"ถ้าคุณรินรดาไม่มีชุดที่เหมาะสมสำหรับงานการกุศลของมูลนิธิทหารบกในคืนนี้ ก็ควรจะแจ้งล่วงหน้านะครับ ทางเราจะได้จัดเตรียมมุมต้อนรับแขกวีไอพีที่เป็น... เกษตรกรรากหญ้าไว้ให้โดยเฉพาะ"
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเบาๆ รอบห้องลองเสื้อแบรนด์เนมชื่อดังกลางใจเมือง ป้าสมรยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ชุดราตรีผ้าไหมสีเขียวมรกตขับให้ผิวที่ผ่านการฉีดคอลลาเจนราคาแพงดูโดดเด่น แม้รอยย่นตามหางตาจะฟ้องอายุจริง แต่แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยามที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของผู้ดีตระกูลเก่า
รินรดายืนไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีครีม เธอสวมชุดสูทกางเกงขายาวเข้ารูปสีขาวสะอาดตา ตัดเย็บด้วยผ้าลินินเนื้อดีจากมิติลับที่ให้สัมผัสเย็นสบายและทิ้งตัวสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ มือบางกำลังจิบชาสมุนไพรกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ อย่างไม่รีบร้อน ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองผู้เป็นป้าสามีจอมปลอมหัวจรดเท้าด้วยรอยยืดมุมปากเล็กน้อย
"ชุดที่เหมาะสมของป้าสมร หมายถึงชุดที่ต้องยืมเงินกองทุนสมาคมแม่บ้านทหารมาตัด หรือหมายถึงชุดที่ปักเลื่อมจนดูเหมือนเกล็ดปลากระเบนตากแห้งแบบนั้นล่ะครับ?" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกพยางค์กลับบาดลึกจนคนฟังหน้าชาซ่าน
"นี่เธอ! ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันนะรินรดา!" ป้าสมรหน้าตื่น ถลึงตาใส่สะใภ้กำมะลอ "ฉันเป็นผู้ใหญ่! พูดจาให้มันให้เกียรติกันบ้าง ที่ฉันพามางานนี้ก็เพราะไม่อยากให้เธอไปยืนขายผักกำละสิบบาทแล้วขายหน้าตระกูลธนาเขา เธอมันก็แค่แม่ค้าตลาดล่างที่บังเอิญจับพลัดจับผลูมาแต่งงานกับหมอทหารอนาคตไกล อย่าคิดว่าตัวเองจะยกระดับขึ้นมาทัดเทียมคนในสังคมชั้นสูงได้เลย"
บรรยากาศในร้านเงียบกริบ พนักงานขายและดีไซเนอร์ต่างพากันก้มหน้าหลบตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ขณะที่รินรดายังคงวางท่าทีสงบเยือกเย็น เธอค่อยๆ วางถ้วยชาลงบนจานรองเสียงกระทบกันเบาหวิวดังก้องในความเงียบ
"สังคมชั้นสูงที่ว่า... คือกลุ่มคนที่ใช้เงินบริจาคของประชาชนมาจัดงานการกุศลเพื่อสร้างภาพ แต่เบื้องหลังกลับติดหนี้ค่าวัตถุดิบอาหารออร์แกนิกของผมสามเดือนไม่ยอมจ่ายอย่างนั้นหรือครับ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นอายความกดดันระดับเชฟใหญ่ผู้ควบคุมห้องครัวและนักธุรกิจผู้กุมห่วงโซ่อุปทานอาหารอินทรีย์แผ่ซ่านออกมาจนป้าสมรเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"เธอ... เธอรู้ได้ยังไง!"
"ผมรู้ทุกอย่างนั่นแหละครับที่เกี่ยวกับเงินทอง เพราะไม่อย่างนั้น แปลแปลงเกษตรหรอมแหรมที่ป้าเอาไปจำนองไว้กับเสี่ยเฮง คงไม่ได้กลับมาเป็นชื่อของผมหรอกครับ... จริงไหมครับคุณป้า" รินรดาแย้มยิ้มพริ้มเพรา รอยยิ้มที่ทำให้ป้าสมรรู้สึกเหมือนมีใบมีดน้ำแข็งมากรีดลงบนสันหลัง
งานการกุศลประจำปีของสมาคมแม่บ้านทหารบกจัดขึ้น ณ
ห้องจัดเลี้ยงหรูหราอลังการ แชนเดอเลียร์คริสตัลส่องแสงระยิบระยับสะท้อนกับเครื่องเพชรราคาแพงระยับของบรรดาสตรีผู้ดีมีตระกูล เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศโอ่อ่าและน่าเกรงขาม
รินรดาก้าวเข้ามาในงานด้วยความมั่นใจ แม้เธอจะไม่ได้สวมชุดราตรียาวลากพื้นประดับเพชรพลอยระยิบระยับเหมือนคนอื่น แต่สูทสีขาวบริสุทธิ์และการแต่งหน้าที่เน้นความเรียบหรูทรงพลัง กลับทำให้เธอกลายเป็นจุดศูนย์สายตา ท่ามกลางเสียงซุบซิบวิจารณ์ของเหล่าไฮโซที่มองมาด้วยความหมั่นไส้
"นั่นน่ะเหรอภรรยาของพันตรีแพทย์ธนา? ดูท่าทางแล้วไม่เห็นจะเข้ากับคุณหมอหนุ่มอนาคตไกลตรงไหนเลย"
"ได้ยินว่าเป็นแค่แม่ค้าปลูกผักไม่ใช่หรือคะ? สงสัยคงใช้วิธีมารยาจับผู้ชายรวยๆ มาล่ะสิ"
เสียงวิจารณ์ดังลอดมาจากกลุ่มคุณหญิงที่ยืนถือแก้วแชมเปญอยู่ใกล้เสาโรมัน รินรดาชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มบาง เธอไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยว หรือวิ่งหนีความอับอายตามที่คนพวกนั้นคาดหวัง ตรงกันข้าม เธอกลับเดินตรงเข้าไปหาด้วยท่าทีสง่างามราวกับราชสีห์สาวที่กำลังเดินตรวจอาณาจักรของตนเอง
"ขอโทษนะคะที่ต้องขัดจังหวะการนินทา..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "แต่ถ้าจะวิจารณ์เรื่องมารยา ช่วยกรุณาศึกษาประวัติการหย่าร้างของสามีพวกท่านแต่ละคนให้ดีเสียก่อนดีกว่าไหมครับ? เผื่อว่าจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่แย่งสามีคนอื่นมาครอบครอง"
วงสนทนาแตกฮือทันที ใบหน้าของเหล่าคุณหญิงเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
"นี่เธอเป็นใคร! กล้าดียังไงมาพูดจาสามหามแบบนี้ในงานของมูลนิธิ!" คุณหญิงท่านหนึ่งตบพัดในมือลงกับโต๊ะเสียงดังลั่น
"ผมชื่อรินรดาครับ เป็นภรรยาของพันตรีธนา และที่สำคัญ... ผมคือผู้สนับสนุนหลักด้านวัตถุดิบอาหารออร์แกนิกให้กับงานการกุศลของกองทัพในค่ำคืนนี้" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเฉียบคม "ถ้าไม่มีผักอินทรีย์เกรดพรีเมียมจากฟาร์มของผม เมนูอาหารราคาแพงที่พวกท่านกำลังเคี้ยวกันอย่างเอร็ดอร่อย ก็คงเป็นแค่เศษอาหารไร้ราคาบนโต๊ะจีนเกรดต่ำเท่านั้นแหละครับ"
ขณะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นและสายตาทุกคู่กำลังจ้องมองมาด้วยความตกตะลึง ประตูห้องจัดเลี้ยงบานใหญ่ก็เปิดผางออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศของพันตรีธนาก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แผ่รังสีความน่าเกรงขามจนทุกคนต้องหลีกทางให้ ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาของตนเองแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดนิ่งที่กลุ่มคุณหญิงและป้าสมรที่ยืนตัวสั่นเทา
"มีปัญหาอะไรกันหรือครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องโถง
ธนาเดินตรงเข้าไปหารินรดาอย่างไม่ลังเล มือหนาสwัตโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน สายตาดุดันเหลือบมองป้าสมรที่อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก
"ไม่มีอะไรมากหรอครับคุณธนา" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นสามี รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก "แค่คุณป้ากับบรรดาคุณหญิงท่านอื่นกำลังช่วยผมทดสอบความอดทน... และดูเหมือนว่าพวกท่านจะสอบตกกันหมดทุกคนเลยล่ะครับ"
ธนาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขาม เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของภรรยาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังใจสั่นสะท้าน
"เก่งมากครับภรรยาของผม... แต่เรื่องบัญชีหนี้สินของป้าสมร เดี๋ยวผมจัดการต่อเอง รับรองว่าจะทำให้ไม่มีปัญญามาสร้างความรำคาญให้คุณอีก"
ทว่า ในจังหวะที่ทุกคนกำลังคิดว่าสถานการณ์คลี่คลายลงแล้วนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของนายทหารยศนายพลผู้หนึ่งก็เดินดุ่มๆ เข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือ สีหน้าของท่านนายพลเคร่งเครียดจนน่ากลัว
"หมอธนา! คุณรินรดา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ..." ท่านนายพลเอ่ยด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย "ผลการตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหารรอบสุดท้ายของงานเลี้ยงคืนนี้... พบสารพิษร้ายแรงในซุปเห็ดทรัฟเฟิลที่เพิ่งเสิร์ฟให้โต๊ะประธานกิตติมศักดิ์!"
รินรดานิ่งงัน รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา ขณะที่ธนาหรี่ตาลงอย่างอันตราย มือหนากระชับเอวบางของภรรยาแน่นขึ้นทันที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 12
ปากคมๆ กับงานสังคม
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!