เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชาเซรามิกบนเคาน์เตอร์สั่นระริก ป้าสมรหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นสีเดียวกับก้นกระทะ เกียรติบัตรกรอบทองขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางร้าน "บ้านสวนออร์แกนิก" กลายเป็นหนามตำตาที่นางไม่มีวันยอมรับได้
"มันเป็นไปได้อย่างไร! ผักบ้านๆ ปลูกดินโคลนแบบนี้เนี่ยนะจะได้รางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด? พวกกรรมการตาถั่วกันหมดแล้วหรือไง!" เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสมรดังทะลุผนังร้าน เรียกสายตาจากลูกค้าหลายคนที่กำลังเลือกซื้อผักอินทรีย์สดๆ ให้หันมามองเป็นตาเดียว
รินรดาที่กำลังยืนจัดเรียงผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ผสมดินธรรมชาติลงในตะกร้าหวาย ปรายตามองร่างท้วมที่ยืนอกสั่นขวัญแขวนด้วยรอยยิ้มบางเบา นางไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยความขบขันที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด
"คุณป้าครับ ระวังความดันจะขึ้นเอาเสียเปล่าๆ นะครับ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่ทุกคำที่เปล่งออกมากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง "กรรมการตัดสินจากคุณภาพดิน ปริมาณสารอาหาร และความปลอดภัยไร้สารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ไม่ได้ตัดสินจากเสียงกรีดร้องโวยวายของคนอิจฉาหรอกนะครับ"
"นังริน! แกกล้าดี, แก... แกใช้เส้นสายอะไรฮะ!" ป้าสมรพุ่งตัวเข้ามาหมายจะปัดกวาดตะกร้าผักบนโต๊ะให้ร่วงหล่น ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วเหี่ยวย่นจะได้สัมผัสขอบไม้ ร่างสูงใหญ่ในชุดไปรเวทที่คุ้นตาของพันตรีธนาก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองไว้เสียก่อน
นายทหารหนุ่มไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่ปรายตามองป้าสมรด้วยนัยน์ตาสีเข้มที่เยียบเย็นจนน่าขนลุก แรงกดดันจากสนามรบที่ถูกสะสมมานานปีแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ป้าสมรถึงกับผถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบกับสายตาพิฆาตของหลานเขยที่หวงภรรยาเสียยิ่งกว่าจงអាងหวงไข่
"ถ้ามือของคุณป้าไม่มีธุระอะไรจะหยิบจับสินค้าในร้านผม เชิญทางออกด้านโน้นได้เลยนะครับ" พันตรีธนาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนฟังต้องสะท้าน "ทางเรากำลังยุ่งกับออร์เดอร์ส่งออกประจำสัปดาห์ ไม่มีเวลามาต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญหรอกนะครับ"
ป้าสมรหน้าซีดเผือกสลับแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ นางชี้หน้าหลานสาวและหลานเขยสลับกันไปมาด้วยความโกรธจัด "แกสองคน...จำไว้ให้ดีเถอะ! อย่าคิดว่าชนะรางวัลนี้แล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าได้ สวนผักบ้านนอกนี่ก็แค่วันรุ่นขึ้นก็เหี่ยวเฉา!" พูดจบ นางก็สะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากร้านท่ามกลางสายตาสมเพชของลูกค้าหลายคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่
รินรดาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตากับสามี รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวย นางยื่นมือไปจัดปกเสื้อให้สามีหนุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ "ขอบคุณนะครับที่มาทันเวลาพอดี ไม่อย่างนั้นผักสลัดราคาแพงของผมคงได้กระจัดกระจายเต็มพื้นแน่ๆ"
ธนาคว้ามือเรียวที่กำลังจัดเสื้อให้ขึ้นมาจูบเบาๆ ที่หลังมืออย่างไม่นึกอายสายตาใคร เขากวาดสายตามองไปรอบร้านที่ตอนนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนจากโรงแรมชื่อดังในเมือง หรือพ่อค้าคนกลางรายใหญ่ที่ต่างพากันมาต่อคิวรอเจรจาธุรกิจ
"สำหรับผมแล้ว ความปลอดภัยของคุณคือเรื่องสำคัญที่สุดครับ" ธนากระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหูของภรรยา "ส่วนเรื่องป้าสมร... เดี๋ยวผมให้คนจัดการเรื่องโฉนดที่ดินแปลงข้างๆ ที่แกแอบอ้างสิทธิ์ไว้ให้เรียบร้อยเลยดีไหมครับ รับรองว่าคราวนี้แกจะได้ย้ายสำมะโนครัวออกไปจากแถบนี้จริงๆเสียที"
รินรดาส่ายหัวเบาๆ ดวงตาเป็นประกายวิบวับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ใจเย็นๆ สิครับคุณหมอ ให้แกดิ้นรนจนเหนื่อยไปก่อนสครับ การได้เห็นคนโลภค่อยๆ สิ้นเนื้อประดาตัวทีละนิด มันสะใจกว่าการใช้กำลังตัดสินตั้งเยอะนะครับ"
บรรยากาศในร้านกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาดังขึ้น นางเดินไปรับสายด้วยท่าทีผ่อนคลาย แต่ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา สีหน้าที่เคยแย้มยิ้มกลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปลายสายคือสำนักเลขาธิการผู้ว่าราชการจังหวัด ที่แจ้งข่าวสำคัญเกี่ยวกับการยกระดับสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่ตลาดระดับประเทศ ซึ่งพ่วงมาด้วยเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้รินรดาต้องขมวดคิ้วมุ่น
"มีอะไรหรือเปล่าครับริน?" ธนาสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบเดินเข้ามาโอบไหล่ภรรยาไว้
รินรดาวางสายลง ชำเลืองมองเอกสารคำสั่งพิเศษที่เพิ่งถูกส่งตรงเข้ามาทางอีเมล ใบหน้าหวานฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก นางหันมามองสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจระคนสงสัย
"ทางจังหวัดไม่ได้แค่จะมอบโล่รางวัลให้เราอย่างเดียวนะครับคุณธนา..." รินรดากล่าวเสียงแผ่วเบา ดวงตากวาดมองข้อความบรรทัดสุดท้ายที่ระบุชื่อบุคคลปริศนาผู้ร่วมลงทุนรายใหญ่ที่จะเข้ามาตรวจสอบสวนผักของเราในวันพรุ่งนี้ "แต่จะมี 'ที่ปรึกษาพิเศษ' จากส่วนกลางเดินทางมาตรวจประเมินด้วยตัวเอง ซึ่งคนๆ นั้น... คือคนที่คุณคุ้นเคยเป็นอย่างดี"
ธนารับแท็บเล็ตมาพลิกดูรายชื่อ ปรากฏว่าใบหน้าคมเข้มของนายทหารหนุ่มชะงักค้างไปทันที นัยน์ตาสีเข้มหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันทีที่ได้เห็นชื่อและนามสกุลเต็มๆ ของแขกไม่ได้รับเชิญที่จะมาเยือนในเช้าวันพรุ่งนี้
"ไอ้สารวัตรทหารคนนั้น... มันยังไม่เลิกราวีพวกเราอีกสินะครับ" ธนาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
[Micro-twist]: ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่รินรดาจำได้แม่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาใหม่ พร้อมกับช่อดอกไม้สีขาวสะอาดตาในมือที่ยื่นตรงมาเบื้องหน้านางโดยไม่สนใจสายตาพิฆาตของนายทหารยศพันตรีที่ยืนอยู่ข้างกายเลยแม้แต่น้อย
"สวัสดีครับคุณริน... ไม่เจอกันนาน คิดถึงผมบ้างไหมครับ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างกันมาจนถึงบทนี้ และขอให้ทุกท่านเตรียมตัวพบกับจุดพลิกผันครั้งใหญ่ในตอนต่อไปนะครับ
แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 27
ความสำเร็จที่แลกด้วยความอดทน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!