"ถ้าคิดจะเอาที่ดินแปลงนี้ไปขายฝากผ่อนส่งกับพวกนายทุนหน้าเลือดล่ะก็... เอาเวลาไปตัดแว่นสายตาใหม่แล้วส่องกระจกดูเงาหัวตัวเองเสียก่อนดีกว่าครับ ป้าสมร"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นแทรกกลางวงสนทนาหน้าแปลงผักสลัดอินทรีย์อย่างไม่ไว้หน้า รินรดาชะงักมือที่กำลังถือตะกร้าเก็บผัก เธอมองร่างสูงใหญ่ในชุดไปรท์สบายๆ แต่แฝงความองอาจตามวิชาทหารของพันตรีธนา ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวป้าสมรชนิดที่อีกฝ่ายผงะถอยหลังไปสามก้าวด้วยความตกใจ
ใบหน้าของป้าสมรยับย่นด้วยความโกรธจัด ยัยแก่จอมโลภที่พยายามมาป้วนเปี้ยนแถวสวนของเธอตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อหวังฮุบที่ดินมรดกอ้างสิทธิ์เครือญาติ กำลังอ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออกเมื่อเจอสายตาดุคมกริบดั่งพญาอินทรีย์จ้องเหยื่อของนายแพทย์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าหวงก้างยิ่งกว่าสิ่งใด
"นี่คุณ! ฉันจะคุยกับหลานสาวฉัน มันเรื่องอะไรที่คุณต้องมาสอด! เป็นแค่ผู้ชายหน้าตาดีที่แวะเวียนมาซื้อผักบ่อยๆ อย่าคิดว่าทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแล้วคนอื่นจะไม่รู้ทันนะ!" ป้าสมรแว้ดเสียงแหลมสูง พยายามรักษาฟอร์มความน่ากลัวไว้ด้วยการเชิดหน้าใส่
ธนาไม่แม้แต่จะชายตามองป้าสมรเต็มตา เขากลับก้าวเข้าไปใกล้รินรดาอีกนิด ยื่นผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อที่ข้างขมับให้หญิงสาวอย่างเบามือและเป็นธรรมชาติ ท่าทีสนิทสนมเกินกว่าคำว่า "ลูกค้าประจำ" ทำเอาป้าสมรถึงกับอ้าปากค้าง
"ผมไม่ใช่แค่ผู้ชายที่มาซื้อผักครับ... แต่ผมคือคนที่ได้รับอนุญาตให้ดูแลทั้งสวนนี้ และดูแลเจ้าของสวนด้วย" ธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบขาดจนคนฟังขนลุกซ่า "และถ้าคุณยังกล้าเอาเอกสารปลอมๆ มาหลอกเซ็นชื่อโอนที่ดินอีกแม้แต่ครั้งเดียว ผมคงต้องใช้กฎหมายทหารและอำนาจหน้าที่ที่มีจัดการให้คุณไปนั่งสงบสติอารมณ์ในซอกตึกสักเจ็ดวันเจ็ดคืน... สนใจลองดูไหมครับ?"
รินรดาแอบอมยิ้มมุมปากอย่างสะใจ เธอส่งค้อนวงงามให้คุณหมอหนุ่มที่ถือวิสาสะตีเนียนตีท้ายครัว แต่อีกใจก็ต้องยอมรับว่าความ "เปย์และปกป้อง" ของนายทหารคนนี้ใช้งานได้ผลชะงัดนัก ป้าสมรหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ สะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคืองก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าหนีหายออกไปจากเขตสวนอย่างรวดเร็ว
เมื่อภัยเงียบถอยทัพไป ธนาก็หันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตารู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"มองผมแบบนี้ หมายความว่าผมทำหน้าที่ 'ผู้ตรวจสุขภาพ' ได้ไม่ดีพอหรือครับ คุณรินรดา?" ธนาเอ่ยถามเสียงนุ่ม พลางกวาดสายตามองไปรอบแปลงผักอินทรีย์ที่เขียวขจี อุดมสมบูรณ์เกินกว่าธรรมชาติทั่วไปจะเนรมิตได้ ซึ่งเขารู้ดีว่าเป็นเพราะมิติลับวิเศษที่หญิงสาวครอบครอง
"คุณหมอขา... ตรวจสุขภาพบ่อยจนชาวบ้านเขาจะคิดว่าฉันเป็นโรคเรื้อรังใกล้ตายอยู่แล้วนะครับ มาทีไรก็อ้างโน่นอ้างนี่ วันนี้จะอ้างอะไรอีก ลมแดด หรือขาดสารอาหารประเภทผักใบเขียว?" รินรดาแสร้งถอนหายใจยาว แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน
"วันนี้ผมไม่ได้มาตรวจสุขภาพครับ..." ธนาก้าวเข้ามาประชิดอีกก้าว จนกลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นแดดและยาสระผมอ่อนๆ ลอยเข้าจมูก รินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "แต่ผมมารับ 'สิทธิ์' ในการชิมผลผลิตล็อตแรกตามสัญญาต่างหากครับ"
คำว่า 'สัญญา' ทำเอารินรดาใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ นั่นไม่ใช่สัญญาทางการค้าแน่นอน แต่มันคือข้อตกลงลับระหว่างเธอกับเขาเมื่อค่ำวานนี้ หลังจากที่เขาช่วยเธอจัดบัญชีการค้าส่งออกผักอินทรีย์ไปยังตลาดมืดระดับไฮend จนทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ
ธนาไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธ เขาถือวิสาสะหยิบตะกร้าผักจากมือเธอมาถือไว้เองอย่างเบามือ แล้วผายมือเชิญให้หญิงสาวเดินนำไปยังกระท่อมไม้ปลายนาที่อบGวลไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรและเครื่องเทศที่ถูกเคี่ยวไว้ตั้งแต่เช้า
บรรยากาศภายในกระท่อมไม้หลังเล็กอบอุ่นเป็นกันเอง แสงแดดยามสายลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ ตกกระทบลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง ซึ่งมีหม้อดินเผาส่งควันกรุ่นและกลิ่นหอมเย้ายวนใจลอยตลบอบอวล รินรดาลอบมองแผ่นหลังกว้างของนายทหารหนุ่มที่กำลังจัดการจัดเตรียมจานชามด้วยความคล่องแคล่วราวกับทำเป็นประจำ จนอดคิดไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้ช่างผิดแผกจากภาพลักษณ์นายทหารผู้เคร่งขรึมในค่ายฝึกโดยสิ้นเชิง
"วันนี้ผมเตรียมซุปไก่ตุ๋นโสมป่าผสมเห็ดหอมจากมิติลับของคุณมาเคี่ยวตั้งแต่ตีห้า รับรองว่าบำรุงกำลังและเรียกคืนความสดชื่นได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งผ่านศึกหนักกับญาติจอมแสบมาหมาดๆ" ธนาตักซุปใส่ถ้วยเซรามิกเนื้อดีส่งให้เธอ รอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาทำให้หัวใจของอดีตเชฟสาวกระตุกวูบอย่างแรง
รินรดารับถ้วยซุปมาถือไว้ กลิ่นหอมละมุนของโสมและรสชาติกลมกล่อมที่ลอยเตะจมูกทำให้เธอเผลอหลับตาพริ้มรับสัมผัสอันยอดเยี่ยม เธอตักซุปเข้าปากคำหนึ่ง ความร้อนอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ขจัดความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมเมื่อครู่ให้มลายหายไปในพริบตา
"อร่อยมาก... ฝีมือคุณพัฒนาขึ้นเยอะนี่ครับคุณหมอ" รินรดาเอ่ยชมด้วยความจริงใจ
"ถ้าอร่อย... คุณก็ต้องให้รางวัลผมบ้างสิครับ" ธนาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดรดรดแก้วเนียน แววตาคมกลาบเป็นประกายลึกล้ำ "รางวัลจากการเป็นเกราะ 100% ให้คุณตลอดไป"
รินรดาร้อนผ่าวที่ใบหน้า เธอเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเขินอาย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากต่อปากคำใด เสียงเคาะประตูกระท่อมดังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนหอบเหนื่อยของเด็กชายโต้ง ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่วิ่งหน้าตั้งมาหน้าประตูกระท่อม
"พี่ริน! พี่รินครับ!แย่แล้วครับ! รถบรรทุกผักล็อตใหญ่ที่จะส่งเข้าตลาดอำเภอวันนี้ เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำที่ทางโค้งหน้าหมู่บ้าน สินค้าทั้งหมดกระจายเกลื่อนถนน แถม... แถมมีคนของบริษัทคู่แข่งกำลังไปแย่งเก็บกู้ผักของเราเอาไปอ้างว่าเป็นของพวกเขาแล้วครับ!"
รินรดาหน้าถอดสีทันที ผักอินทรีย์เกรดพรีเมียมล็อตนั้นมูลค่ามหาศาล หากถูกสวมรอยแย่งชิงไป ความน่าเชื่อถือที่เธอเพิ่งสร้างมาจะพังทลายในพริบตาเดียว!
ธนาหุบยิ้มทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฤดูหนาว เขาวางช้อนในมือลงอย่างช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กระดุมเสื้อเม็ดบนถูกปลดออกเผยให้เห็นลำคอแกร่ง
"นั่งรอผมตรงนี้นะครับ..." ธนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาดจนน่ากลัว "เดี๋ยวผมพา 'ผัก' ของผมคืนมาให้หมดทั้งต้น... พร้อมกับดอกเบี้ยทบต้นจากคนที่บังอาจมารังแกคนของผมด้วย"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 7
กลิ่นไอความห่วงใย
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!