กระจกบานใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัวแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษคริสตัลระยิบระยับร่วงหล่นลงมากระทบพื้นหินอ่อนราวกับหยาดน้ำตาแห่งความพินาศ แต่ไม่มีใครในคฤหาสน์อัครเดโชกล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจดัง
"มันหายไปไหน..."
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและแรงกดดันระดับทำลายล้าง คาร์ลอส อัครเดโช ในยามนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากราชสีห์บาดเจ็บที่ถูกกระชากหัวใจออกไปจากอก ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอย ความโกรธเกรี้ยวแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอากาศในห้องแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ
บนโต๊ะทำงานเอกสารกระจัดกระจาย ร่องรอยการต่อสู้เล็กๆ และกลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิป่าที่รินรดาใช้ประจำยังคงลอยอบอวล แต่นั่นยิ่งเป็นการราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในอกของเขา วิคเตอร์... ไอ้สารเลวคนนั้นมันกล้าดึงเธออกไปจากอาณาจักรของเขา กล้าหยามหน้าเจ้าแห่งความมืดอย่างเขาถึงถิ่น
"ท่านครับ ทีมลาดตระเวนรายงานว่ารถเป้าหมายมุ่งหน้าไปทางเขตท่าเรือร้างฝั่งตะวันตกครับ" เสียงลูกน้องคนสนิทเอ่ยรายงานด้วยความหวาดหวั่น ระคนเกรงกลัวต่อความคลุ้มคลั่งของผู้เป็นนาย
คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนพองสเกล ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มขยับกายอย่างดุดัน มือหนากระชากปืนพกสั้นขึ้นมาปลดล็อกไกเสียงดังคลิก
"สั่งปิดเมือง..." น้ำเสียงของเขาเหี้ยมเกรียมจนคนฟังต้องก้มหน้ารับคำสั่ง "ปิดตายทุกเส้นทาง ทุกสะพาน ทุกน่านฟ้าและน่านน้ำ ใครขวาง... ฆ่าให้หมด ลากคอมันออกมาให้ได้ ถ้ามันกล้าแตะต้องตัวรินรดาแม้แต่ปลายนิ้ว ฉันจะถลกหนังมันทั้งเป็น!"
รถยนต์นับสิบคันพุ่งทะยานออกจากคฤหาสน์ราวกับฝูงมัจจุราชแหวกความมืดมิดของรัตติกาล คาร์ลอสกำพزในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แววตาของเขาเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และกระหายการชำระแค้น ภาพใบหน้าหวานหยาดเยิ้มของรินรดายามที่อยู่ใต้ร่างของเขา วงแขนเรียวที่เคยโอบกอดและเสียงครางหวานหูที่เรียกชื่อเขา มันวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งคิดว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย หัวใจที่เคยด้านชากลับเจ็บปวดร้าวรานราวกับถูกไฟแผดเผา
ผู้หญิงคนนั้นเป็นของเขา เป็นพันธนาการแห่งความมืดที่เขาตีตราจองไว้ด้วยเลือดและวิญญาณ ไม่มีใครหน้าไหนบนโลกใบนี้ที่มีสิทธิ์แตะต้อง!
ตัดภาพมายังโกดังร้างริมท่าเรือ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นเค็มของน้ำทะเลตีเข้าจมูก รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ข้อมือเนียนถูกพันธนาการไว้ด้วยเชือกเส้นหนาจนขึ้นรอยแดงช้ำ แม้เนื้อตัวจะสะินสะเทือนด้วยความหวาดกลัว แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและดื้อรั้น ไม่มีความหวาดหวั่นยอมจำนนปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
"มองฉันด้วยสายตาแบบนั้นทำไมล่ะคนสวย..." วิคเตอร์ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ใช้ปลายนิ้วหยาบกร้านเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอสบตา รอยยิ้มหยันปรากฏบนใบหน้าคมคายของศัตรูตัวฉกาจ "ไอ้คาร์ลอสคมกริบนั่นคงหลงเธอจนหัวปักหัวปำสินะ ถึงได้ยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวเธอ... น่าเสียดาย ที่วันนี้ฉันจะเป็นคนทำลายมันด้วยมือของฉันเอง"
"แกไม่มีวันชนะเขาหรอก..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ร่างกายจะสั่นเทาแต่เสียงของเธอกลับหนักแน่น "คาร์ลอสไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อใคร... และเขาจะตามมาฆ่าแกแน่"
วิคเตอร์หัวเราะลั่นอย่างสะใจ "หึ ปล่อยให้มันมา! ฉันเตรียมหลุมศพต้อนรับมันไว้เรียบร้อยแล้ว!"
ทว่า ในวินาทีที่วิคเตอร์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เพื่อจะฉวยโอกาสลูบไล้แก้มเนียน เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากด้านนอก ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกแรงกระแทกมหาศาลพังครืนลงมาฝุ่นตลบอบอวล!
วิคเตอร์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังกลุ่มควันหนาทึบที่ปกคลุมทางเข้า ร่างสูงตระหง่านในเงาแสงไฟสาดส่องก้าวเดินเข้ามาทีละก้าวอย่างมั่นคงและน่าสะพรึงกลัว คาร์ลอส อัครเดโช ปรากฏกายขึ้นดั่งยมราชที่ก้าวออกมาจากขุมนรก ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางที่ถูกมัดอยู่
ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับระเบิดออกเป็นรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนทุกคนในห้องต้องถอยกรูด
"แก..." วิคเตอร์หน้าถอดสี รีบคว้าตัวรินรดามาล็อกไว้ พร้อมกับจ่อปลายกระบอกปืนเข้าที่ขมับบาง "ถอยไปไอ้คาร์ลอส! ไม่งั้นอีผู้หญิงนี่สมองกระจายคามือฉันแน่!"
คาร์ลอสหยุดฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบจ้องมองปลายกระบอกปืนที่จ่ออยู่บนเรือนร่างของคนที่เขารัก ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยียบเย็นและเลือดเย็นที่สุดเท่าที่วิคเตอร์เคยเห็นมา
"แกคิดว่ากระสุนในมือแก... จะเร็วกว่ามีดในมือฉันรึเปล่าล่ะ วิคเตอร์"
ชั่วพริบตาเดียว! คาร์ลอสไม่ได้ถอย แต่เขากลับพุ่งทะยานเข้าประชิดด้วยความเร็วราวดั่งพายุหมุน ก่อนที่วิคเตอร์จะทันได้เหนี่ยวไก ปลายมีดพกคมกริบก็พุ่งปักเข้าที่ต้นแขนของมันอย่างแม่นยำ เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังลั่นโกดัง ร่างของวิคเตอร์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในพริบตา
คาร์ลอสไม่สนใจศัตรูที่นอนดิ้นพล่าน เขาคุกเข่าลงตรงหน้ารินรดา มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามเมื่อเอื้อมไปแก้ปมเชือกให้อย่างทะนุถนอม ดวงตาที่เคยดุดันและเหี้ยมเกรียมในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความห่วงHหาและอาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้ง
รินรดาสบตากับเขา หญิงสาวเม้มปากแน่น พยายามกลั้นหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยไม่ให้ไหลออกมา แต่ทันทีที่พันธนาการหลุดพ้น ร่างบางก็โผเข้าซบลงกับอกแกร่งทันที กลิ่นกายคุ้นเคยและอ้อมกอดที่อบอุ่นแต่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนทำให้หัวใจที่หวาดผวาค่อยๆ สงบลง
คาร์ลอสโอบกอดเธอแน่น ฝังใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มสูดดมความหอมเข้าปอดลึกราวกับจะยืนยันว่าเธอปลอดภัยแล้วจริงๆ มือหนาลูบแผ่นหลังบางเบาๆ ทว่าน้ำเสียงที่กระซิบข้างใบหูของเธอกลับแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันป่าเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม
"กลับบ้านของเรา... รินรดา" คาร์ลอสกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง "คืนนี้... เธอต้องชดใช้ที่ทำให้ฉันต้องพลิกแผ่นดินตามหาเธอแบบนี้ ทั้งร่างกายและหัวใจ... เตรียมตัวรับมือกับบทลงทัณฑ์ของฉันไว้ให้ดี"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก•ตอนที่ 23
คลั่งพลิกแผ่นดิน
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการมาเฟียเถื่อนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!