แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 4

จานแรกในชีวิตใหม่

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"ถ้าคุณยังเดินวนเวียนอยู่แถวแปลงผักของผมอีกรอบเดียว ผมจะถือว่าคุณมีใจ... หรือไม่ก็สติไม่ดีครับคุณป้า" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นที่ริมรั้วไม้ไผ่ รินรดาชะงักมือที่กำลังถือตะหลิว เธอกรอกตาขึ้นฟ้าเบาๆ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับพันตรีธนา นายทหารแพทย์หนุ่มเพื่อนบ้านผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แต่กลับมาเดินถือจานสังกะสีเคลือบลายดอกไม้รอรับเสบียงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันตั้งแต่เช้าตรู่ นี่คือตอนที่ 4 ของ "แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง" และสำหรับรินรดาแล้ว การได้ตื่นมาใช้ชีวิตในบ้านสวนหลังนี้พร้อมกับมิติลับในกำมือ คือความสุขที่พวกญาติจอมละโมบไม่มีวันแย่งไปได้... ยกเว้นก็แต่คุณหมอข้างบ้านคนนี้แหละ ที่ขยันมาป้วนเปี้ยนจนเธอกลัวว่าแปลงผักออร์แกนิกจะช้ำหมดเสียก่อน "ฉันไม่ได้เดินวนเวียนค่ะ... เอ้ย! ผมหมายถึง ผมแค่มารอดูว่าเชฟมือหนึ่งจะทำเมนูอะไรจากผักในแปลงที่ผมช่วยรดน้ำเมื่อวานต่างหาก" ธนาแก้ตัวหน้าตาเฉย รอยยิ้มมุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า รินรดากอดอก มองชายหนุ่มในชุดลำลองเสื้อยืดสีเขียวทหารกางเกงขายาวที่ดูสะอาดสะอ้าน แม้จะอยู่ในโหมดพักผ่อน แต่รัศมีของความเป็นนายทหารผู้เคร่งขรึมก็ยังคงแผ่ออกมาไม่จางหาย ยิ่งเวลาที่สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ปิดไม่มิด มันก็ยิ่งทำให้หัวใจของอดีตเชฟสาวฟิวชั่นกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "ช่วยรดน้ำเหรอครับ? นั่นมันเรียกว่ายืนเก๊กหล่อแล้วฉีดสายยางโดนแปลงโหระพาตายไปครึ่งแปลงต่างหากล่ะคุณหมอ" รินรดาตอกกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายตามประสาคนปากจัดที่ไม่เคยยอมใคร "แล้วก็นะ เลิกเอา 'จานสังกะสี' หน้าตาเชยสะบัดนี่มาดักรอได้แล้ว มันไม่เข้ากับลุคคุณหมอผู้เคร่งขรึมร้อยแปดพันเก้าเลยสักนิด" "จานนี้บรรพบุรุษให้มาครับ... อีกอย่าง อาหารฝีมือภริยา... อ้าว ไม่ใช่ เชฟรินต่างหาก จะใส่จานอะไรก็อร่อยทั้งนั้นแหละ" ธนาแกล้งพูดแก้เก้อ แต่ใบหูของนายทหารหนุ่มกลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นจุดอ่อนเล็กๆ ที่รินรดามักจะหยิบมาแกล้งอยู่เสมอ เชฟสาวหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันกลับไปจัดการกับกระทะใบโตบนเตาถ่าน กลิ่นหอมฟุ้งของกระเทียมเจียวพริกไทยดำและใบโหระพาออร์แกนิกที่เก็บสดๆ จากแปลงเมื่อครู่ ลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณครัวไทยหลังบ้าน สำหรับเมนูเปิดตัวเพื่อผูกมิตร (และดัดนิสัยคนขี้หวงอย่างคุณหมอ) ในวันนี้ เธอเลือกทำ "ผัดผักบุ้งไฟแดงหมูกรอบโบราณ" แต่มีความพิเศษตรงที่วัตถุดิบทุกอย่างถูกดึงพลังงานความสดมาจากมิติลับ ทำให้ผักบุ้งมีความกรอบเป็นพิเศษ ใบเขียวสดใสไม่ช้ำน้ำ และหมูกรอบที่เคี่ยวจนหนังฟูกรอบนอกนุ่มในโดยไร้สารเคมี รินรดาบรรจงตักอาหารสีสันน่ารับประทานลงในจานสังกะสีลายดอกไม้ของคุณหมออย่างพิถีพิถัน พร้อมกับโปะกระเทือนเจียวกรอบๆ ไว้ด้านบนจนพูน "อ่ะ รับไปครับ แล้วก็เอาไปกินเงียบๆ ที่บ้านคุณ อย่ามาส่งเสียงดังรบกวนเวลาผมแพ็คผักส่งตลาดมืดเด็ดขาด" รินรดายื่นจานอาหารส่งข้ามรั้วไม้ไผ่ให้ชายหนุ่ม ธนารับจานนั้นมาด้วยความระมัดระวัง ราวกับมันคือวัตถุโบราณล้ำค่า กลิ่นหอมฉุยของผัดผักบุ้งเตะเข้าจมูกเต็มๆ จนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เธอนอกจากจะสวยเฉี่ยวและฉลาดเป็นกรดแล้ว ฝีมือปลายจวักยังร้ายกาจเสียจนผู้ชายแข็งกระด้างอย่างเขาแทบละลาย "หอมขนาดนี้... ถ้าผมบอกว่าไม่อิ่มท้อง แต่อยากอิ่มใจด้วย คุณจะว่ายังไงครับ?" ธนาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาพราวระยับ "ผมจะบอกว่าเชิญกลับไปกินข้าวที่บ้านแล้วนอนซะนะครับคุณหมอ ราตรีสวัสดิ์ตอนสายๆ!" รินรดาตอบกลับพร้อมกับทำท่าปิดหน้าต่างครัวใส่หน้าเขาอย่างไม่ไยดี แต่รอยยิ้มที่มุมปากของเธอกลับซ่อนไว้ไม่มิด ธนายืนมองบานหน้าต่างที่ปิดลงด้วยความขบขัน เขาส่ายหัวเบาๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะเดินถือจานผัดผักบุ้งกลับบ้านด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ทว่าความสงบสุขย่อมอยู่ได้ไม่นาน เมื่อร่างท้วมของป้าสมร ญาติสายห่างผู้จ้องจะฮุบที่ดินและคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งรินรดามาตลอด โผล่พรวดออกมาจากพุ่มไม้ข้างบ้าน พร้อมกับทำจมูกฟุดฟิดด้วยความอยากรู้อยากเห็น "อ้าว คุณหมอธนา! ถืออะไรมาน่ะ หอมเชียว... นี่อีรินมันทำอะไรให้กินเหรอ หรือว่าแอบเอาของในสวนเน่าๆ มาหลอกขายคุณหมออีกแล้ว?" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสมิดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันรื่นรมย์ ธนาหุบยิ้มทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบทันทีที่หันไปมองหญิงสูงวัยผู้ไม่ได้รับเชิญ ป้าสมรเดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้รั้ว ทำท่าจะชะโงกหน้ามองจานอาหารในมือของนายทหารหนุ่ม แต่ธนากลับเบี่ยงตัวหลบด้วยท่าทางสุภาพแต่เฉียบขาด จนป้าสมรเกือบเสียหลักล้ม "อาหารจานนี้เป็นของผมครับคุณป้า และมันก็ไม่ใช่ของเน่าเสียอย่างที่คุณป้ากล่าวหา กรุณาให้เกียรติเจ้าของบ้านด้วยนะครับ" ธนากล่าวด้วยน้ำเสียงกดต่ำ ทรงอำนาจจนป้าสมรถึงกับสะดุ้งโหยง "โอייה คุณหมอก็เข้าข้างมัน! นังนี่มันร่าน... เอ๊ย มันไม่ใช่คนดีอะไรหรอกค่ะ ระวังตัวไว้เถอะ เดี๋ยวก็โดนมันสูบเงินจนหมดตัว..." ป้าสมรยังคงไม่หยุดพ่นคำพูดดูถูกเหยียดหยามออกมาตามสันดานเดิม ทว่า ยังไม่ทันที่ป้าสมรจะแผดเสียงต่อ ประตูรั้วบ้านของรินรดาก็เปิดผางออกอย่างแรง ร่างบางของอดีตเชฟสาวก้าวออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาดุดันราวกับพญาเสือดาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ในมือของเธอถือสายยางรดน้ำต้นไม้ที่เปิดน้ำรอไว้เต็มแรง "ป้าสมรครับ..." รินรดากล่าวเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ปากป้าเนี่ย... สงสัยจะเหม็นสาบความอิจฉามาตั้งแต่เกิดสินะครับ ถึงได้เที่ยวเห่าหอนหน้าบ้านคนอื่นเขาแบบนี้" "อีเด็กนี่! แกกล้าด่าฉันเหรอ!" ป้าสมรหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่ากราด "ผมยังไม่ได้ด่าครับ ผมแค่ 'วินิจฉัย' ตามอาการ" รินรดาแกล้งยิ้มหวานหยด ก่อนจะตวัดสายตาดุดันแล้วพูดประโยคที่ทำให้ป้าสมรถึงกับหน้าถอดสี "แล้วถ้าป้ายังไม่ไสหัวกลับไปในสามวินาทีนี้... สายยางในมือผม จะไม่ได้รดแค่แปลงผัก แต่มันจะรดหัวหงอกๆ ของป้าให้หายร้อนในทันที!" ป้าสมรกรีดร้องด้วยความโกรธแค้น แต่มองจากแววตากร้าวของรินรดาและท่าทางคุกคามของพันตรีธนาที่ยืนกอดอกจ้องเขม็งอยู่ข้างๆ แล้ว นางจำต้องถอยกรูดออกไปอย่างหัวเสีย พร้อมกับพึมพำคำสาปแช่งไล่หลัง รินรดาถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มข้างบ้านที่ยืนอมยิ้มมองเธอตั้งแต่ต้นจนจบ "มองอะไรครับ? จะกินต่อไหมผัดผักบุ้งน่ะ หรือจะให้ผมเอาไปเทให้หมูกินแทน" รินรดาหันไปแหวใส่ธนาแก้เขิน ธนาหัวเราะร่อในลำคอ เขาก้าวเข้าไปใกล้รั้วไม้ไผ่โน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของเชฟสาวเต้นผิดจังหวะ "กินสครับ... แต่ถ้ากินเสร็จแล้ว คุณต้องมารับผิดชอบหัวใจผมด้วยนะ" พูดจบ นายทหารหนุ่มก็หันหลังเดินกลับบ้านไปดื้อๆ ปล่อยให้รินรดายืนค้างอยู่กับที่ ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหู ทว่า ความเงียบสงบยังไม่ทันได้กลับคืนมา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระโปรงของรินรดาก็สั่นครืดคราดขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอก้มลงมองหน้าจอ ปรากฏเบอร์โทรเข้าจาก "สำนักงานที่ดินอำเภอ" และข้อความสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาจากเบอร์ปริศนาในเวลาเดียวกัน *[ข้อความจากเบอร์แปลก]: "ยินดีด้วยนะคุณเชฟ... ที่ดินแปลงมรดกที่คุณรักนักรักหนา ตอนนี้ถูกโอนกรรมสิทธิ์เป็นของคนอื่นเรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกไปได้เลยครับ"* รินรดานิ่งค้าง รอยยิ้มเมื่อครู่หายวับไปกับตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อตระหนักได้ว่า... สงครามที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%