แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง•ตอนที่ 13

แววตาที่ปิดไม่มิด

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
“ถ้าคิดจะเอาที่แปลงนี้ไปทำลานจอดรถของร้านขายของชำตระกูลพวกคุณล่ะก็... คงต้องรอให้ฉันตายแล้วเผาผถจนเหลือแต่กระดูกขาวเสียก่อนนะครับ ป้าสมร” เสียงใสๆ แต่แฝงด้วยความเฉียบคมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของสวนผักออร์แกนิกหลังบ้าน รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมเปื้อนดินจางๆ ยืนกอดอกมองผู้เป็นป้าสายห่างที่ยกพวกมากันถึงสามคนด้วยสายตานิ่งเรียบ ทว่าประกายในดวงตานั้นวาวโรจน์ราวกับแม่เสือสาวที่พร้อมตะปบเหยื่อที่บังaอาจล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขตของเธอ ป้าสมรหน้าดำคร่ำเครียด ร่างอ้วนท้วนสั่นเทาด้วยความโกรธ นิ้วอวบอ้วนชี้หน้าหลานสาวนอกไส้พลางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “นังรดา! แกมันก็แค่เด็กก้นครัวที่โชคดีได้ที่ดินผืนนี้มาจากตาแก่ที่ตายไปแล้ว อย่ามาทำปากดีนะ แกคิดว่าแค่ปลูกผักใบเขียวๆ ขายตามตลาดสด แล้วจะรวยค้ำฟ้าจนกล้ามาต่อปากต่อคำกับผู้ใหญ่อย่างฉันรึไง เอกสารสิทธิ์ในที่ดินน่ะ ฉันรู้นะว่าแกแอบซ่อนไว้ไหน ส่งมาซะดีๆ เรื่องจะได้จบ!” รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันฉาบอยู่บนใบหน้าเรียวสวย เธอไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือนกับคำขู่คุกคามนั้น มิติพิเศษในห้วงความคิดของเธอกำลังสั่นพ้อง เมล็ดพันธุ์ผักสลัดเกรดพรีเมียมจากต่างมิติที่เธอเพิ่งเร่งความเร็วในการเจริญเติบโตส่งกลิ่นหอมกรุ่นของความสดชื่นลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับธรรมชาติกำลังเป็นพยานในการประกาศสงครามครั้งนี้ “ความโลภนี่มันทำให้คนตาบอดได้จริงๆ สินะครับ ป้าสมร” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากทางด้านหลังของแปลงผัก น้ำเสียงนั้นราบเรียบ เย็นเยียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ขันใดๆ ทั้งสิ้น แต่กลับทรงอิทธิพลจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศาเซลเซียส พันตรีธนาย่างสามขุมเข้ามาในสวนผัก ร่างสูงใหญ่ในชุดไปรเวทเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี กลิ่นอายความเป็นนายทหารผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมาจนผู้บุกรุกถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบใต้คิ้วหนาเข้มจ้องมองป้าสมรและสมุนด้วยแววตาดุจพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อ “คะ... คุณหมอธนา มาอยู่นี่ได้ยังไงคะเนี่ย?” ป้าสมรเปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทัน จากยักษ์มารกลายเป็นยายแก่จอมปลอมที่ส่งยิ้มแห้งแล้งมาให้ “คือ... ดิฉันแค่มาพูดคุยเรื่องที่ดินกับหลานสาวตามประสาญาติสนิทน่ะค่ะ ไม่มีอะไร—ณ... หน้าร้านไม่มีใครเฝ้า... ดิฉันขอตัวก่อนดีกว่าค่ะ” ป้าสมรพยายามจะก้าวถอยหลัง แต่ทว่า... ไหล่กว้างของนายทหารหนุ่มกลับขวางทางออกเอาไว้พอดี ราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันทลาย ธนาไม่ขยับเขยื้อi ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอย่างเป็นเจ้าandเจ้าของ มือหนาเอื้อมไปปัดเศษดินที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มเนียนใสของหญิงสาวออกอย่างทะนุถนอม สายตาที่เขามองเธอนั้นอบอุ่น ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยความรักความหวงแหนอย่างปิดไม่มิด ทว่าเมื่อเขาหันกลับไปมองป้าสมร แววตานั้นก็กลับกลายเป็นคมมีดอาบยาพิษในทันที “ญาติสนิทงั้นหรือครับ?” ธนาเอ่ยถามเสียงเย็นเยียบ “เท่าที่ผมจำได้ รินรดาเป็นเด็กกำพร้าที่พวกคุณเคยขับไลไสส่งออกไปจากตระกูลเมื่อสี่ปีก่อนไม่ใช่หรอครับ แล้วทำไมตอนนี้พอเห็นเขาตั้งตัวได้ มีแปลงผักอินทรีย์ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีผลผลิตเกรดพรีเมียมส่งขายในตลาดไฮโซ... พวกคุณถึงได้หน้าด้านกลับมาทวงบุญคุณกันหน้าด้านๆ แบบนี้ล่ะครับ?” คำพูดที่แทงใจดำทำเอาป้าสมรหน้าซีดเผือดอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก สมุนข้างกายต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง รินรดาชำเลืองมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นมาในอกจนน่าประหลาดใจ ตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาในชีวิตเธอกaldมิติพิเศษนี้ เขาก็ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความอยุติธรรมเพียงลำพังเลยสักครั้ง ธนาเปรียบเสมือนป้อมปราการเหล็กที่แข็งแกร่งที่สุด คอยปกป้องคุ้มครองเธอจากฝูงไฮยีน่าหิวกระหายเหล่านี้อย่างใกล้ชิด “จำใส่สมองเอาไว้ให้ดีนะครับ” ธนาก้าวเข้าไปใกล้ป้าสมรอีกก้าวหนึ่ง จนอีกฝ่ายต้องผถถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว “ที่ดินแปลงนี้เป็นของรินรดา และ ‘หัวใจ’ ของรินรดาก็เป็นของผม ใครหน้าไหนที่บังอาจคิดจะเข้ามาตอดเล็กตอดน้อย หรือคิดจะแย่งชิงอะไรไปจากเธอ... ผมนี่แหละครับที่จะเป็นคนลากคอมันไปเข้าคุกตารางโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งสิ้น ไสหัวไปซะ!” สิ้นเสียงคำรามต่ำๆ นั้น ป้าสมรและสมุนก็ไม่กล้ารั้งอยู่อีกต่อไป ต่างพากันวิ่งเตลิดเปิดเปิงออกไปจากรั้วสวนผักแทบไม่ทัน ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนมาอีกครั้ง รินรดาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมาค้อนใส่ชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่ข้างๆ “คุณนี่นะ... ไล่พวกเขาไปซะกระเจิงแบบนั้น เดี๋ยวเขาก็เอาไปนินทาว่าฉันมีสามีโหดเหี้ยมอำมหิตหรอกครับ” ธนาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มแดงระเรื่อของหญิงสาว “ให้เขานินทาไปสิครับ ดีเสียอีก คนจะได้รู้ทั่วกันว่าแม่ค้าผักอินทรีย์คนสวยคนนี้มี ‘เจ้าของ’ หวงก้างขนาดไหน” ธนาเอ่ยกระซิบเสียงนุ่ม แววตาคมกริบฉายประกายความรักใคร่ลึกล้ำ “ว่าแต่... จัดการพวกน่ารำคาญเสร็จแล้ว เชฟรินรดาคนเก่งมีเมนูอะไรจะตอบแทนสามีที่ช่วยกอบกู้เอกราชให้สวนผักบ้างครับ?” รินรดายิ้มกริ่ม ดวงตาสุกใสเป็นประกายซุกซน เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเบาๆ “อยากกินเหรอครับ? งั้นก็ตามมาที่ห้องครัวสิครับ วันนี้ฉันจะทำ ‘ซุปไก่ตุ๋นโสมดำมิติพิเศษ’ เสิร์ฟพร้อมข้าวอบสมุนไพรหอมกรุ่น รับรองว่าซดน้ำซุปร้อนๆ คำเดียว คุณจะลืมความเหนื่อยล้าไปหมดสิ้นเลยล่ะครับ” พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินนำหน้าไปยังเรือนครัวหลังน้อย กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรหายากจากมิติพิเศษเริ่มลอยโชยออกมาเตะจมูกทันทีที่เธอผลักประตูไม้เปิดออก ความอบอุ่นของบรรยากาศภายในบ้านพักหลังเล็กโอบล้อมคนทั้งคู่เอาไว้ ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังหยิบหม้อดินเผาขึ้นมาเตรียมทำอาหารนั่นเอง เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นกะทันหัน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* รินรดาชะงักมือที่กำลังหั่นขิง ธนาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่มีคนมาขัดจังหวะเวลาสวีท ทั้งคู่หันไปมองทางหน้าต่างพร้อมกัน และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาแข็งค้างในทันที ชายหนุ่มในชุดสูทสากลราคาแพง ใบหน้าคมคายคุ้นตาที่เธอไม่ได้เจอมานานหลายปี... อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้เคยหักหลังเธออย่างไร้เยื่อใย ยืนส่งยิ้มพราวเสน่ห์อยู่หลังประตูกระจก พร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าผักอินทรีย์กับคุณหมอทหารผู้หวงก้าง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%