แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 9

ความลับใต้เงาไม้

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"ถ้าป้ายังกล้าเอามือสกปรกๆ มาจับแปลงผักออร์แกนิกเกรดพรีเมียมของฉันอีกครั้งเดียว รับรองว่าฉันจะเอาเครื่องตัดหญ้ามาแต่งทรงผมให้แกฟรีๆ สักทรงนะครับ ป้าสมร" เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยรังสีอำมหิตของรินรดาดังขึ้น ตัดผ่านความเงียบยามพลบค่ำของสวนผักหลังบ้านอย่างเฉียบขาด ร่างระหงในชุดเสื้อยืดผ้าฝ้ายสีครมและกางเกงเลย์เซอร์ไพรส์ยืนกอดอก ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นจนป้าสมรที่กำลังทำท่าจะยื่นมือเข้ามาเด็ดผักกาดหอมในแปลงถึงกับชักมือกลับแทบไม่ทัน "นัง... นังเด็กปากดี! แกกล้าดียังไงมาขู่ฉัน ฉันเป็นป้านะ!" ป้าสมรแผדเสียงแหลมสูง ใบหน้ายับย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว จ้องมองแปลงผักคะน้าและสลัดที่เขียวขจีราวกับต้องมนต์สะกดด้วยความอิจฉาริษยา "ผักพวกนี้มันควรจะตกเป็นของฉัน ตั้งแต่พ่อแม่แกตาย ที่ดินตรงนี้มันควรเป็นมรดกตกทอดมาทางสายเลือดฉันต่างหาก!" "สายเลือดหรือครับ? น่าขันเสียจริง สายเลือดที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่นเนี่ยนะ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากความมืดใต้ร่มเงาของต้นมะม่วงใหญ่ พันตรีธนาก้าวเท้าออกมาจากมุมอับชายนายทหารหนุ่มในชุดลำลองกางเกงคาร์โก้สีเขียวเข้มและเสื้อยืดรัดรูปเผยให้เห็นแผ่นอกกว้างและกล้ามเนื้อแน่นขนัด ไหล่กว้างของเขาดูน่าเกรงขาม ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ฝ่ามือหนาวางลงบนเอวบางของหญิงสาวเบาๆ เป็นการแสดงอาณาเขตอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของนายทหารแพทย์หนุ่มกวาดตามองป้าสมรด้วยความเย็นชา ไร้ซึ่งความเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้น รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนป้าสมรต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "คุณ... คุณทหาร คุณมายุ่งอะไรด้วย นี่มันเรื่องในครอบครัวเรา!" ป้าสมรพยายามเชิดหน้าสู้ แม้ขาจะเริ่มสั่น "ครอบครัว?" ธนาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก "คนที่จ้องจะฮุบที่ดินทำกินของภรรยาผม ผมไม่เคยนับว่าเป็นญาติ และถ้าคุณยังกล้ามาเหยียบที่นี่อีกก้าวเดียว ผมจะใช้ข้อหาบุกรุกยามวิกาลและพยายามลักทรัพย์ ส่งตัวคุณไปให้ผู้กองที่สถานีตำรวจโดยไม่แม้แต่จะเตือนซ้ำ จำคำผมไว้ให้ดีนะครับ" ป้าสมรหน้าซีดเผือด หันรีหันขวางเมื่อเห็นสายตาดุดันเอาจริงเธอกัดริมฝีปากด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีหายไปในความมืด พร้อมกับเสียงสบถด่าทอไล่หลังที่เบาหวิวลงเรื่อยๆ รินรดาถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ เธอหันไปมองหน้าสามีหนุ่มผู้มักจะมาปรากฏตัวในเวลาคับขันเสมอ "คุณนี่นะ... ขู่เขาเก่งเสียจริง ระวังเขาจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านอีกรอบนะครับ" "ปล่อยให้เขาฟ้องไปครับ" ธนาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มทอดมองภรรยาด้วยความอ่อนโยนที่มักจะมีให้เธอคนเดียวเท่านั้น "ไม่มีใครหน้าไหนมีสิทธิ์มาทำร้ายคุณในอาณาจักรของคุณได้ทั้งนั้น... ไปเถอะครับ เรามีงานสำคัญต้องทำกันต่อ" งานที่ว่าไม่ใช่การเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่เป็นปฏิบัติการ "เสริมความแข็งแกร่ง" ให้กับสวนผักมิติลับแห่งนี้ หลังจากที่เธอเริ่มนำผักเกรดพรีเมียมออกไปขายและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ความอิจฉาริษยาของญาติๆ และคนในหมู่บ้านก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นมีคนแอบเข้ามาขโมยผลผลิตในยามวิกาล ธนาจึงอาสาใช้ความรู้ความสามารถระดับนายทหารหน่วยรบพิเศษมาติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยแบบยุทธวิธีให้ ใต้เงาไม้ใหญ่บริเวณมุมสวน ธนากำลังงละมุลอยู่กับกล่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ส่งตรงมาจากค่ายทหาร แสงไฟสีแดงกะพริบเบาๆ จากเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวอินฟราเรดที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนกลมกลืนไปกับกิ่งไม้และพุ่มใบ รินรดายืนถือไฟฉายคอยส่องทางให้เขาอย่างตั้งอกตั้งใจ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดินชื้นหลังรดน้ำผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของชายหนุ่มลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศยามค่ำคืน "ตรงนี้นะครับริน..." ธนาเอ่ยขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้ามาชิดจนแผ่นหลังของหญิงสาวเกือบแนบชิดกับอกแกร่งของเขา มือหนาเอื้อมมาจับมือเรียวของเธอให้ถือไขควงขนาดจิ๋ว "จับตรงนี้ไว้ให้มั่น แล้วขันสกรูตัวนี้ลงไป... แบบนั้นแหละครับ เก่งมาก" รินรดารู้สึกได้ถึงไอGอุ่นจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามา หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นผิดจังหวะ ทั้งๆ ที่เธอก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากในฐานะเชฟมือหนึ่ง แต่ยามที่อยู่ใกล้ชายหนุ่มผู้นี้ทีไร สมาธิของเธอก็มักจะกระเจิงทุกที "คุณธนานี่มืออาชีพจริงๆ นะคะ... เอ๊ย! นะครับ" รินรดาเกือบเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมา รีบแก้คำลงท้ายแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของสามีโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "หืม? เมื่อครู่นี้คุณภรรยาเรียกผมว่าอะไรนะ" ธนาก้มหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูของเธอเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนรินรดาขนลุกซู่ "อยากโดนลงโทษข้อหาเรียกสรรพนามผิดหรือครับ" "เปล่าสักหน่อย! ตั้งใจทำงานเถอะค่ะ... เอ๊ย! ครับ!" รินรดาหน้าแดงก่ำ รีบเบี่ยงตัวหนี แต่ก็ถูกวงแขนแข็งแกร่งรวบเอวเอาไว้เสียก่อน ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบสงบ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมและแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องลงมาผ่านร่มเงาใบไม้ "ไม่ว่าจะป้าสมรหรือใครหน้าไหน ก็ไม่มีวันแตะต้องความสุขของคุณได้ ผมสัญญาครับ" น้ำเสียงของธนาจริงจังและมั่นคง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน เป็นความรักที่หนักแน่นและพร้อมปกป้องเธอจากทุกอุปสรรค แต่แล้ว ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเต็มไปด้วยความอบอุ่น จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อของธนาก็แผדเสียง "ติ๊ด... ติ๊ด..." เบาๆ ขึ้นมา ธนาชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังทางเข้าสวนด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นเขตป่ารกทึบติดกับเชิงเขา เซ็นเซอร์อินฟราเรดที่เขาเพิ่งติดตั้งเสร็จหมาดๆ กำลังส่งสัญญาณเตือนว่า... มีบางสิ่ง หรือ "บางคน" กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามด้วยความเร็วสูง และไม่ใช่สัตว์ป่าตัวเล็กๆ อย่างแน่นอน รินรดากำมือแน่น สัญชาตญาณความระแวดระวังพุ่งพล่าน เธอมองหน้าสามีที่ตอนนี้แววตาเปลี่ยนเป็นนักล่าเต็มตัว "ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญของเรา จะไม่ได้มาแค่คนเดียวนะครับริน..." ธนาพูดเสียงกระซิบต่ำพร้อมกับคว้าข้อมือเธอให้ถอยมาหลบอยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%