แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 26

ชะตาชีวิตที่พลิกผัน

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"ใบขับขี่ก็ไม่มี โฉนดที่ดินตัวจริงก็ไม่ได้ถือครอง แถมสัญญาเงินกู้นอกระบบที่เธอไปเซ็นค้ำไว้... ตอนนี้เจ้าหนี้เขาส่งหมายศาลมาแปะไว้ที่หน้าประตูบ้านเลขที่เจ็ดสิบสองเรียบร้อยแล้วนะครับ ป้าสมร" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของพันตรีธนายังคงก้องกังวานอยู่กลางลานดินหน้าฟาร์มผักอินทรีย์ แรงกดดันจากเครื่องแบบนายทหารยศพันตรีและสายตานิ่งสนิทราวกับมองศัตรูในสมรภูมิรบ ทำให้ป้าสมรถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น มือที่เคยสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวบัดนี้สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด รินรดายืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย เธอยกกาแฟดำในแก้วเซรามิกขึ้นจิบช้าๆ ลิ้มรสความขมที่กลมกล่อมตัดกับความสะใจที่เอ่อล้นอยู่ในอกอย่างเงียบเชียบ ผู้หญิงคนที่เคยเที่ยวประกาศกร้าวว่าตระกูลนี้ไม่มีวันเจริญได้หากไม่มีเธอเข้ามาบงการ บัดนี้กลับเหลือเพียงสภาพของยายแก่ผู้พ่ายแพ้ต่อเกมธุรกิจที่ตนเองเป็นคนเริ่ม "แก... แกมันนังตัวดี นังรินรดา!" ป้าสมรแผדเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคืองจนเส้นเลือดปูดโปน "แกใช้เล่ห์กลอะไร ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ดินมายึดแปลงผักของฉัน! แล้วไหนจะ... ไหนจะพวกนักข่าวท้องถิ่นนั่นอีก!" "เล่ห์กลอะไรกันครับ ป้าสมรพูดจาให้เกียรติกระบวนการยุติธรรมหน่อยดีกว่านะครับ" รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้ด้วยเสียงกระทบเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ เธอเดินก้าวเข้าไปใกล้หญิงสูงวัยที่กำลังหมดหนทาง ชายกระโปรงผ้าลินินสีครีมพลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน "สิ่งที่ป้าทำลงไป ทั้งการแอบอ้างชื่อฉันไปกู้เงินนอกระบบเพื่อเอาเงินไปเล่นการพนันใต้ดิน และการลักลอบนำสารเคมีต้องห้ามมาฉีดพ่นแปลงผักข้างเคียงเพื่อใส่ร้ายฟาร์มของฉัน... หลักฐานทั้งหมดกล้องวงจรปิดความคมชัดสูงและกล้องโดรนของกองร้อยหมวดลาดตระเวนเขาบันทึกไว้หมดแล้วนะครับ" ป้าสมรหน้าซีดเผือด นัยน์ตาเบิกโพรงด้วยความตื่นตระหนก ไม่คิดว่าหลานสาวที่ตนเคยเห็นเป็นเพียงเด็กสาวหัวอ่อนในอดีต จะเติบโตมาเป็นนักธุรกิจหญิงที่เฉียบขาดและมีแบ็กอัพเป็นถึงนายแพทย์ทหารผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในพื้นที่เช่นนี้ "ฉัน... ฉันจะฟ้อง! ฉันจะไปฟ้องศาลว่าพวกแกสองคนรังแกคนแก่!" ป้าสมรยังคงดิ้นรนเฮือกสุดท้าย พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนแต่ก็ล้มลงไปอีกรอบเมื่อเห็นรถกระบะขนย้ายของกรมบังคับคดีและรถตำรวจภูธรขับเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าบ้านของตนเอง "เชิญฟ้องได้ตามสบายเลยครับ" พันตรีธนาขยับตัวเข้ามาโอบไหล่บางของรินรดาไว้หลวมๆ สายตาคมกริบมองร่างที่กำลังสั่นเทาของป้าสมราวดึงสติ "แต่ก่อนจะไปถึงศาล ผมเกรงว่าคุณสมรคงต้องเคลียร์คดีฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จากการปล่อยข่าวเท็จทำให้ฟาร์มอินทรีย์เสียหายเสียก่อนนะครับ หน่วยกฎหมายของกองทัพภาคพร้อมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดทุกข้อหา ไม่มีข้อยกเว้นและไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น" สิ้นคำพูดของนายแพทย์หนุ่ม เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบหลายนายก็ก้าวเข้ามาแสดงหมายศาลและเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์สินเพื่อชดใช้หนี้สินทันที เสียงโวยวายและเสียงร้องคร่ำครวญของป้าสมรดังระงมไปทั่วหมู่บ้าน ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกพยุงขึ้นรถเพื่อนำตัวไปสอบสวนยังสถานีตำรวจ ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนสู่ผืนดินสีเขียวขจีอีกครั้ง รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดที่สะสมมานานหลายเดือนราวกับถูกปัดเป่าให้หายไปในพริบตา เธอเงยหน้าขึ้นมองสามีหนุ่มผู้ยืนเคียงข้างเสมอ นัยน์ตาคู่สวยฉายแววขอบคุณและความรักลึกซึ้งที่ยากจะบรรยาย "เหนื่อยไหมครับคนดี" ธนาก้มลงกระซิบถามเสียงนุ่ม มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างทะนุถนอม สายตาที่เคยดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นอ่อนโยนจนคนมองใจระรัว "ไม่เหนื่อยเลยค่ะ... อ๊ะ! ไม่เหนื่อยเลยครับ" รินรดาเกือบเผลอหลุดปากพูดคำคุ้นเคยตามความเคยชินสมัยก่อน รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันจนธนาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเอ็นดู "เรียกผิดอีกแล้วนะครับ ระวังผมจะลงโทษด้วยการให้คุณเป็นคนทำอาหารเย็นนี้เองทุกเมนูนะ" ชายหนุ่มหยอกเย้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก "ยอมแพ้ที่ไหนกันล่ะคะ... เอ๊ย! ผมยอมแพ้ที่ไหนกันล่ะครับ" รินรดาค้อนใส่เบาๆ ก่อนจะหันไปมองแปลงผักอินทรีย์ที่ตอนนี้ผลผลิตกำลังเจริญเติบโตอย่างงดงามไร้ซึ่งเงาอันอัปมงคลมารบกวน บรรยากาศแห่งความสุขและกลิ่นอายดินหลังฝนตกโชยมาแตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณความเป็นเชฟมือหนึ่งในตัวเธอให้ตื่นตัวขึ้นมาทันที "ถ้าอย่างนั้น เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะและความสงบสุขที่กลับคืนมา วันนี้เรามาทำเมนูพิเศษกันดีกว่าครับ" รินรดากล่าวด้วยดวงתาเป็นประกาย "ผมจะใช้ผักสลัดออร์แกนิกสดๆ จากแปลง พร้อมกับเนื้อปลาเทราต์ย่างเกลือหิมะจากมิติลับ ราดด้วยซอสบัลซามิกน้ำผึ้งป่าสูตรลับเฉพาะ รับรองว่าทานคู่กับไวน์ขาวเย็นๆ เป็นอะไรที่ฟินที่สุดแล้วล่ะครับ" ธนาพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มกว้าง เขารู้ดีว่าภรรยาคนนี้มีฝีมือการทำอาหารระดับปรมาจารย์ และทุกครั้งที่เธอเข้าครัว บรรยากาศในบ้านจะอบอวลไปด้วยความสุขเสมอ ทั้งสองเดินเคียงคู่กันกลับเข้าไปในตัวบ้านเพื่อเตรียมวัตถุดิบชั้นเลิศ โดยทิ้งเรื่องราวความวุ่นวายทั้งหมดไว้เบื้องหลัง ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังหยิบขวดเครื่องเทศออร์แกนิกออกจากชั้นวางในห้องครัว เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างกะทันหัน *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* รินรดาชะงักมือที่กำลังหั่นเนื้อปลา หันไปมองตามเสียงด้วยความแปลกใจ เนื่องจากเวลานี้เป็นเวลาปิดทำการของฟาร์มแล้ว และไม่มีนัดหมายส่งสินค้าใดๆ ทั้งสิ้น ธนาขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณความเป็นทหารตื่นตัวขึ้นทันที เขาส่งสัญญาณให้ภรรยา দাঁড়อยู่ด้านหลัง ก่อนจะเดินไปเปิดผ้าม่านบังตาเพื่อมองออกไปภายนอก ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มยืนหันหลังให้แสงไฟถนน ใบหน้าครึ่งหนึ่งซีกถูกความมืดกลืนกิน แต่สิ่งที่ทำให้ธนาถึงกับชะงักค้างไปชั่วขณะ คือซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของชายคนนั้น ที่ประทับตราลับสุดยอดของ "กองบัญชาการกลางยุทธศาสตร์ทหาร" ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกับพ่อตาผู้ล่วงลับของเขา! "สวัสดีครับพันตรีธนา... และคุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกดังลอดเข้ามาผ่านช่องประตูที่แง้มไว้เพียงเล็กน้อย "ผมได้รับคำสั่งด่วนที่สุด ให้มาส่งมอบ 'พินัยกรรมฉบับจริง' ของตระกูล... ที่ถูกซ่อนไว้มานานกว่าสิบปีครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างกันมาจนถึงบทนี้ และขอให้ทุกท่านเตรียมตัวพบกับจุดพลิกผันครั้งใหญ่ในตอนต่อไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%