พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก•ตอนที่ 3

สัมผัสที่ไม่อาจปฏิเสธ

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงถ้วยกาแฟเซรามิกกระทบลงบนกระจกโต๊ะทำงานหรูหราดังขึ้นเบาๆ แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในความรู้สึกของรินรดาได้อย่างรุนแรง คาร์ลอส อัครเดโช ไม่ได้มองหน้าเธอด้วยซ้ำในวินาทีที่เขาวางมันลง ดวงตาสีสนิมเหล็กคู่นั้นกวาดมองเอกสารสัญญาฉบับล่าสุดบนโต๊ะ ก่อนจะเงยขึ้นมาสบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเยียบเย็นที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกคราบ "คุณคิดว่าการยืนนิ่งเป็นหุ่นกระบอก จะช่วยให้หนี้สินของครอบครัวคุณมันลดลงได้สักบาทไหมครับ... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์แต่แฝงไว้ด้วยความดิบเถื่อนเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า เขายื่นปลายนิ้วเคาะลงบนแผ่นกระดาษเบาๆ สองสามครั้ง ราวกับกำลังกดสัญญาณนับถอยหลังสู่ชะตากรรมที่เธอไม่มีสิทธิ์เลือก รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเด็ดเดี่ยวในแววตาของเธอยังคงฉายชัด แม้ว่าภายในใจจะสั่นไหวราวกับใบไม้ไต้พายุ เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดีตัวนั้น ช้อนสายตาสู้กับมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอย่างไม่เกรงกลัว แม้รู้ดีว่าศักดิ์ศรีที่เธอกำลังปกป้องอยู่นี้ มันช่างเปราะบางเหลือเกินเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา "ฉันรู้หน้าที่ของตัวเองดีค่ะ... เอ่อ... ฉันรู้หน้าที่ของตัวเองดีครับ" เธอเผลอแก้คำพูดตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นมุมปากของเขาตวัดยิ้มเยาะอย่างรู้ทัน "ดีมากครับ ที่จำได้ว่าตอนนี้สถานะของคุณคืออะไร" คาร์ลอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงใหญ่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นและรอยสักลางๆ ที่ข้อมือ ทว่าการเคลื่อนไหวของเขากลับเต็มไปด้วยความดุดันและคุกคามราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมห้อง เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าว กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศและกลิ่นกาแฟคั่วเข้มโชยเข้าปะทะจมูก จนรินรดาต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนี... และไม่มีที่ให้ถอยอีกแล้ว ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนแกร่งและผนังห้อง คาร์ลอสโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ดวงตาสคมกริบกวาดสำรวจใบหน้างดงามที่กำลังตื่นตระหนกอย่างพึงพอใจ นิ้วเรียวหนายื่นไปจับคางคางมนของเธอไว้ บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา "บทเรียนแรกที่คุณต้องเรียนรู้ให้ขึ้นใจในฐานะ... นางบำเรอของผม ก็คือการเชื่อฟัง" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและกดต่ำลงจนชวนให้ขนลุกซู่ "ไม่มีการต่อรอง ไม่มีสายตาอวดดีแบบนี้อีก รินรดา" "คุณคาร์ลอส... ปล่อยฉันนะ..." เธอยังคงพยายามขัดขืน มือบางพยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่แรงแค่นั้นกลับไม่ต่างอะไรจากการสะกิดผิวเสือ "เรียกผมว่าอะไรนะครับ?" คาร์ลอสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานบนความทุกข์ระทมของเธอ เขากดปลายนิ้วลงบนคางเธอแน่นขึ้นอีกนิด บังคับให้ริมฝีปากอิ่มเผยอออก "ดูเหมือนว่าคุณจะยังจำกฎข้อนี้ไม่ได้ดีพอนะครับ สงสัยผมคงต้องทบทวนให้คุณเรียนรู้มันด้วยร่างกายของคุณเองเสียแล้ว" สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงประท้วงทั้งหมดของเธอทันที มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนหวานหรือความเสน่หา แต่เป็นจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และป่าเถื่อนราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ คาร์ลอสบดขยี้เรียวปากนุ่มด้วยความเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด แรงปะทะจากจูบที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังและประสบการณ์ทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือแกร่งข้างหนึ่งเลื่อนลงมาโอบรัดเอวบางคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแรง จนร่างทั้งสองแนบชิดกันสนิท ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ร่างกายของรินรดาสั่นสะท้าน ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปตามกระแสเลือดเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามา แม้ว่าจิตสำนึกจะร่ำร้องให้ขัดขืน แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับพ่ายแพ้ให้กับแรงดึงดูดอันมืดมนและเร่าร้อนนี้อย่างน่าละอาย ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มติดขัด คาร์ลอสผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด ทว่าหน้าผากของเขายังคงชิดติดกับหน้าผากของเธอ แววตาสคมกริบเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นจนยากจะดับลง "หวานกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ..." เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ มือหนาข้างเดิมลูบไล้ขึ้นมาตามลำคอระหง แวะเวียนอยู่ที่กกหู ก่อนจะสอดนิ้วเข้าไปในเส้นผมยาวสลวยแล้วดึงรั้งเบาๆ ให้เธอต้องแหงนเงยหน้ารับสัมผัสจากเขามากยิ่งขึ้น "และร่างกายของคุณ... ก็ตอบสนองผมได้ดีกว่าที่ปากของคุณปฏิเสธเสียอีก" รินรดาน้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ เธอยังคงพยายามรักษาศักดิ์ศรีครั้งสุดท้ายไว้ด้วยการส่งสายตาแข็งกร้าวใส่เขา แม้ว่าร่างกายจะเริ่มสั่นเทาด้วยพิษสวาทที่เขาจงใจปลุกเร้า "คุณมัน... คนป่าเถื่อน..." "ใช่ครับ ผมมันป่าเถื่อน... และคุณก็กำลังอยู่ใต้ความป่าเถื่อนของผม" คาร์ลอสยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น ก่อนจะอุ้มรกร่างบางขึ้นด้วยแขนข้างเดียวอย่างง่ายดาย จนรินรดาต้องเผลอใช้วงแขนคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น เขาก้าวเดินตรงไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้องนอนส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับห้องทำงาน ท่ามกลางความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอกของหญิงสาว เมื่อรู้ว่าบทเรียนแรกที่เขากล่าวถึงกำลังจะก้าวไปสู่จุดที่เธอไม่มีวันหวนกลับ คาร์ลอสวางร่างของเธอลົງบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอมในแบบที่ขัดกับแววตาดุดัน ทว่าก่อนที่เขาจะทาบทับลงมา เสียงเคาะประตูห้องทำงานด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางฝั่งของวิคเตอร์ส่งคนบุกรุกเข้ามาatคลังสินค้าโซน C ของเราแล้วครับ!" ร่างสูงที่กำลังจะโน้มลงมาทาบทับชะงักกึกทันที ดวงตาสีสนิมเหล็กหันขวับไปมองที่ประตูห้องด้วยประกายตาดุดันราวกับซาตานที่กำลังถูกขัดจังหวะความสำราญ รินรดาลอบหายใจโล่งอก ทว่าในวินาทีต่อมา คาร์ลอสกลับก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นและทรงพลังจนเธอต้องสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ "ถือว่าคุณโชคดีไปนะครับ รินรดา... แต่จำไว้ว่าเกมนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และคุณไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือผมไปได้หรอก" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดาร์กโรมานซ์ไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%