กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 12

เสียงกระซิบยามวิกาล

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นอับชื้นของฟอร์มาลีนและกระดาษบันทึกคดีเก่าๆ ยังคงติดตรึงอยู่ในปลายจมูก แม้ว่านาฬิกาบนผนังห้องทำงานส่วนตัวในสถาบันนิติเวชจะล่วงเลยเข้าสู่เวลาตีสองสิบหนาทีกว่าแล้ว พญ.ธาราริน หรือหมอธาร กำลังใช้ปลายแหนบสแตนเลสคีบเส้นใยสังเคราะห์สีดำขนาดจิ๋วที่ติดอยู่ใต้เล็บของศพเคย์ซีรีส์ล่าสุดขึ้นมาส่องใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง แสงไฟ LED สีขาวนวลจากกล้องสะท้อนกับดวงตาคู่คมที่ฉายแววเหนื่อยล้า แต่ความมุ่งมั่นกลับไม่เคยลดทอนลงแม้แต่น้อย สำหรับเธอแล้ว ความจริงไม่เคยโกหก ร่างกายมนุษย์คือพยานปากเอกที่ซื่อตรงที่สุด ต่างจากมนุษย์เป็นๆ ที่มักซ่อนเจตนาอันดำมืดไว้ภายใต้รอยยิ้มและการกระทำอันสวยงาม เช่นเดียวกับสารวัตรภูวดล... นายตำรวจหนุ่มผู้เชื่อมั่นในสัญชาตญาณดิบเถื่อนและการไล่ล่ามากกว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่เพิ่งจะวางสายจากเธอไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดที่เธอปฏิเสธจะร่วมลงพื้นที่ดึกดื่น *กริ๊งงงง!* เสียงโทรศัพท์พื้นฐานบนโต๊ะทำงานแผดเสียงแหลมขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบในยามวิกาล มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าจากมือถือส่วนตัว แต่เป็นเบอร์ภายในที่เชื่อมต่อตรงจากห้องควบคุมความปลอดภัยของตึก หมอธารขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือยางละจากการCalibrationกล้องจุลทรรศน์ ก่อนจะเอื้อมไปยกหูโทรศัพท์ขึ้นแนบหู "พญ.ธารารินพูดค่ะ... พูดครับ" เธอเผลอแก้คำพูดของตัวเองตามความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมงานบางคน แต่ปลายสายไม่ได้สนใจความผิดพลาดเล็กน้อยนั้น *(เสียงทุ้มต่ำราวกับถูกบิดเบือนด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังลอดเข้ามา)* "ศพไม่ได้บอกความจริงทุกอย่างหรอ หมอธาร... บางที การรู้มากเกินไป อาจทำให้คนที่คุณรักตายตามพี่ชายของคุณไปอีกคนนะ" หัวใจของแพทย์หญิงกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาจากไขสันหลังราวกับถูกน้ำแข็งลูบไล้ ความทรงจำอันเจ็บปวดเมื่อสี่ปีก่อนเกี่ยวกับคดีการเสียชีวิตปริศนาของพี่ชายที่ปิดไม่ลง ถูกกระชากกลับมามีชีวิตอีกครั้งในเสี้ยววินาที "คุณเป็นใคร! ต้องการอะไร?" หมอธารเค้นเสียงถามกลับอย่างเยือกเย็น พยายามควบคุมน้ำสั่นพร่าให้กลับมามั่นคง แม้ว่าปลายนิ้วจะเริ่มเย็นเฉียบ "หยุดยุ่งเรื่องรอยสักรูปงูอุโบสถนั่นซะ... ก่อนที่ผ่าตัดครั้งต่อไปของคุณ จะกลายเป็นตัวคุณเองที่นอนอยู่บนเตียงสแตนเลส" *ติ๊ด...* สัญญาณตัดสายดังขึ้นพร้อมความเงียบที่กลับมาโอบ หมอธารยืนนิ่งค้างอยู่ชั่วขณะ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว—รอยสักรูปงูอุโบสถ เป็นหลักฐานชิ้นใหม่ที่เธอเพิ่งค้นพบใต้รอยแผลเป็นของเหยื่อรายล่าสุดเมื่อช่วงหัวค่ำ และเธอยังไม่ได้รายงานเรื่องนี้แม้แต่ในบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจ ข้อมูลนี้มีเธอกับผู้ช่วยเพียงสองคนเท่านั้นที่รู้! แล้วเสียงปริศนารู้ได้อย่างไรว่าเธอกำลังสืบสวนเรื่องนี้อยู่? พลัน... เสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำผ่านทางเดินด้านนอกห้องทำงานของเธอก็ดังขึ้น *กรอด... แกรก...* มันไม่ใช่เสียงรองเท้าผ้าใบของเจ้าหน้าที่เวรยาม แต่เป็นเสียงส้นรองเท้าหนังที่จงใจเดินย่ำให้เกิดเสียงสะท้อน เพื่อประกาศการมาถึงอย่างไร้ความเกรงกลัว หมอธารละสายตาจากโทรศัพท์ มือขวาเอื้อมไปหยิบมีดผ่าตัดเบอร์ 11 ด้ามสเตนเลสที่คมกริบขึ้นมาถือไว้มั่นโดยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอก้าวเท้าเงียบเชียบไปที่ประตูห้องทำงาน มือซ้ายบิดลูกบิดอย่างระมัดระวังแล้วค่อยๆ ดึงเปิดออกช้าๆ ทางเดินยาวเหยียดไร้ผู้คน แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ ตามจังหวะกระแสไฟที่ไม่เสถียรในยามดึก แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก คือรอยเปื้อนสีดำคล้ายโคลนผสมคราบเลือดจางๆ เป็นทางยาวลากมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องของเธอพอดี... และบนพื้นผิว, มีรอยนิ้วมือเปื้อนเลือดประทับไว้ลวกๆ เป็นสัญลักษณ์รูป "งู" ที่บิดเบี้ยว น่าสยดสยอง หมอธารกวาดสายตามองไปสุดปลายทางเดิน ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่ง แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่จ้องมองมาจากความมืดนั้น—สายตาที่เต็มไปด้วยความกระหาย และรอคอยเวลาที่จะขย้ำเหยื่อ ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวออกไปตรวจสอบ เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังขึ้นอีกครั้งจากด้านหลัง... ไม่ใช่จากทางเดิน แต่มาจาก *ระเบียงห้องทำงานของเธอเอง* ที่เชื่อมต่อกับดาดฟ้าตึก! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมปริศนาที่ซับซ้อนนี้ไปกับผม ดร.นิติเวช นะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%