เสียงแก้วคริスタルกระทบกับโต๊ะหินอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวดังขึ้นก้องกังวาน ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก คาร์ลอส อัครเดโช ไม่ได้มองหน้าผู้หญิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทันที เขากำลังหมุนแก้วทรงเตี้ยที่มีของเหลวสีอำพันอยู่ภายในอย่างเชื่องช้า ทว่าดวงตาสีสนิมเหล็กกลับซ่อนประกายความกร้าวร้าวที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
รินรดากำมือเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อพยายามปกปิดความหวาดหวั่นที่กำลังกัดกินหัวใจ ใบหน้านวลเนียนเรียบตึง ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดที่กำลังแผ่ซ่านอยู่รอบตัวเขา
"คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นกับฉัน คาร์ลอส" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว แม้ว่าข้างในจะสั่นไหวแค่ไหนก็ตาม "คุณใช้วิธีสกปรกเข้ามาแทรกแซงชีวิตฉันเกินไปแล้ว"
คาร์ลอสหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่าง เขาวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่งๆ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อตัวน้อยพยายามตะกุยตะกายออกจากกรงขัง
"สกปรกงั้นหรือครับ... รินรดา" คาร์ลอสทวนคำ เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความไม่พอใจ "จำใส่สมองอันน้อยนิดของคุณเอาไว้ให้ดี ว่าทุกสิ่งที่ผมทำลงไป ก็เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของในตัวคุณ... ผู้หญิงที่ผมซื้อมาด้วยมูลค่ามหาศาล ไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งหรือทำตัวแข็งข้อใส่ผม!"
ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม รินรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างจัง ช่องว่างระหว่างเขากับเธอถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความดุดันอันเป็นเอกลักษณ์โชยเข้าปะทะนาสิกจนเธอรู้สึกวิงเวียน
"ถอยไปนะ..." เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามใช้สองมือดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกเหมือนการผลักภูเขาเหล็กกล้าทั้งลูก
"ผมเตือนคุณหลายครั้งแล้วนะริน..." คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะสัมผัสกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนอย่างจงใจ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นล็อกคางอิ่มเอาไว้บังคับให้เธองยหน้ามารับฟังคำประกาศิตของเขา "อย่าลองดีกับคนอย่างผม... อย่าท้าทายความอดทนของผม เพราะคุณก็รู้ว่าบทลงโทษของคนที่ดื้อรั้นมันหอมหวานและรุนแรงแค่ไหน"
"ปล่อยฉันนะ! คนป่าเถื่อน!" รินรดาตวัดสายตาเร่าร้อนใส่เขา พร้อมกับเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสจาบจ้วงนั้น แต่มันยิ่งทำให้คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ
ความอดทนเส้นสุดท้ายของมาเฟียหนุ่มขาดผึ่งลงในวินาทีนั้น เขาไม่สนใจคำปฏิเสธหรือแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอีกต่อไป มือหนาเปลี่ยนจากการล็อกคางเป็นการรวบข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย แรงกดดันมหาศาลทำให้รินรดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นการจุมพิตที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความนุ่มนวล หากแต่เป็นการลงทัณฑ์ ดุดัน และเร่าร้อนราวกับพายุคลั่งที่พร้อมจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเธอให้พังทลาย รินรดาพยายามเม้มริมฝีปากแน่นและสะบัดหน้าหนีเพื่อขัดขืน แต่คาร์ลอสกลับใช้มืออีกข้างบีบกรามมนให้เผยอออก ก่อนจะส่งเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ
รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเรียกร้องทำให้สมองของหญิงสาวขาวโพลน ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนปวกเปียกไร้เรียวแรงภายใต้สัมผัสที่ช่ำชองและเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาอันล้นเหลือ คาร์ลอสผ่อนปรนจังหวะลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ว่าร่างในอ้อมแขนเริ่มตอบสนอง ลิ้นหนาเกี่ยวพันดูดซึมความหอมหวานอย่างไร้ความอิ่มเอม มือที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้เปลี่ยนเป็นโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน
เสื้อผ้าเนื้อดีถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างไร้ความปราณี อากาศภายในห้องทำงานเย็นเยียบถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงขึ้น ผิวเนื้อเนียนนุ่มสัมผัสเข้ากับแผงอกกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้าม คาร์ลอสพาร่างบางไปยังโซฟาตัวยาวกลางห้องโดยไม่ปล่อยให้ริมฝีปากเป็นอิสระแม้แต่วินาทีเดียว
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานไปกับเสียงครางประท้วงเบาๆ ในลำคอของรินรดา เมื่อนิ้วเรียวแกร่งเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้สั่นสะท้าน เธอพยายามจะเอ่ยห้ามปรามด้วยเหตุผลครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เสียงเหล่านั้นกลับถูกกลืนหายไปกับรสจูบอันลึกซึ้งและวาบหวามที่เขาปรนเปรอให้อย่างไม่ขาดสาย
"คุณมัน... ร้ายกาจที่สุด..." รินรดาหอบสะท้านเมื่อริมฝีปากหนาเคลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง สร้างรอยสبرรสีกุหลาบไว้เตือนความทรงจำถึงการตกเป็นเชลยสวาท
"จำไว้ว่าคุณเป็นของผม... แค่คนเดียวเท่านั้น รินรดา" คาร์ลอสกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูร้อนผ่าว ลมหายใจร้อนเป่ารดผิวเนื้อจนเธอสะดุ้งเฮือก แรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ดำเนินไปอย่างดุเดือดและลึกซึ้ง ท่ามกลางความมืดมิดและเงาแห่งอำนาจที่โอบล้อมทั้งคู่ไว้ สัมผัสอันเร่าร้อนหลอมรวมความโกรธเกรี้ยวและความเสน่หาเข้าด้วยกันจนยากจะแยกแยะว่าสิ่งใดคือความเกลียดชัง หรือสิ่งใดคือความลุ่มหลง
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งบทเพลงรักอันเร่าร้อนสงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและความอบอุ่นจากร่างกายที่แนบชิด คาร์ลوسกอดร่างนุ่มนิ่มที่หลับตาพริ้มด้วยความเหนื่อยอ่อนไว้แนบอก แววตาของมาเฟียหนุ่มฉายแววพึงพอใจอย่างยิ่งที่ได้ย้ำเตือนสถานะของเธอให้เด่นชัดขึ้นอีกครั้ง
ทว่า ความเงียบสงบภายในห้องกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างร้อนรน ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาของบอดี้ชายคนสนิท
"นายครับ! แย่แล้วครับ..." ลูกน้องคนสนิทหน้าตาตื่นตระหนก วิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานก่อนจะเหลือบมองมาที่โซฟา "สายรายงานมาว่า วิคเตอร์ พาคนบุกเข้ามาล้อมคฤหาสน์ของเราไว้แล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก•ตอนที่ 12
อย่าลองดีกับคนอย่างผม
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!