เอกสารสัญญากู้ยืมเงินฉบับจริงพร้อมลายมือชื่ออันสั่นเทาถูกวางกระแทกบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังปึกสะท้อนก้องไปทั่วห้องรับแขกที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของเครือญาติผู้หิวโหย บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนแทบติดลบ รินรดายืนกอดอกมองหน้าป้าสมรด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเหนือกว่า ในขณะที่พันตรีธนายืนนิ่งสงบเป็นโล่กำบังอยู่ด้านหลัง ร่างสูงใหญ่ในชุดไปรเวททว่าแผ่รังสีคุกคามแบบนายทหารอาชีพ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์จ้องมองหญิงสูงวัยตรงหน้าเสมือนเหยื่อในกำมือ
"แก... แกเอาเอกสารบ้าอะไรมาหลอกฉัน!" ป้าสมรหน้าซีดเผือด สีหน้าที่เคยหยิ่งผยองและมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก มือเหี่ยวย่นสั่นเทาจนเกือบคว้าแฟ้มเอกสารตรงหน้าไม่ทัน นางพยายามกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก แต่ลำคอตีบตันจนเปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากลำบาก
"หลอกเหรอครับคุณป้า..." รินรดาทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงด้วยความเยียบเย็น เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทีละน้อย ส้นรองเท้ากระทบพื้นไม้เป็นจังหวะหนักแน่นราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่วันล่มจมของอีกฝ่าย "ลายมือชื่อตรงนี้ ตราประทับของสำนักงานที่ดินอำเภอตรงนั้น รวมถึงยอดหนี้ก้อนโตที่คุณป้าไปกู้ยืมมาโดยเอาโฉนดแปลงนี้ไปค้ำประกัน... มันคือความจริงที่สะอาดหมดจด ยิ่งกว่าผักอินทรีย์ในแปลงของหนูเสียอีกนะครับ"
ป้าสมรเบิกตากว้างจนแทบถลוןออกนอกเบ้า ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก นางไม่เคยคิดเลยว่าเด็กสาวที่ตนเคยคิดว่าหัวอ่อนและไร้ทางสู้ จะสามารถสาวไส้และสาวหลักฐานชิ้นสำคัญนี้ขึ้นมาจากหลุมพรางที่นางขุดดักไว้ได้
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ขณะที่รินรดากำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบบัญชีการส่งออกผักอินทรีย์ผ่านระบบมิติลับเพื่อเตรียมขยายตลาดสู่ภัตตาคารระดับไฮ엔ด พันตรีธนาได้นำข่าวกรองชิ้นสำคัญมามอบให้ สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมคนนี้ไม่เพียงแต่เก่งกาจในเรื่องการรักษาคนและคุมกำลังพล แต่เขายังมีเครือข่ายข่าวกรองที่กว้างขวางเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด นายทหารหนุ่มสืบทราบว่าป้าสมรและลูกชายจอมผลาญกำลังประสบวิกฤตทางการเงินอย่างหนักจากการเล่นการพนัน และกำลังวางแผนการสกปรกเพื่อฮุบที่ดินมรดกแปลงสุดท้ายของครอบครัวรินรดาด้วยการปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์
"ผมบอกคุณแล้วว่าคนพวกนี้ไม่เคยมีความซื่อสัตย์" เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ข้างหู ขณะที่วงแขนแข็งแรงโอบกระชับรอบเอวบางเพื่อถ่าย1ทอดความอบอุ่น "อยากให้ผมจัดการขั้นเด็ดขาดเลยไหมครับ หรือจะปล่อยให้คุณได้ใช้สิทธิ์เจ้าของบ้านสั่งสอนพวกเขาด้วยตัวเอง"
รินรดายิ้มรับสัมผัสนั้น เธอเลือกอย่างหลัง เพราะการได้เห็นคนใจคดจำนนต่อหลักฐานด้วยน้ำมือของตัวเอง มันสะใจและสาสมยิ่งกว่าการใช้กำลังทหารกดดันเป็นไหนๆ
ปัจจุบัน ป้าสมรทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างคนหมดแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนปวกเปียกจนไม่สามารถพยุงร่างไว้ได้อีกต่อไป หลักฐานในมือคือใบเสร็จรับเงินกู้นอกระบบที่มีชื่อของนางเป็นผู้กู้ร่วม พร้อมทั้งสัญญาจำนองอำพรางที่ทำขึ้นเพื่อหลบเลี่ยงภาษีและเตรียมฮุบที่ดิน หนำซ้ำยังมีบันทึกการสนทนาทางข้อความที่สั่งการให้ลูกน้องมาขโมยเมล็ดพันธุ์ผักวิเศษในโรงเรือนของรินรดาเพื่อนำไปขายต่อ ทุกอย่างถูกรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบในแฟ้มพลาสติกใส แฟ้มเดียวที่ทำลายความทะเยอทะยานหลายปีของป้าสมรลงในพริบตา
"แก... แกทำแบบนี้กับป้าได้อย่างไร นังเด็กเนรคุณ!" ป้าสมรแผדเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความคับแค้นใจ เมื่อเห็นว่าหนทางรอดถูกปิดตาย นางจึงเปลี่ยนแผนใช้ไม้อ่อน บีบน้ำตาเรียกคะแนนความน่าสงสาร "ฉันเป็นป้านะ สมัยที่แม่แกตาย ใครกันล่ะที่คอยหยิบยื่นข้าวปลาให้กิน แกจะใจดำทำลายอนาคตครอบครัวเราลงได้ลงคอเชียวหรือ"
รินรดาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน เธอมองหญิงวัยกลางคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้เยื่อใย ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกเหยียบย่าองศักดิ์ศรีไหล2วนเข้ามาในหัว แต่มันไม่ได้ทำให้เธอใจอ่อน กลับยิ่งหล่อหลอมให้หัวใจของเชฟสาวแกร่งยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
"ข้าวปลาที่คุณป้าพูดถึง... คือเศษอาหารเหลือๆ ที่เอามาโยนให้กินเหมือนหมูเหมือนหมาน่ะเหรอครับ?" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทุกคำพูดบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "บุญคุณอะไรกันครับที่ป้ากำลังทวงถาม บุญคุณที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อ ขโมยผลผลิตในสวน และพยายามขับไล่หนูออกจากบ้านหลังนี้ตั้งแต่หนูอายุสิบขวบอย่างนั้นเหรอครับ... น่าขันสิ้นดี"
ป้าสมรสะอึกจนหน้าดำหน้าแดง นางเงื้อมมือขึ้นหมายจะตบหน้าหลานสาวด้วยความบันดาลโทสะ แต่ทว่า...
หมับ!
ข้อมือเหี่ยวย่นถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศอย่างแม่นยำและรวดเร็วราวกับกรงเล็บเหล็ก พันตรีธนาขยับตัวเข้ามาขวางหน้าภรรยาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่1ทราบ แรงบีบที่ข้อมือทำให้นางรู้สึกเจ็บแปลบจนต้องร้องครางออกมา ใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มราบเรียบไร้อารมณ์ แต่แววตานั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
"อย่าได้คิดใช้มือสกปรกนี่แตะต้องภรรยาผมแม้แต่นลายเล็บเดียวครับคุณป้า" เสียงทุ้มกังวานเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทุกพยางค์เต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันให้อีกฝ่ายแทบหายใจไม่ออก "มิฉะนั้น คดีปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงทรัพย์สินในมือผมตอนนี้ จะถูกส่งตรงถึงโต๊ะอัยการทหารภายในห้านาทีนี้แน่นอน"
ป้าสมรตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว นางรู้ดีว่าอำนาจของพันตรีธนานั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น หากเรื่องนี้ถึงมือทหารจริงๆ ครอบครัวของนางไม่เพียงแต่จะสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอาจต้องไปนอนในเรือนจำยาวนานหลายปี
"แฮ่ม... คุณธนา ใจเย็นก่อนลูก..." เสียงแหบพร่าของลุงเรือง สามีของป้าสมรที่แอบยืนหลบมุมอยู่หลังประตูเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยท่าทีนอบน้อมถ่อมตนจนน่าสมเพช ชายวัยกลางคนเดินกะโผลกกะเผลกเข้ามาพร้อมกับยกมือไหว้ปะหลกๆ "เรื่องนี้มันอาจจะมีความเข้าใจผิดกันก็ได้นะหลานนะ เราเป็นญาติกัน สายเลือดเดียวกัน ไผ่กอเดียวกัน ปล่อยๆ กันไปเถอะ น่า..."
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอปัดมือเบาๆ ราวกับรังเกียจที่จะสัมผัสอากาศเดียวกับคนตระกูลนี้ หันไปมองหน้าลุงเรืองด้วยรอยยิ้มเยาะ
"สายเลือดเดียวกันเหรอครับลุงเรือง? ตอนที่พวกคุณรวมหัวกันเอาโฉนดที่ดินไปจำนองนอกระบบแล้วปล่อยให้หนูกับแม่ต้องกราบกรานขอร้องเพื่อขอเช่าที่ทำกินบนผืนดินตัวเอง พวกคุณเคยคิดบ้างไหมครับว่าเราเป็นญาติกัน?" รินรดาลากเสียงยาวอย่างเย้ยหยัน "ไม่ต้องมาพูดเรื่องสายเลือดให้รกหูครับ เอกสารฉบับนี้อยู่ที่นี่แล้ว และทางออกก็มีอยู่แค่สองทางเท่านั้น..."
เธอยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เด็ดเดี่ยวสมกับที่เป็นเจ้าของธุรกิจผักอินทรีย์ที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาด้วยลำแข้งของตัวเอง
"หนึ่ง... เซ็นชื่อในหนังสือสละสิทธิ์การครอบครองที่ดินทั้งหมดคืนให้หนูโดยไม่มีเงื่อนไข แล้วไสหัวออกจากหมู่บ้านนี้ไปซะภายในวันนี้"
ป้าสมรและลุงเรืองหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ สละสิทธิ์ที่ดินนั่นหมายความว่าพวกนางจะกลายเป็นคนเร่ร่อนทันที ไม่มีแม้แต่หลังคาซุกหัวนอน
"แล้ว... แล้วถ้าเป็นทางเลือกที่สองล่ะ?" ลุงเรืองถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"สอง..." รินรดายิ้มหวานหยด ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ให้คุณสามีของหนูจัดการส่งหลักฐานทั้งหมดนี้ให้ตำรวจและศาล พร้อมกับคัดชื่อพวกคุณออกจากทะเบียนบ้านตระกูลเรา แล้วไปตกระกำลำบากในคุกด้วยกันทั้งครอบครัว... เชิญเลือกครับว่าอยากได้แบบไหน"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องรับแขกอีกครั้ง ป้าสมรน้ำตาไหลพรากด้วยความคับแค้นใจ แต่นางไร้ซึ่งหนทางต่อรองใดๆ อีกต่อไปแล้ว หลักฐานมัดตัวแน่นหนาเกินกว่าจะดิ้นหลุด พันตรีธนายืนกอดอกจ้องมองการตัดสินใจของคนทั้งคู่ด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม ขณะที่รินรดายืนรอคอยคำตอบอย่างใจเย็น
ทว่า ในจังหวะที่ป้าสมรทำท่าจะเอื้อมมือไปหยิบปากกาเพื่อเซ็นยินยอมตามข้อเสนอแรก เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงตะโกนหอบเหนื่อยของเด็กส่งของประจำหมู่บ้านที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องชะงัก
"คุณรินรดาครับ!แย่แล้วครับ! มี... มีคนกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาที่แปลงผักอินทรีย์ท้ายหมู่บ้าน พวกเขาบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตร พร้อมกับ... พร้อมกับประกาศยึดผลผลิตทั้งหมดของพวกเราครับ!"
รินรดากล่าวขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างกันมาจนถึงบทนี้ และขอให้ทุกท่านเตรียมตัวพบกับบทสรุปอันสะใจในตอนต่อไปนะครับ
แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 24
ไพ่ตายของรินรดา
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!