เสียงกระแทกของแก้ววิสกี้ราคาแพงกระทบลงบนโต๊ะหินอ่อนดังสนั่น สะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัวที่มืดสลัว กลิ่นอายของความตึงเครียดคุกรุ่นเสียจนแทบจะจุดประกายไฟได้ คาร์ลอส อัครเดโช ยืนจ้องมองเอกสารรายงานความเคลื่อนไหวของวิคเตอร์ในมือด้วยดวงตาดุดั่งพญาอินทรีย์ที่กำลังรอขยี้เหยื่อ เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกสะสมไว้ แต่ทว่า ในหัวสมองของเขาเวลานี้กลับไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องธุรกิจหรือแผนการแก้แค้นศัตรูตัวฉกาจ หากแต่ภาพใบหน้าเรียบเฉยแต่ดื้อรั้นของรินรดากลับวนเวียนเข้ามาแทรกแซงทุกอณูความคิด
กำแพงน้ำแข็งที่เขาเคยสร้างขึ้นเพื่อป้องกันหัวใจจากความรู้สึกใดๆ กำลังถูกความอ่อนหวานดื้อรั้นของผู้หญิงคนนั้นกัดกร่อนทีละน้อย... และมันคือสิ่งที่คาร์ลอสเกลียดที่สุด
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างบางของรินรดาก้าวเข้ามา เธอถือถาดชาสมุนไพรเข้ามาตามหน้าที่ที่ถูกกำหนดไว้ แม้ใบหน้าจะพยายามแสดงออกถึงความนิ่งสงบ แต่ดวงตากลมโตกลับฉายแววหวาดระแวงอย่างปิดไม่มิด ทว่าในสายตาของมาเฟียหนุ่ม ความระแวงนั้นกลับเร้าอารมณ์เขาให้พุ่งพล่านราวกับเชื้อเพลิงชั้นดี
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาตอนที่ฉันกำลังหัวเสีย รินรดารึ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน กวาดสายตามองสำรวจเรือนร่างอรชรที่อยู่ภายใต้ชุดผ้าแพรเนื้อบางเบา
"ฉันแค่... เห็นว่าคุณยังไม่ได้พักผ่อน และชาถอนพิษนี่น่าจะช่วยลดความตึงเครียดของคุณลงได้บ้างค่ะ" เธอตอบเสียงเรียบ แม้จะพยายามเลี่ยงคำลงท้ายที่ขัดหูเขา แต่วันนี้ความเหนื่อยล้าทำให้เธอเผลอหลุดมันออกมา
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในพริบตาเดียว แรงกดดันจากมวลกายที่ใหญ่โตกว่าทำให้รินรดาก้าวถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับชั้นวางหนังสือเสียงดังปึง ปลายทางหนีถูกปิดตายด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างที่กักขังเธอไว้ตรงกลาง
"เป็นห่วงฉันอย่างนั้นหรือ หืม?" คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหู เล็บคมกริบของเขาไม่ได้ใช้ทำร้าย แต่ปลายนิ้วหยาบกร้านกลับไล้ผ่านลาดไหล่เนียนนุ่มผ่านเนื้อผ้า ทำให้รasรดาต้องสะดุ้งเฮือกและห่อไหล่หนีด้วยความวาบหวามที่เธอเกลียดชังตัวเองเหลือเกินที่ร่างกายมันตอบสนอง
"ฉันไม่ได้... อื้อ..."
คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอทันทีเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ คาร์ลอสไม่ได้ละเมียดละไม เขาบดขยี้เรียวปากนุ่มด้วยความกระหายที่อัดอั้นมานาน ความโกรธ ความหึงหวง และความปรารถนาอันดิบเถื่อนหลอมรวมกันเป็นรสจูบที่ทำให้รินรดารู้สึกหายใจไม่ออก มือใหญ่ข้างหนึ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ขณะที่อีกข้างสอดเข้าใต้เส้นผมสลวย บังคับให้เธอแหงนเงยรับสัมผัสที่รุกไล่อย่างไร้ความปรานี
รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ร่างกายของทั้งคู่ร้อนรุ่มขึ้นตามแรงปรารถนาที่แผดเผา รินรดาพยายามยกมือขึ้นทุบลาดไหล่กว้างเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดนั้นเปรียบเสมือนการสะกิดเสือร้ายให้ยิ่งฮึกเหิม ลิ้นร้อนเกี่ยวพันดูดดื่มความหวานล้ำภายในโพรงปากจนเธอแทบยืนไม่อยู่ ขาเรียวอ่อนยวบลงจนต้องไขว่คว้าเกาะเกี่ยวลาดไหล่ของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
คาร์ลอสผริมริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้ตักตวงอากาศหายใจเข้าปอด ทว่าหน้าผากของเขากลับยังแนบชิดติดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดรดแก้ว
"เธอทำให้ฉันบ้า รินรดา..." เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย มันเต็มไปด้วยความยอมจำนนที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น "ผู้หญิงอย่างเธอมีเวทมนตร์อะไรนักหนา ถึงทำให้ฉันเกลียดตัวเองเวลาที่เห็นเธอน้ำตาตก แต่กลับอยากจะกลืนกินเธอให้จมหายไปในอกทุกครั้งที่เข้าใกล้"
รินรดานัยน์ตาไหวระริก หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำไม่เป็นส่ำ ยามที่ได้ยินคำสารภาพที่เจือไปด้วยความเจ็บปวดลึกๆ จากปากของมาเฟียผู้ไร้หัวใจ กำแพงน้ำแข็งที่เธอก่อไว้เพื่อปกป้องตัวเองกำลังพังทลายลงทีละน้อย สัมผัสอุ่นร้อนที่ฝ่ามือใหญ่เริ่มลูบไล้ต่ำลงผ่านโค้งเว้าของเอวคอด ก่อนจะช้อนตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นโดยที่ริมฝีปากยังไม่ยอมผละออกจากกัน
ร่างบางถูกวางลงบนโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องอย่างทะนุถนอมในแบบที่เจ้าตัวไม่เคยทำมาก่อน คาร์ลอสตามทาบทับลงมา ร่างกายกำยำบดเบียดแนบชิดทุกสัดส่วนจนไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน เสื้อผ้าเนื้อบางถูกปลดเปลื้องออกอย่างไร้ความปราณี เปิด
เปลือยผิวเนื้อนวลเนียนต่อหน้าสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความเสน่หา
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ คาร์ลอสไล้ริมฝีปากร้อนไปตามซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยสีุ่กแดงแต้มเด่นชัด มือหนาลูบไล้ไปทั่วสัดส่วนโค้งเว้า ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น รินรดาแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นโดยไม่รู้ตัว เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากริมฝีปากที่บวมเจ่อ ยิ่งเพิ่มความคลั่งไคล้ให้แก่ชายหนุ่มจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
การประสานกายดำเนินไปท่ามกลางความเร่าร้อน ดิบเถื่อน แต่เปี่ยมล้นไปด้วยความโหยหา คาร์ลอสโอบกอดเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ ทุกจังหวะของการเคลื่อนไหวคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบ รินรดากอดเกี่ยวแผ่นหลังกว้างของเขาแน่น เล็บจิกเกร็งลงบนผิวเนื้อเพื่อระบายความเสียวซ่านที่โถมซัดเข้ามาดั่งคลื่นพายุ ในห้วงเวลานี้ ไม่มีมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ ไม่มีเชลยสาวผู้จำนน มีเพียงชายหญิงสองคนที่ยอมจำนนต่อแรงปรารถนาอันลึกซึ้งจนยากจะถอนตัว
เมื่อความสุขสมระลอกสุดท้ายโหมกระหน่ำผ่านพ้นไป ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจที่ค่อยๆ สงบลง คาร์ลอสซบใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนของหญิงสาว แขนแกร่งยังคงกอดรัดเอวเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย มือใหญ่อีกข้างลูบผมเธอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยได้รับจากเขา
รินรดานอนหลับตาลงในอ้อมแขนนั้น หัวใจสับสนวุ่นวาย ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกำลังสร้างรอยร้าวครั้งใหญ่ในกำแพงน้ำแข็งของเขา... และเธอก็รู้ดีว่ามันกำลังสร้างรอยร้าวในหัวใจของเธอเองเช่นกัน
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบทำลายความเงียบงันในห้องทำงาน ตามด้วยเสียงของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
"นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว วิคเตอร์ส่งคนบุกถล่มคลังสินค้าของเราที่ท่าเรือทางเหนือ และ... และพวกมันจับตัวประกันไว้คนหนึ่งครับ!"
คาร์ลอสผุดลุกขึ้นจากเตียงในทันที ดวงตาดุดันฉายแววอำมหิตขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงกวาดสายตามองไปที่หน้าจอแท็บเล็ตที่ลูกน้องส่งภาพกล้องวงจรปิดเข้ามาสดๆ ร้อนๆ และเมื่อภาพใบหน้าของตัวประกันปรากฏขึ้นชัดเจน คาร์ลอสก็ชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดาร์กโรมานซ์ไปด้วยกันในตอนนี้และโปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก•ตอนที่ 9
เส้นกั้นระหว่างความแค้น
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!