“ถ้าพวกคุณยังยอมก้มหน้าขายผักกำละสียบาทให้ไอ้เสี่ยกวงแล้วปล่อยให้มันหักค่าหัวคิวอีกครึ่งหนึ่งแบบนี้ สิ้นปีนี้ลูก ๆ ของพวกคุณคงได้กินแค่ข้าวคลุกเกลือแทนที่จะได้ไปโรงเรียนนะครับ”
เสียงทุ้มกังวานแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของรินรดา ดังแทรกเสียงจอแจของตลาดสดประจำอำเภอในยามสายจนทุกคนต้องหันมามองเป็นตาเดียว หญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนสีเขียวเข้มยืนกอดอกอยู่บนลังไม้เก่า ๆ สายตาคมกริบกวาดมองชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่กำลังนั่งยอง ๆ ถือตะกร้าผักเหี่ยวเฉาด้วยความหมดอาลัยตายอยาก
ป้าสมรที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ข้างแผงของเสี่ยกวง พ่อค้าคนกลางหน้าเลือด เบะปากด้วยความหมั่นไส้ทันที นัยน์ตาตี่เล็กจดจ้องด้วยความริษยา “อุ๊ยตาย! แม่รินรดา ตัวเองขายดีเป็นเทน้ำเทท่าหน่อยทำเป็นปากดี สอนคนโน้นสอนคนนี้ ระวังเถอะ ทำตัวเด่นเป็นเป้าสิงห์ เดี๋ยวก็โดนเสี่ยเขาเล่นงานเข้าสักวัน!”
รินรดาไม่แม้แต่จะชายตามองป้าสมรผู้เป็นญาติจอมปลอม เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเย็นชา ก้าวลงจากลังไม้อย่างสง่างามแล้วเดินตรงเข้าไปหาลุงมั่น ชายชราหลังค่อมผู้ปลูกคะน้าปลอดสารมาค่อนชีวิตแต่ไม่เคยลืมตาอ้าปากได้เสียที
“ลุงมั่นครับ...” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นแต่ยังคงความทรงพลัง “ลองคิดดูนะครับ ผักคะน้าออร์แกนิกเกรดพรีเมียมของลุง ต้นอวบ กรอบ ปลอดสารเคมีร้อยเปอร์เซ็นต์ ลุงส่งให้เสี่ยกวงกำละสิบกิโลฯ ในราคาเหมาโหลละสี่สิบบาท แต่พอไปวางบนเชลฟ์ในซูเปอร์มาร์เก็ตในเมือง มันถูกติดป้ายขายราคาเท่าไหร่รู้ไหมครับ... เกือบเจ็ดสิบ บาทครับ!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบา ๆ ในหมู่ชาวบ้าน เสี่ยกวง พ่อค้าคนกลางพุงพลุ้ย สวมสร้อยทองเส้นเท่าแขน รีบก้าวออกมารang หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
“เฮ้ย นังเด็กนี่! พูดจาพล่อย ๆ ระวังปากหน่อยวะ! ค่าน้ำมันค่าขนส่ง ค่าเช่าแผง ค่าจ้างคนงาน มันไม่ใช่ต้นทุนรึไงวะ ถ้าไม่มีฉันรับซื้อ มึงก็เอาไปเน่าคาไร่กันหมดนั่นแหละ!” เสี่ยกวงตวาดลั่น นิ้วชี้หน้าอย่างไม่เกรงใจ
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาส่อประกายความเย้ยหยันชัดเจน “ค่าขนส่งเหรอครับเสี่ย? รถกระบะคอกซิ่งของเสี่ยวิ่งรับผักทีเดียวสามหมู่บ้าน ขนเต็มคันจนแหนบแทบหัก ค่าน้ำมันตกคันละไม่กี่บาท แต่เสี่ยหักหัวคิวชาวบ้านไปครึ่งต่อครึ่ง แบบนี้เขาไม่เรียกว่าค่าขนส่งหครับเสี่ย... เขาเรียกว่าปล้นกันกลางวันแสก ๆ ต่างหากล่ะครับ”
คำพูดที่ตรงเป๊ะแทงใจดำ ทำให้ชาวบ้านหลายคนพากันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“วันนี้...” รินรดาหันกลับมาสบตากับกลุ่มเกษตรกรด้วยแววตาจริงจังและเปี่ยมด้วยพลังขับเคลื่อน “ผมไม่ได้มาเพื่อชวนพวกท่านทะเลาะกับพ่อค้าคนกลาง แต่ผมจะมา ‘สอน’ วิธีการตลาดแบบคนจริง ที่จะทำให้พวกท่านไม่ต้องก้มหัวให้ใครอีกต่อไป!”
ในระยะประชิดห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร ร่างสูงโปร่งในชุดลำลองแต่แผ่รังสีความน่าเกรงขามของพันตรีธนายืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่เงียบ ๆ นายทหารหนุ่มปรายตามองเสี่ยกวงด้วยแววตาดุจพญาอินทรีที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ หากไอ้อ้วนหัวล้านคนนั้นกล้าทำอะไรรินรดาแม้แต่ปลายเล็บ มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกั๊กสัมผัสซองเอกสารทางราชการที่เพิ่งอนุมัติโฉนดที่ดินแปลงใหญ่ให้ภรรยาสาวหมาด ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ฉายแวว ‘หวงก้าง’ อย่างปิดไม่มิด
“ฟังผมนะ...” รินรดาเริ่มกางกระดานไวท์บอร์ดขนาดเล็กที่เตรียมมา พร้อมใช้ปากกาเคมีเขียนตัวเลขชอล์กเสียงดังสวาด “หนึ่ง... เลิกขายแบบคละเกรด! ผักสวยเกรด A เราไม่ขายส่งให้คนกลางในราคาถูก ๆ แต่เราจะ ‘แพ็กใส่ถุงสุญญากาศ’ ติดโลโก้ฟาร์มของเราเอง สอง... เราไม่รอให้คนมาซื้อที่ตลาดสด แต่เราจะใช้พลังของโซเชียลมีเดีย ไลฟ์สดตัดผักสด ๆ จากแปลงส่งตรงถึงหน้าบ้านลูกค้าในเมือง!”
“ฮะ? ไลฟ์สด? ถุงสุญญากาศอะไรนั่น มันทำยังไงเล่าแม่ริน ชาวบ้านอย่างพวกฉันทำไม่เป็นหรอก!” ป้าสมรแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกระแทแดรกดัน หวังจะดิสเครดิต
“ถ้าป้าสมรคิดว่าตัวเองแก่เกินกว่าจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ก็เชิญนั่งรอวันเจ๊งอยู่ที่เดิมเถอะครับ” รินรดาตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด รอยยิ้มที่มุมปากช่างบาดลึกจนป้าสมรหน้าชา “แต่สำหรับคนที่อยากลืมตาอ้าปาก ผม... และสามีของผม ได้เตรียมห้องเย็นแปรรูปและระบบโลจิสติกส์ห้องเย็นขนาดย่อมไว้รองรับแล้วครับ”
สิ้นคำพูดของรินรดา รถบรรทุกห้องเย็นติดแอร์สกรีนลายฟาร์มผักออร์แกนิกขนาดกลาง ก็เคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าท้ายตลาดอย่างเงียบเชียบ ประตูกưรถเปิดออกเผยให้เห็นลังบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกและเครื่องซีลสูญญากาศรุ่นใหม่ล่าสุดที่ส่งตรงจากต่างประเทศ กลิ่นอายความทันสมัยและกลิ่นหอมกรุ่นของผักสดใหม่ในห้องควบคุมอุณหภูมิลอยแตะจมูกผู้คนรอบข้าง
เสี่ยกวงหน้าถอดสี เหงื่อกาฬแตกพลั่กเมื่อเห็นท่าทีของชาวบ้านเริ่มหันไปมองรถคันนั้นด้วยความตื่นตาตื่นใจ
รินรดาก้าวเข้าไปตบไหล่ลุงมั่นเบา ๆ ด้วยความอบอุ่น “ลุงมั่นครับ... เริ่มต้นมัดแรกกับผมไหมครับ รับรองว่าราคาที่ลุงจะได้ จะทำให้ลุงมีเงินเก็บบัญชีพุ่งกระฉูดจนเสี่ยแถวนี้ต้องอิจฉาตาร้อนแน่นอน”
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังฮึกเหิมและชาวบ้านส่งเสียงเฮด้วยความยินดีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของรินรดาก็แผדเสียงสั่นสะเทือนขึ้น หน้าจอแสดงเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อบันทึก แต่รหัสพื้นที่ระบุชัดเจนว่ามาจาก ‘สำนักงานที่ดินจังหวัด’
รินรดากดรับสายด้วยความสงสัย น้ำเสียงปลายสายรีบเร่งและร้อนรนจนผิดปกติ
“คุณรินรดาใช่ไหมครับ? พอดีมีเรื่องด่วนเกี่ยวกับพินัยกรรมเก่าของคุณแม่ท่าน... และที่ดินแปลงติดกันที่ตอนนี้มีคนยื่นเรื่องขอรังวัดทับซ้อน... อ้อ! มีชายปริมาณอ้างตัวว่าเป็นทายาทโดยธรรมกำลังเซ็นสัญญาซื้อขายกับเสี่ย...!”
รินรดายืนนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันไปสบตากับพันตรีธนาที่เดินตรงเข้ามาคว้ามือเธอไว้แน่น สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มส่งผ่านมาเพื่อย้ำเตือนว่าเขายืนอยู่ตรงนี้เสมอ แต่สายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มกลับจับจ้องไปยังชายชุดดำร่างสูงใหญ่แปลกหน้าที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถเก๋งติดฟิล์มดำสนิทท้ายตลาด พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งในมือ...
[ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ]
แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 6
การตลาดแบบคนจริง
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!