กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 13

พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
"ผมไม่คิดว่าการขังผมไว้ในกรงทองที่เต็มไปด้วยเครื่องดักฟัง จะช่วยให้คดีของพี่ชายผมคืบหน้าขึ้นหรอกนะครับ สารวัตรภูวดล" หมอธารารินเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวพ้นประตูเหล็กดัดของเซฟเฮาส์ลับกลางหุบเขา เสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้น ดวงตาสีเข้มของเธอจ้องมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่กำลังเดินนำไปอย่างไม่ลดละ ภูวดลหยุดฝีเท้ากะทันหัน เขาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่มีเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นดินชื้นหลังฝนตกจากตัวเขาทำให้บรรยากาศในห้องโถงกว้างดูอึดอัดขึ้นมาถนัดตา "ที่นี่ไม่ใช่กรงทอง แต่มันคือปราการด่านสุดท้ายก่อนที่ฆาตกรจะลงมือกับพยานคนสำคัญอย่างคุณ หมอธาร..." เขาเน้นเสียงต่ำ "ผมไม่ได้ทำตามใจตัวเอง แต่ผมทำตามหน้าที่ และเหนือสิ่งอื่นใด คือความปลอดภัยของคนดื้อรั้นอย่างคุณ" ธารารินแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวบางที่สวมถุงมือแพทย์จนชินชาหยิบแฟ้มเอกสารคดีขึ้นมาถือไว้แน่น "หน้าที่? หรือแค่ต้องการควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในมือคุณ สารวัตร... คุณกลัวว่าถ้าผมเข้าถึงหลักฐานชิ้นสุดท้ายในห้องชันสูตรได้ก่อน คุณจะไม่มีข้ออ้างในการเก็บผมไว้แบบนี้ใช่ไหม?" ภูวดลย่างสามขุมเข้ามาใกล้จนเธอต้องถอยหลังไปชนกับเคาน์เตอร์ครัว เขาวางมือคร่อมลงไปบนขอบเคาน์เตอร์ กักขังเธอไว้ในวงล้อมของร่างกายที่แข็งแกร่ง "หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของคุณมันไร้ค่า หากคุณไม่มีชีวิตอยู่เพื่อนำเสนอผลชันสูตรต่อศาล เลิกมองทุกอย่างด้วยตรรกะเย็นชาสักพัก แล้วหัดเชื่อสัญชาตญาณของคนที่ปกป้องคุณบ้างได้ไหม" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน ภายใต้ดวงตาที่แข็งกร้าวของภูวดลมีกระแสความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ และในนัยน์ตาคู่สวยของธารารินก็มีความสั่นไหวที่พยายามปกปิดด้วยกำแพงแห่งความถือดี "ถ้าอยากปกป้องนัก... ก็ช่วยบอกผมทีว่าทำไมพี่ชายคุณถึงต้องเสี่ยงตายไปกับรอยเลือดปริศนาในคืนนั้น" เขาเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "เราสองคนต่างมีอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง แต่เชื่อเถอะหมอ... ในเวลานี้ เราสองคนคือคนเพียงสองคนในโลกที่สามารถไว้ใจกันได้" ธารารินชะงัก สายตาที่เคยจดจ้องอย่างจับผิดค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความนิ่งงัน เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ปนมากับกลิ่นอายของอันตราย เขาไม่ใช่แค่สารวัตรที่ดุดัน แต่เป็นผู้ชายที่มีบาดแผลไม่ต่างจากเธอ "ฉันไม่ได้กลัวตาย" เธอกล่าวแผ่วเบา "ฉันแค่กลัวว่าถ้าฉันตายไป ความจริงที่พี่ชายฉันพยายามปกป้องมันจะตายไปพร้อมกับฉันด้วย" ภูวดลขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากเกือบแตะกัน "ตราบใดที่ผมยังหายใจ คุณจะไม่มีวันตาย... เราจะแก้ปมนี้ไปด้วยกัน ทั้งวิทยาศาสตร์ของคุณ และสัญชาตญาณของผม" บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเร่าร้อนที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในพื้นที่แคบๆ ความใกล้ชิดที่เกินเส้นแบ่งอาชีพทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นผิดจังหวะ ภูวดลปัดปอยผมที่ปรกหน้าของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วทำให้ธารารินถึงกับลืมหายใจ ทว่าทันใดนั้น เสียงเตือนจากแท็บเล็ตที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกลางห้องก็ดังขึ้นพร้อมกับสัญญาณไฟสีแดงกระพริบถี่ ภูวดลผละออกจากเธอทันทีด้วยสัญชาตญาณนักล่า เขารีบก้าวไปที่หน้าจอข้อมูล ความเคร่งเครียดกลับมาประทับบนใบหน้าอีกครั้ง "เกิดอะไรขึ้น?" ธารารินรีบตามไปดู "ระบบรักษาความปลอดภัยวงนอกถูกเจาะ" ภูวดลคีย์ข้อมูลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชะงักกึกเมื่อภาพในกล้องวงจรปิดปรากฏขึ้น "นั่นมัน... สัญลักษณ์บนรอยแผลที่พบในศพรายล่าสุด" ธารารินโน้มตัวลงมองหน้าจอ หัวใจของเธอหล่นวูบ เมื่อเห็นบุคคลปริศนาในชุดดำกำลังยืนอยู่หน้าประตูเซฟเฮาส์ และในมือของมันไม่ใช่มีดหรือปืน แต่มันถือกล่องเหล็กใบหนึ่งที่ดูคุ้นตา... มันคือกล่องเก็บตัวอย่าง DNA ของพี่ชายเธอที่หายไปจากแล็บนิติเวชเมื่อสามวันก่อน "มันไม่ได้มาเพื่อฆ่าเรา" ภูวดลกัดฟันแน่น "มันมาเพื่อส่งข้อความบางอย่าง" ชายชุดดำคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองกล้องที่จับภาพเขาอยู่ ก่อนจะฉีกยิ้มที่ทำให้ธารารินต้องขนลุกชัน เขาหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วชูขึ้นให้กล้องเห็นอย่างชัดเจน มันคือรูปถ่ายของธารารินและภูวดลในท่าทางที่ใกล้ชิดกันเมื่อครู่นี้... รูปที่ถูกถ่ายจากภายในเซฟเฮาส์แห่งนี้เอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมปริศนาที่ซับซ้อนนี้ไปกับผม ดร.นิติเวช นะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%