กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 14

รอยร้าวในทีม

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
"คุณกำลังใช้สัญชาตญาณพังสำนวนของฆาตกร" เสียงของพญ.ธารารินดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดสนิท แรงกระแทกจากการวางแฟ้มเอกสารคดีลงบนโต๊ะไม้สักสะท้อนก้องในความเงียบ ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นสายตาจ้องมองตรงไปยังนายตำรวจหนุ่มผู้ยืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่าง พ.ต.ต. ภูวดลหันกลับมา ชายหนุ่มไม่แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนต่อความเกรี้ยวกราดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นนั้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบา ราวกับเขากำลังสนุกสนานกับการได้เห็นเสือสาวแยกเขี้ยวใส่ "และคุณก็กำลังใช้กล้องจุลทรรศน์บดบังวิสัยทัศน์กว้างไกลของมนุษย์ หมอธาร" ภูวดลตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ศพในห้องเย็นนั่นไม่ได้บอกว่าใครลงมือ แต่มันกำลังบอกว่าทำไม... และจิตวิทยาของฆาตกรไม่มีทางถูกย่อยสลายด้วยสารเคมีในห้องแล็บของคุณหรอกครับ" นี่คือ "รอยร้าวในทีม" ที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ ความกดดันจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่สื่อมวลชนกำลังจับตาบอดบีบให้ความแตกต่างระหว่าง "นิติวิทยาศาสตร์" และ "สัญชาตญาณนักสืบ" ระเบิดออกในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ท่ามกลางอุณหภูมิทางอารมณ์ที่พุ่งสูงจนเกือบแตะจุดเดือด "สัญชาตญาณของคุณมันขับเคลื่อนด้วยอคติส่วนตัว!" ธารารินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ ความโกรธทำให้เลือดสูบฉีดจนพวงแก้มขาวเนียนปรากฏรอยเรื่อจางๆ "คุณอยากให้ผู้ต้องหาคนนั้นเป็นฆาตกร เพราะประวัติของเขาตรงกับภาพในหัวที่คุณสร้างขึ้นมาตั้งแต่แรกใช่ไหมครับ... โอ้ ขอโทษที ผมหมายถึง 'คุณสารวัตรผู้แม่นยำ'" เธอย้อนคำพูดของเขาเองด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ภูวดลไม่ถอยหนี เขาก้าวเข้าประชิดยิ่งขึ้นจนธารารินต้องเงยหน้าขึ้นสบตา กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และความดุดันที่เป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวเริ่มเจือความเร่าร้อนอันตราย "คุณคิดว่าผมทำตามอำเภอใจเหรอครับ หมอธาร" ภูวดลโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่ริมฝีปากที่เม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ไล่ขึ้นไปยังดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความทิฐิ "คุณต่างหากที่กลัว... กลัวว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่บริสุทธิ์ของคุณ จะถูกความจริงที่เน่าเฟะของมนุษย์สั่นคลอน คุณกำลังตามหาความสมบูรณ์แบบในโลกที่เต็มไปด้วยเศษซากความโสมม" คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจ ธารารินชะงักไปชั่ววินาที ภาพเหตุการณ์ในอดีตวันนั้น วันที่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์พ่ายแพ้ต่ออิทธิพลมืดและการบิดเบือนความจริงผุดขึ้นมาในหัว แต่วินาทีถัดมา เธอก็ใช้ความเยือกเย็นเข้าสกัดกั้นความอ่อนแอไว้ได้อย่างรวดเร็ว "อย่างน้อย วิทยาศาสตร์ก็ไม่เคยโกหกเพื่อสนองอัตตาของตัวเองเหมือนคุณ" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทะกันอย่างรุนแรง ความใกล้ชิดที่ควรจะเป็นอุปสรรคต่อการโต้เถียง กลับกลายเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้ทั้งคู่ตระหนักถึงพลังงานดิบเถื่อนบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความขัดแย้ง ภูวดลมองริมฝีปากที่กำลังขยับต่อว่าเขาด้วยสายตาสลับซับซ้อน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันรุ่มร้อนที่ยากจะควบคุม "ถ้าคิดว่าผมใช้อารมณ์... ทำไมคุณไม่พิสูจน์ให้ผมเห็นล่ะครับ" ภูวดลเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยการท้าทาย เขายกมือขึ้นปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างขมับของแพทย์หญิงออกอย่างถือวิสาสะ นิ้วหัวแม่มือสัมผัสกับผิวแก้มเนียนโดยไม่ตั้งใจ (หรือตั้งใจก็ไม่อาจทราบได้) ธารารินสะดุ้งเฮือก เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดเมื่อครู่เกือบทำให้เธอสูญเสียการควบคุม "อย่ามาเล่นเกมจิตวิทยากับผม สารวัตร" เธอเตือนเสียงแข็ง พยายามกอบกู้มาดผู้เชี่ยวชาญกลับคืนมา "เรากำลังพูดถึงคดีฆาตกรรม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว" "สำหรับผมแล้ว... มันไม่มีเส้นแบ่งระหว่างสองสิ่งนี้หรอกครับ หมอธาร" ภูวดลตอบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความหมาย ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินกลับไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงานของตนเอง "และเพราะผมรู้ว่าคุณเก่งกาจแค่ไหน ผมถึงยอมยืนเถียงกับคุณอยู่นี่ไงล่ะครับ" ก่อนที่ธารารินจะได้สวนกลับ เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้ง ตามด้วยการเปิดพรวดเข้ามาของหมวดวิกรม นายตำรวจหนุ่มลูกน้องคนสนิทของภูวดล สีหน้าของเขาซีดเผือกจนสังเกตเห็นได้ชัด เนื้อตัวชุ่มเหงื่อแม้ในห้องแอร์เย็นเฉียบ "สารวัตรครับ! หมอธารครับ! เกิดเรื่องแล้ว..." วิกรมหอบหายใจถี่กระชั้น ยื่นแท็บเล็ตในมือให้สารวัตรหนุ่มดูอย่างรีบร้อน "เราเพิ่งได้รับรายงานจากหน่วยพิสูจน์หลักฐานที่ไปตรวจค้นบ้านพักร้างของผู้ต้องหาตามที่คุณหมอเคยสันนิษฐานไว้..." ภูวดลรับแท็บเล็ตมามอง ภาพบนหน้าจอปรากฏร่องรอยการขุดคุ้ยพื้นปูนบริเวณโรงรถหลังบ้าน รอยเลือดที่แห้งกรัง และวัตถุพยานชิ้นสำคัญที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ชั้นคอนกรีต แต่ไม่ใช่รอยเลือดหรือคราบดีเอ็นเอที่ทำให้สีหน้าของสารวัตรภูและหมอธารเปลี่ยนสีไปพร้อมกัน... มันคือ "ตราสัญลักษณ์" รูปงูกินหางที่สลักไว้บนแผ่นโลหะ ซึ่งถูกฝังจมอยู่ใต้กองเลือด... เป็นสัญลักษณ์เดียวกันกับคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อห้าปีก่อน คดีที่พี่ชายของพญ.ธารารินเคยทำไว้ก่อนเสียชีวิตอย่างปริศนา และเป็นคดีที่สารวัตรภูวดลพยายามปิดตายมาตลอดชีวิต ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมปริศนาที่ซับซ้อนนี้ไปกับผม ดร.นิติเวช นะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%