"ถ้าคุณป้ายังกล้าเอาสัญญาเช่าปลอมๆ นี่มาแปะหน้าประตูบ้านผมอีกรอบ ผมคงต้องเรียนเชิญสารวัตรทหารมานั่งจิบชาคุยกันยาวๆ ที่ค่ายแล้วล่ะครับว่า การปลอมลายมือชื่อเจ้าของโฉนดที่ดินตัวจริง มีโทษทางอาญากี่ปี"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของพันตรีธนาที่ดังขึ้นจากรั้วหน้าบ้าน ทำเอาป้าสมรที่กำลังเงื้อมือหมายจะเอาประกาศฮุบที่ดินแปะทับประตูบ้านรินรดา ถึงกับสะดุ้งสุดตัว กระดาษในมือร่วงหล่นลงพื้นดินเฉอะแฉะ ท่าทีเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงใบหน้าเหี่ยวย่นที่ซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
รินรดาซึ่งกำลังยืนล้างผักกาดหอมอินทรีย์จากมิติลับในอ่างไม้สัก ชำเลืองมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความสะใจ เธอสะบัดมือเบาๆ หยิบผ้ากันเปื้อนมาเช็ดมืออย่างใจเย็น ก่อนจะเดินน่องๆ ออกมาสมทบกับนายทหารหนุ่มผู้ทำหน้าที่เป็น 'ยามเฝ้าบ้าน' กิตติมศักดิ์ได้อย่างยอดเยี่ยมมาตลอดสัปดาห์นี้
"อุ๊ยตาย... คุณป้าขา อย่าเพิ่งรีบกลับสิครับ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม แต่แววตากลับระยิบระยับด้วยความขบขัน "ไหนๆ ก็อุตส่าห์เดินตากแดดมาตั้งไกล อยู่ทานข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนสิครับ วันนี้ผมตั้งใจทำเมนูพิเศษเพื่อตอบแทนน้ำใจ... เอ้ย เพื่อตอบแทนความพยายามของคุณป้าโดยเฉพาะเลยนะครับ"
ป้าสมรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาสลับมองหน้าเด็กสาวที่เคยอ่อนแอ กับนายทหารยศพันตรีที่ยืนกอดอกแผ่รังสีคุกคามอยู่ข้างกาย "แก... นังเด็กนี่ ฝากไว้ก่อนเถอะ!" นางกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะรีบสาวเท้าหนีออกจากบริเวณบ้านไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งใบประกาศปลอมๆ ให้จมโคลนอยู่ตรงนั้น
ธนาปรายตามองตามร่างท้วมที่วิ่งหนีเตลิดไปจนลับตา มุมปากหนากระตุกขึ้นเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู เขาก้มลงมองรินรดาที่แหงนหน้าขึ้นมาสบตาพอดี กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรและแป้งทำขนมที่ติดตัวหญิงสาว ชวนให้หัวใจนายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึมเต้นผิดจังหวะเสียทุกครั้ง
"จัดการง่ายกว่าที่คิดนะครับ" ธนาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่มองเธอนั้นไร้ซึ่งความเย็นชาของนายทหารสนาม เหลือเพียงความอ่อนโยนที่มอบให้เฉพาะคนตรงหน้า
"ก็เพราะได้ผู้กองมาช่วยยืนคุมเชิงแบบนี้ไงล่ะครับ ป้าสมถึงได้ปอดแหกทุกที" รินรดาหัวเราะเบาๆ ดวงตาเป็นประกายระยับ "ว่าแต่... ยืนตากแดดนานๆ หิวหรือยังครับ? อาหารมื้อพิเศษที่ผมสัญญาไว้ พร้อมเสิร์ฟแล้วนะ"
คำว่า 'อาหารมื้อพิเศษ' ทำเอาธนาถึงกับกลืนน้ำลาย แม้เขาจะไม่ใช่คนติดหรู แต่ฝีมือการทำอาหารระดับเชฟฟิวชั่นที่ยกระดับวัตถุดิบอินทรีย์จากมิติลับของรินรดานั้น มีอณูความอร่อยที่สะท้านไปถึงวิญญาณ ทุกมื้อที่เธอทำคือความสุขล้ำที่ชายชาติทหารอย่างเขาตั้งตารอคอยในทุกๆ วัน
ภายในห้องครัวสไตล์คันทรี่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเนื้อย่าง รินรดากำลังงละมุนละไมอยู่กับการจัดจานอาหารอย่างพิถีพิถัน แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกกระทบเข้ากับเส้นผมสีดำขลับและผิวเนียนละเอียด ยิ่งขับให้บรรยากาศรอบตัวเธอนุ่มนวลชวนฝัน จนธนาที่ยืนพิงขอบประตูอยู่ถึงกับละสายตาไม่ได้
"มองอะไรอยู่ครับ? หน้าผมมีอะไรติดอยู่เหรอ หรือว่ากลัวผมใส่ยาพิษลงไปในอาหาร?" รินรดาเอ่ยแซวโดยไม่หันกลับมา มือเรียวยังคงบรรจงราดซอสสูตรลับเคี่ยวเคี่ยวเคี่ยวจนข้นคลั่กลงบนเนื้อชิ้นโต
"มองคนทำครับ... หน้าตาน่ากินกว่าอาหารบนจานเสียอีก" ธนาตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจัง ทำเอารินรดาถึงกับชะงักมือ ใบหน้าเนียนนวลขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้กับความแพรวพราวที่ไม่รู้ไปร่ำเรียนมาจากไหนของนายทหารหนุ่มคนนี้
"ปากหวานแบบนี้ สงสัยซอสพริกไทยดำสูตรพิเศษของผมคงเผ็ดไม่พอสินะครับ" รินรดาหันขวับมาพร้อมรอยยิ้มท้าทาย แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความเขินอาย เธอยกจานกระเบื้องเคลือบที่มี 'สเต็กเนื้อสันนอกย่างซอสไวน์แดงสมุนไพรป่า' วางลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง กลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อย่างที่ฉ่ำซอสผสานกับสมุนไพรสดลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องทันที
ธนากลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ไม่ใช่เพราะความหิวโหยตามสัญชาตญาณดิบ แต่เป็นเพราะความตั้งใจและหัวใจที่รินรดาใส่ลงไปในจานอาหารนี้ต่างหากที่ทำให้มันมีค่ามากกว่าอาหารมื้อใดในชีวิตเขา
พวกเขานั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวและเสียงช็อปเปอร์กระทบจานเบาๆ ธนาตัดชิ้นเนื้อพอดีคำส่งเข้าปาก สัมผัสแรกคือความนุ่มละมุนของเนื้อที่แทบละลายในปาก ตามด้วยรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมของซอสไวน์แดงที่ผสานความเผ็ดร้อนเล็กน้อยจากพริกไทยดำสด เป็นความสมบูรณ์แบบที่หาไม่ได้จากภัตตาคารหรูแห่งไหนในประเทศ
"อร่อยมากครับ..." ธนาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "ฝีมือคุณนี่... ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่สุดในโลกเลยนะที่ได้ย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้"
รินรดายิ้มรับ แก้มอิ่มขึ้นสีแดงจัดยิ่งกว่าเดิม เธอตักผักย่างเคียงลงในจานให้เขาเพิ่ม "ถ้าชอบก็ทานเยอะๆ ครับ ช่วงนี้คุณผอมลงไปตั้งเยอะจากการฝึกทหารไม่ใช่เหรอ"
ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ นี้ ทำให้อะดรีนาลีนในตัวพันตรีหนุ่มพุ่งพล่าน ความสัมพันธ์ที่เคยขีดเส้นไว้แค่ 'เพื่อนบ้าน' บัดนี้เส้นกั้นบางๆ นั้นได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ทั้งสองต่างรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ขยับเข้าหา․กันทีละนิด ทีละน้อย อย่างมั่น and stable
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบราวกับจะพังเข้ามา!
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ใครกันที่กล้ามาบุกรุกในช่วงเวลาแบบนี้ ส่วนธนาวางมีดในมือลงช้าๆ แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันขึ้นมาในทันที ทหารหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเดินไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยสีหน้าราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความระแวดระวัง
เมื่อเปิดประตูออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาทั้งธนาและรินรดาที่เดินตามออกมาถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง—ชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิทผู้หนึ่ง ยื่นซองจดหมายสีขาวประทับตราลับสุดยอดมาตรงหน้าธนา พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงอันสั่นเทา
"ท่านครับ... ทางกองทัพส่งคำสั่งด่วนที่สุดมาถึงคุณพันตรีแล้วครับ เกิดเรื่องใหญ่ที่ชายแดน... และเป้าหมายของฝ่ายตรงข้าม คือ 'มิติลับ' ที่คุณถือครองอยู่!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 10
เมนูจานโปรดของนายแพทย์
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!