกล้าให้ทหารมาทำร้ายชาวบ้านเรอะ! แกจำไม่ได้หรือไงว่าที่ดินตรงนี้ ปู่ของแกเคยยกให้พ่อฉันดูแลก่อนตาย!"
เสียงแหลมสูงที่แผดขึ้นมาทำลายความเงียบยามค่ำคืน ไม่ใช่ใครที่ไหน... ป้าสมร ญาติผู้พี่จอมโลภมากที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับชายฉกรรจ์รับจ้าง ป้าสมรยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงข้ามรั้วไม้ไผ่ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวหลังจากเห็นสมุนมือปืนถูกรวบตัว
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเฉียบคมราวกับเชฟมือฉมังกำลังแล่เนื้อปลา เธอค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ ชายตามองป้าสมรตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเศษฝุ่น
"อ๋อ... ป้าสมรนี่เองครับที่ลงทุนจ้างมือปืนราคาถูกมาเก็บผมถึงแปลงผัก แปลกนะครับ คนมีความละอายเขาน่าจะมาทวงสมบัติด้วยเอกสาร ไม่ใช่ด้วยลูกกระสุนปืน" น้ำเสียงของรินรดานุ่มนวลแต่เชือดเฉือนจนป้าสมรสะท้าน
"นังเด็กเนรคุณ! แกอย่ามาทำปากดีนะ!" ป้าสมรพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบหน้าหญิงสาว แต่ทว่า... ร่างสูงใหญ่ของพันตรีธนาได้ก้าวเข้ามาขวางไว้ทันที แรงกดดันอันน่ากลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มจนป้าสมรต้องผถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ
"ถ้าไม่อยากให้ผมข้อหาพยายามฆ่าและสมคบคิดกับมือปืนลอบสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ..." ธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เย็นเยียบถึงกระดูกดำ "ถอยออกไปจากเขตพื้นที่ส่วนบุคคลของภรรยาผมซะ"
"ภรรยา... ใครเป็นภรรยาแก! ที่ดินแปลงนี้มีโฉนดชื่อสามีฉัน! นังรินมันขโมยสมบัติของตระกูลไป!" ป้าสมรแผดเสียงแหลมกลบเกลื่อนความกลัว ชูใบกระดาษเก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่งขึ้นมาอวดอ้าง "นี่ไง! พินัยกรรมฉบับจริง! ที่ดินแปดไร่นี้เป็นของฉัน!"
รินรดายิ้มขำ เธอหยิบกระเป๋าเอกสารกันน้ำออกมาจากโต๊ะทำงานไม้ไผ่ หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาคลี่ออกอย่างใจเย็น ก่อนจะชูขึ้นแข่งกับแสงไฟฉาย
"พินัยกรรมปลอมๆ ที่พวกป้าเขียนขึ้นเองเมื่อปีที่แล้วเนี่ยนะะครับ จะสู้กับโฉนดที่ดินออกโดยกรมที่ดินเมื่อวานนี้ได้ยังไง?" รินรดาเดินเข้าไปใกล้ ยื่นเอกสารสิทธิ์ฉบับจริงให้ป้าสมรได้ดูชัดๆ "อ่านดูให้เต็มตาครับ โฉนดตราครุฑแดงฉบับนี้ออกในชื่อ 'รินรดา' แต่เพียงผู้เดียว และที่สำคัญ... ทางการเพิ่งอนุมัติให้ที่ดินตรงนี้เป็นเขตเกษตรกรรมอินทรีย์พิเศษ ห้ามมีการซื้อขายหรือโอนสิทธิ์แก่บุคคลภายนอกเด็ดขาด ถ้าใครบุกรุก... โทษจำคุกสูงสุดสามปีนะครับป้า"
ป้าสมรเบิกตากว้าง จ้องมองตัวอักษรบนกระดาษด้วยความไม่อยากเชื่อ มือที่ถือกระดาษสั่นเทาจนแทบจับไม่อยู่ "ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้! แกแอบไปทำเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!"
"ตั้งแต่ตอนที่ป้าส่งจดหมายมาขู่ว่าจะฟ้องผมยังไงล่ะครับ" ธนาเสริมขึ้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะเจ้าเล่ห์ "ในฐานะนายทหารแพทย์ ผมมีช่องทางประสานงานกับกระทรวงเกษตรและฝ่ายปกครองเร็วกว่าที่ป้าคิดเยอะครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ป้าสมรหน้าซีดเผือดราวกับคนไข้อาการโคม่า สมุนมือปืนถูกทหารคุมตัวขึ้นรถกระบะเพื่อส่งสถานีตำรวจ ส่วนป้าสมรได้แต่ยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคืองปนความหวาดกลัว
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความโล่งใจและกลิ่นหอมกรุ่นของดินหลังฝนตก เธอหันกลับมามองชายหนุ่มผู้ยืนเคียงข้าง แววตาที่มองเขามีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าขอบคุณ
ธนาโน้มตัวลงมา กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยสั่นไหว
"จัดการธุระเสร็จแล้ว... ถึงเวลาที่ภรรยาต้องรับผิดชอบค่าเสียหายขวัญเสียของผมแล้วนะครับคุณริน"
ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มมองตรงไปยังริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างประหม่า พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของซุปไก่ตุ๋นยาจีนหม้อใหญ่ที่รินรดาเคี่ยวทิ้งไว้บนเตาถ่านหลังบ้านเริ่มโชยกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ตัดผ่านความหนתาวของค่ำคืนนี้อย่างลงตัว...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ
แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 3
ศึกปะทะสายเลือดยางอาย
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!