"ผมคิดว่า... ผู้หญิงสวยระดับคุณ ไม่ควรนั่งดินเนอร์คนเดียวให้เหงาเล่นนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าแฝงความเจ้าชู้กรุ้มกริ่มดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของชายแปลกหน้าในสูทสั่งตัดราคาแพงที่ถือวิสาสะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามรินรดา โดยไม่ได้รับอนุญาต ชายคนนั้นส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างอรชรภายใต้ชุดเดรสเข้ารูปสีนิลอย่างจาบจ้วง ราวกับเสือร้ายกำลังพิจารณาเหยื่ออันโอชะ
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากจานอาหารด้วยความตกใจเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด เธอกวาดสายตามองรอบร้านอาหารอิตาเลียนหรูใจกลางเมืองที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ก่อนจะเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเยือกเย็นที่สุด
"ขอโทษนะคะ... ฉันไม่ได้มาคนเดียว และฉันก็ไม่ได้ต้องการเพื่อนร่วมโต๊ะ"
"โอ้ ไม่เอาน่าคนสวย แฟนคุณอาจจะกำลังเข้าห้องน้ำ หรือไม่ก็... อาจจะทิ้งให้คุณนั่งเหงาอยู่ตรงนี้ก็ได้ ให้ผมดูแลแก้เหงาแทนดีกว่าไหมครับ ผมชื่อกรณ์... เป็นนักธุรกิจนำเข้ารถยนต์" ชายหนุ่มนามว่ากรณ์ยื่นนามบัตรราคาแพงพับขอบทองมาตรงหน้า รอยยิ้มของเขาเคลือบด้วยความมั่นใจเกินร้อย ตามประสาผู้ชายที่ไม่เคยถูกปฏิเสธจากผู้หญิงคนไหน
แต่เขาลืมไป... ว่ากวางน้อยตัวนี้มีเจ้าของ และเจ้าของของเอก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาลูบคมในอาณาจักรของตัวเอง
เพล้ง!
เสียงแก้วไวน์คริสตัลถูกกระแทกเข้ากับโต๊ะอาหารข้างๆ อย่างแรงจนน้ำสีแดงฉานกระฉอกเปรอะเปื้อนผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาด แรงปะทะนั้นมากพอที่จะทำให้ทั้งรินรดาและกรณ์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองต้นตอของเสียงด้วยความตกใจ
ที่โต๊ะมุมอับสายตาซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของคาร์ลอส อัครเดโช กำลังลุกขึ้นยืนช้าๆ บรรยากาศรอบตัวของมาเฟียหนุ่มแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนอุณหภูมิในร้านอาหารหรูราวกับลดต่ำลงจนติดลบ ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองมาที่กรณ์ด้วยแววตาวาวโรจน์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนบ่งบอกถึงโทสะที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด
คาร์ลอสเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยก้าวที่หนักหน่วงและมั่นคง ทุกย่างก้าวที่เขาย่างผ่านสร้างความกดดันจนแทบจะทำให้หายใจไม่ออก รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น ไม่ใช่เพราะกลัวผู้ชายแปลกหน้า... แต่เธอกลัว 'ความคลั่ง' ของซาตานในร่างมนุษย์ที่กำลังเดินตรงเข้ามาต่างหาก
"รบกวนถอนคำพูดเมื่อกี้... แล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าเมียฉัน ก่อนที่แกจะไม่มีโอกาสได้ใช้ปากพูดอะไรอีก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่มือหนาคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อสูทของกรณ์อย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน แรงกระชากมหาศาลทำให้ร่างของกรณ์เซถอยหลังแทบตกเก้าอี้
"เฮ้ย! คุณเป็นใครวะ มาจับตัวผมทำไม ปล่อยนะเว้ย!" กรณ์ร้องโวยวายด้วยความตกใจ หน้าถอดสีเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับความดุดันและอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวของคาร์ลอส
"แกกล้าดียังไงมานั่งร่วมโต๊ะกับผู้หญิงของฉัน?" คาร์ลอสกัดฟันกรวด เสียงคำรามในลำคอต่ำลึกราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย นัยน์ตาของเขาแดงก่ำด้วยความหึงหวงที่แผดเผาทุกสิ่งจนเป็นจุล "ตาบอดหรือไง ถึงมองไม่อว่าผู้หญิงคนนี้มีเจ้าของแล้ว!"
"ผม... ผมไม่รู้ ผมแค่นโยบายทักทาย..." กรณ์เสียงสั่นเครือ ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงเสียงจริง
"คาร์ลอส... พอเถอะค่ะ อย่ามีเรื่องกันในนี้เลย คนมองกันหมดแล้ว" รินรดารีบพลวดพราดลุกขึ้นจากเก้าอี้ เอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีพ่วงตำแหน่งเจ้าพ่อไว้เบาๆ เพื่อระงับอารมณ์เดือดดาลที่กำลังจะระเบิดออกเป็นจุล
คาร์ลอสหันมามองภรรยาตัวน้อย แววตาที่มองเธอยังคงมีความดุดันระAคายเคือง แต่ก็อ่อนแสงลงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นความกังวลในดวงตาคู่สวยนั้น ก่อนที่เขาจะหันกลับไปหากรณ์ด้วยสายตาพิฆาต
"ไสหัวไปซะ! ถ้านับหนึ่งถึงสามแล้วแกยังนั่งอยู่ตรงนี้ สาบانได้เลยว่าแกจะได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาล"
ไม่ต้องรอให้ถึงนับหนึ่ง กรณ์ก็รีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าตาตื่น คว้ากระเป๋าและโทรศัพท์มือถือวิ่งหนีหายออกไปจากร้านอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อคนอื่นๆ ที่ต่างพากันมองด้วยความหวาดผวา
คาร์ลอสพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด เขากวาดสายตามองไปรอบร้านที่มีคนแอบมอง ก่อนจะหันมาคว้าข้อมือเรียวของรินรดากำไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ยังคุกกรุ่น
"กลับห้อง..." คำสั่งห้วนสั้นแต่เฉียบขาดดังขึ้น พร้อมกับแรงดึงที่บังคับให้เธอต้องก้าวเดินตามเขาไปอย่างขัดขืนไม่ได้
รินรดาถูกลากตัวออกมาจากร้านอาหารตรงขึ้นรถยนต์ส่วนตัวที่จอดรออยู่ท่ามกลางความมืด บรรยากาศภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก คาร์ลอสขับรถด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้ากลับคฤหาสน์หลังใหญ่ มือหนาข้างหนึ่งกำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่องอขาว ขณะที่ดวงตาคมกริบมองตรงไปข้างหน้าด้วยใบหน้าบึ้งตึง
ทันทีที่รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดสนิทในโรงรถ คาร์ลอสก็ดับเครื่องแล้วเปิดประตูลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะอ้อมมาเปิดประตูด้านที่รินรดานั่งอยู่ แล้วกระชากแขนเรียวให้ก้าวลงมาตามแรงดึง
"โอ๊ย! คาร์ลอส ฉันเจ็บนะ คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย!" รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อถูกเขาลากตัวเข้าสู่ตัวคฤหาสน์ผ่านทางประตูหลังอย่างเร่งรีบ
"ใช่! ฉันมันบ้า!" คาร์ลอสเหวี่ยงร่างบางเข้าไปชิดกับผนังห้องโถงกว้างอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะใช้สองแขนกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ไม่ให้มีทางหนีไปไหนได้ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียนด้วยความโกรธเกรี้ยวและหึงหวง
"คุณหึงเรื่องอะไรนักหนาก็แค่คนแปลกหน้าเข้ามาทัก!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายแม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น "ฉันไม่ได้ไปอ่อยใครเขาสักหน่อย ทำไมต้องทำท่าทางป่าเถื่อนขนาดนี้ด้วย!"
"ปากดีนักนะริน..." คาร์ลอสเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องจะขย้ำเหยื่อ "เธอคิดว่าฉันหึงแค่ไอ้งั่งคนนั้นเหรอ? เปล่าเลยรินรดา... ฉันโกรธตัวเองที่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว โกรธที่ผู้ชายหน้าไหนก็บังอาจกล้าอาจเอื้อมมองของสูงอย่างเธอ!"
"ฉันไม่ใช่สิ่งของของใครนะ!" เธอยังคงดื้อรั้น เถียงกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
"เธอเป็นของฉัน! ร่างกาย หัวใจ และทุกลมหายใจของเธอ... เป็นของคาร์ลอสคนนี้คนเดียว!" เขาคำรามลั่น ประโยคประกาศิตนั้นดังก้องไปทั่วห้องโถงมืดสลัว
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันอ้าปากเถียงอะไรกลับไป คาร์ลอสก็ก้มลงประกบเรียวปากหยักร้อนเข้ากับริมฝีปากนุ่มของเธออย่างไร้ความปรานี การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความนุ่มนวลอ่อนหวาน แต่เป็นการบดขยี้ ดุเดือด และเต็มไปด้วยความเร่าร้อนป่าเถื่อนที่ระบายความหึงหวงและความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่อัดอั้นอยู่ในอก
รินรดาสะท้านเฮือก เปลือกตาสั่นระริก แรงต่อต้านที่มีอยู่มลายหายไปในพริบตาเมื่อสัมผัสร้อนแรงรุกรานเข้ามา กลิ่นอายความเป็นชายและรสจูบที่เปี่ยมด้วยอำนาจทำให้เธอแทบละลายคาอ้อมแขนของเขา มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางให้แนบชิดติดกับแผ่นอกแกร่ง ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปขยุกขยุ่มกลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอให้รับรสจูบอันวาบหวามที่เขาเป็นผู้กำหนด
ความเงียบงันและบรรยากาศอันร้อนรุ่มภายในห้องนอนกว้างถูกเติมเต็มด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้น ร่างทั้งสองร่างแนบสนิทจนแทบไม่เหลือช่องว่าง คาร์ลอสถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้รินรดาได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำของเธอด้วยความพึงพอใจ
"คืนนี้... เธอต้องชดใช้ที่ทำให้ฉันต้องหึงจนแทบคลายสติ รินรดา"
เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยแรงปรารถนาร้อนแรงที่พร้อมจะแผดเผาทั้งคู่ให้จมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาอันลึกลึกลงไปอีก ขณะที่มือใหญ่กำลังเอื้อมไปปลดซิปชุดเดรสของเธอช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนนี้
ทว่า... ในวินาทีที่เรียวแขนแกร่งกำลังจะอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกเพื่อพาไปยังเตียงนอนกว้าง เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของคาร์ลอสก็แผดเสียงดังลั่นทำลายความเงียบงันขึ้นมาเสียก่อน
คาร์ลอสขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด สบถออกมาอย่างหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะ เขายังไม่ยอมละสายตาจากรินรดา แต่เมื่อเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าสายที่โทรเข้ามาคือเบอร์ส่วนตัวของ 'วิคเตอร์' ศัตรูตัวฉกาจที่หายหน้าหายตาไปนาน พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ทำเอาเลือดในกายของมาเฟียหนุ่มเย็นเฉียบลงในพริบตา
*['ระวังตัวไว้ให้ดี... ของเล่นชิ้นโปรดของแก อาจจะไม่ได้มีแค่แกคนเดียวที่ได้ครอบครอง'*]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก•ตอนที่ 14
คนขี้หวงโหมดโหด
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!