พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก•ตอนที่ 29

ยอมแพ้ราบคาบ

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เอกสารหนาสองฉมวกถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดังสนั่น กลิ่นอายของหมึกพิมพ์ราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นบุหรี่คิวบาจางๆ ในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดตายจากโลกภายนอก คาร์ลอส อัครเดโช ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ แววตาดุดันคู่นั้นไม่ได้ทอดมองกระดาษแผ่นใด แต่มันกำลังจับจ้องร่างบางของรินรดาราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในถ้ำแคบๆ "เซ็นชื่อซะ ริน" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เรียบเย็นแต่สั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานนับแรมปี รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววพยศมาตลอดบัดนี้คลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตา เธอกวาดสายตามองกระดาษแผ่นนั้น ใบหย่าขาดจากพันธะหนี้สินทุกประการ และตามด้วยเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านพักตากอากาศริมทะเลภาคใต้ ทุกอย่างถูกปลดเปลื้อง... เธอเป็นอิสระแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ "คุณกำลังเล่นเกมบ้าอะไรอีก คาร์ลอส?" เสียงหวานสั่นพร่าเอ่ยลอดไรฟัน พยายามรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีครั้งสุดท้ายไว้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "คิดจะซื้อความรู้สึกฉันด้วยเศษกระดาษพวกนี้งั้นเหรอ?" "ไม่ใช่เศษกระดาษ..." คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วจนรินรดาถอยหลังไปชนผนังห้องอย่างไร้ทางหนี มือหนาเอื้อมขึ้นประคองใบหน้านานเนียน ปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยหยาดน้ำตาออกให้อย่างทะนุถนอม—สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายจากผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าซาตานร้าย "แต่มมันคือ 'ใบเบิกทาง' ไปสู่อิสรภาพที่เธอโหยหามาตลอด ริน" ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มไหววูบอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน ความดิบเถื่อน เย็นชา และอำนาจมืดที่เคยครอบงำเขาราวกับถูกหลอมละลายลงด้วยหยาดน้ำตาของเธอ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะทิ้งตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าหญิงสาว ท่ามกลางความตกตะลึงจนรินรดาต้องอุทานออกมาเบาๆ "คาร์ลอส... คุณทำบ้าอะไร ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!" เธอพยายามดึงแขนเขาให้ลุกขึ้น แต่แรงมหาศาลของเขากลับทำให้เธอนิ่งงันราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น "ฉันไม่เคยคุกเข่าให้ใคร ริน... ไม่เคยแม้แต่จะก้มหัวให้ศัตรูหน้าไหนบนโลกใบนี้" คาร์ลอสเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาคู่นั้นลุ่มลึกและเปี่ยมไปด้วยความเวทนาปนเว้าวอนอย่างที่ผู้ชายเย่อหยิ่งคนนี้ไม่เคยยอมจำนนต่อใคร "แต่สำหรับเธอ... ผู้หญิงที่เข้ามาเปลี่ยนนรกในใจฉันให้กลายเป็นวิมาน ฉันยอมจำนนราบคาบแล้ว" หัวใจของรินรดากระตุกวูบ คำพูดของเขาหนักแน่นและจริงจังจนความเกลียดชัง กำแพงอคติ และความหวาดกลัวที่สร้างมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา "ฉันเหนื่อยกับการใช้หนี้ด้วยร่างกาย เหนื่อยกับการล่ามโซ่เธอไว้ด้วยคำว่า 'เจ้าหนี้กับลูกหนี้' แล้วริน" เสียงทุ้มพร่าเอ่ยกระซิบชิดหน้าท้องอุ่น มือหนาลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ขออนุญาตและรอคอยการยินยอม "เริ่มต้นใหม่กับฉันนะ... แบบไม่มีสัญญาบ้าๆ ไม่มีหนี้สิน ไม่มีอำนาจไหนมาผูกมัด มีแค่เราสองคน... ยินยอมพร้อมใจที่จะรักและมีกันและกัน" รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ มือเรียวเล็กที่เคยผลักไส บัดนี้เปลี่ยนเป็นยกขึ้นสอดเข้ากับเส้นผมสีเข้มของเขาอย่างไร้การควบคุม เธอโน้มตัวลงไปใกล้ สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวแก้ม "ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ..." เธอแกล้งกระซิบเสียงสั่น ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุข คาร์ลอสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ร้ายกาจทว่าอบอุ่นหัวใจที่สุดในชีวิตของเขา มือหนาเลื่อนขึ้นโอบเอวคอดกิ่วก่อนจะดึงรั้งร่างบางให้ทรุดตัวลงมานั่งตักบนพื้นพรมหนานุ่มในอ้อมแขนของเขา "ถ้าเธอปฏิเสธ... ฉันก็จะคุกเข่าขอเธอแบบนี้ไปจนกว่าเธอจะใจอ่อน หรือไม่... ฉันก็จะอุ้มเธอขึ้นเตียงแล้วทำให้เธอลืมคำว่า 'ปฏิเสธ' ไปตลอดกาล" เสียงหัวทุ้มต่ำหัวเราะในลำคอก่อนที่ริมฝีปากร้อนจัดจะทาบทับลงบนเรียวปากอิ่มของเธอทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ อีก สัมผัสแรกเริ่มจากความนุ่มนวลอ่อนหวานราวกับการขอขมา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนดุดันตามสัญชาตญาณดิบของเสือร้ายที่ได้ครอบครองเหยื่ออันเป็นที่รัก ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก รินรดาครางแผ่วในลำคอ ร่างกายอ่อนยวบยาบลงไปในอ้อมแขนแกร่ง แขนเรียวคล้องคอเขาแน่น ตอบรับรสจูบที่ทั้งดุดันและวาบหวามจนแทบหลอมละลาย เสื้อผ้าเนื้อบางถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างไร้ความเร่งรีบ ทว่าเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แผดเผาทุกตารางนิ้วผิวเนื้อ ผิวกายแนบชิดติดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน คาร์ลอสปรนเปรอเธอด้วยสัมผัสที่ลึกซึ้งและทะนุถนอมราวกับเธคือแก้วตาดวงใจ ปลายนิ้วและริมฝีปากร้อนไล้ไปตามซอกคอ ไหปลาร้า และเนินอกอิ่ม สร้างเสียงครางกระซิบกระsาบด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ในห้วงอารมณ์แห่งความสุขสม รินรดาร1/จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ซัดสาดเข้ามาดั่งคลื่นพายุ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานไปกับเสียงครางต่ำในลำคอของมาเฟียหนุ่มที่โอบอุ้มร่างเธอไว้แนบอก ความสัมพันธ์ที่เคยเต็มไปด้วยการบังคับขืนใจ บัดนี้ถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจดด้วยไฟแห่งเสน่หาที่ยินยอมพร้อมใจอย่างแท้จริง เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ ท่ามกลางห้องทำงานที่มืดสลัว มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกใสกระทบเข้ากับเรือนร่างเปลือยเปล่าที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนพรม รินรดานอนซบอยู่บนอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นสม่ำเสมอ มือหนายังคงลูบไล้เส้นผมยาวสลวยของเธออย่างรักใคร่ "ทีนี้... เซ็นชื่อได้หรือยังครับ ภรรยาของผม" คาร์ลอสกระซิบชิดใบหู พ่นลมหายใจอุ่นร้อนจนเธอย่นคอด้วยความจั๊กจี้ รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปากกาบนโต๊ะมาถือไว้ในมือ เตรียมจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นสำคัญเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามที่เขาร้องขอ ทว่า... ก่อนที่ปลายปากกาจะแตะลงบนกระดาษ เสียงเคาะประตูดังปัง! สามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงันในยามค่ำคืน ตามมาด้วยเสียงถีบประตูห้องทำงานของคาร์ลอสพังกระเด็นเปิดผางเข้า พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตู—บุคคลที่คาร์ลอสคิดว่าควรจะนอนอยู่ในคุกมืดอย่างไร้อิสรภาพไปนานแล้ว! "สวัสดีคาร์ลอส... ดูเหมือนนายจะมีความสุขเกินไปหน่อยนะ จนลืมไปหรือเปล่าว่าหนี้ชีวิต... ยังไม่ได้ชำระ!" เสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นของ วิคเตอร์ ดังลอดรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของคาร์ลอสทันที! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%