กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของห้องเก็บศพใต้ดินโรงพยาบาลตำรวจ มันไม่ใช่กลิ่นที่คนทั่วไปจะคุ้นเคย แต่มันคืออากาศที่ พญ. ธาราริน หายใจเข้าออกมาร่วมสิบปี ทว่าในวินาทีนี้ อากาศรอบตัวเธอกลับเบาบางลงราวกับถูกสูบออกไปจนหมด เมื่อสายตาของเธอนิ่งค้างอยู่บนวัตถุชิ้นเล็กที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาจากซอกมุมอับของเสื้อโค้ทศพ
*เข็มกลัดเงินสลักรูปเข็มทิศ...*
มันไม่ใช่แค่เข็มกลัดธรรมดา ตัวอักษรย่อ ‘T.K.’ ที่สลักอย่างประณีตบรรจงตรงใจกลางเข็มทิศ คือรอยแผลเป็นที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของเธอมานานนับห้าปี มันคือชิ้นเดียวกับที่เธอเป็นคนมือสั่นเทา ติดไว้ที่อกเสื้อสูทของพี่ชาย ในวันที่ร่างไร้ลมหายใจของเขาถูกหย่อนลงหลุมศพท่ามกลางสายฝนอันเหน็บหนาว แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร บนร่างของเหยื่อฆาตกรรมรายใหม่ในคืนนี้
นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยื่นออกไปหมายจะหยิบมันขึ้นมาพิสูจน์ให้แน่ใจ แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสโดนโลหะเย็นเฉียบนั้น รองเท้าหนังขัดมันอย่างดีคู่หนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้าไว้อย่างรวดเร็ว
"อย่าเพิ่งแตะต้องอะไรทั้งนั้นครับ หมอธาร"
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พ.ต.ต. ภูวดล ก้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองลอดผ่านแว่นสายตาไร้กรอบไปยังวัตถุเบื้องล่าง ก่อนจะกวาดสายตาขึ้นมาสบตากับแพทย์นิติเวชสาวอย่างดุดัน "หลักฐานในที่เกิดเหตุ... ถึงแม้จะย้ายมาอยู่บนโต๊ะชันสูตรแล้ว แต่มันก็ยังอยู่ในเขตรับผิดชอบของฝ่ายสืบสวน"
ธารารินเงยหน้าขึ้น ช้าๆ ความตกใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเกราะคุ้มกาย เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แม้ส่วนสูงของเธอจะด้อยกว่าเขาเล็กน้อย แต่รัศมีแห่งความดื้อรั้นและถือดีในวิชาชีพก็ไม่ได้ทำให้เธอดูด้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย
"สารวัตรภู กรุณาถอยไปสองก้าวครับ" ธารารินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท แต่น้ำเสียงนั้นกลับใช้คำพูดประจำตัวของเขามาตอกกลับอย่างเจ็บแสบ "นี่คือห้องผ่าศพของผม หน้าที่ของผมคือการค้นหาความจริงทุกอณูที่ติดอยู่กับร่างผู้ตาย ไม่ใช่ให้คุณมาใช้อำนาจตามอำเภอใจขัดขวางการปฏิบัติงาน"
ภูวดลแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้ถอยหลังตามที่เธอสั่ง แต่กลับขยับเข้ามาประชิดยิ่งกว่าเดิม จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือจางอยู่กับกลิ่นสารเคมีฆ่าเชื้อ
"ความจริงเหครับหมอ?" ภูวดลโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเธอต้องเผลอกลั้นหายใจ "บางที... สิ่งที่หมอเห็นผ่านเลนส์กล้องจุลทรรศน์ อาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดก็ได้ สัญชาตญาณของผมบอกว่าไอ้เข็มกลัดบ้านี่ มันไม่ได้บังเอิญร่วงหล่นมาจากซอกเสื้อหรอกครับ แต่มันถูกจงใจ ‘วาง’ ไว้เพื่อส่งสารบางอย่างถึงใครบางคน... หรือบางที อาจจะส่งมาถึงหมอโดยเฉพาะ?"
คำพูดของสารวัตรหนุ่มราวกับคมมีดที่กรีดลงบนกลางใจ ธารารินรู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่ความกลัว... มันคือความโกรธกริ้วและสัญชาตญาณการปกป้องความลับที่เธอเก็บงำมาครึ่งทศวรรษ
"สารวัตรกำลังจะบอกว่า ผมเป็นคนเอาเข็มกลัดนี้มาซ่อนไว้เองอย่างนั้นสินะครับ?" ธารารินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขาอย่างไร้ความหวาดหวั่น ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "ใช้สมองส่วนไหนคิดครับ ถึงได้โยโย่ข้อกล่าวหาแบบไร้ตรรกะมาให้ผมแบบนี้ หรือเพราะสมองของตำรวจสายสืบอย่างคุณ ถูกครอบงำด้วยอคติจนมองไม่เห็นความจริงทางวิทยาศาสตร์"
"ผมไม่ได้กล่าวหาว่าหมอเป็นคนทำ..." ภูวดลพูดเสียงต่ำ ดวงตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ขณะที่สายตาคมกริบยังคงสำรวจใบหน้าหวานที่กำลังเคร่งเครียดจนขึ้นสีแดงระเรื่อ "แต่ผมกำลังเตือนว่า หมอกำลังปล่อยให้อารมณ์และความทรงจำส่วนตัว มาบดบังการมองเห็นคดีฆาตกรรมตรงหน้า... ศพนี้ไม่ใช่คนแรกที่ตายด้วยวิธีแปลกประหลาด และเข็มกลัดนั่นก็เป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่เชื่อมโยงเราไปยัง 'อดีต' ที่หมอกำลังพยายามกลบฝังมันเอาไว้"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน ทั้งคู่ยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างแผ่ซ่านท่ามกลางความตึงเครียด กลิ่นอายความเป็นความตายจากร่างไร้วิญญาณบนเตียงสแตนเลสดูเหมือนจะไร้ความหมายไปชั่วขณะ เมื่อเทียบกับการปะทะคารมทางความคิดและจิตวิทยาของคนทั้งสอง
ธารารินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ เธอรู้ดีว่าภูวดลไม่ใช่ตำรวจประเภทที่จะหลอกล่อได้ง่ายๆ เขามีสัญชาตญาณที่น่ากลัว... สัญชาตญาณที่มักจะทะลุทะลวงผ่านเปลือกนอกอันเยือกเย็นของเธอไปได้เสมอ
"ถ้าคุณมั่นใจในสัญชาตญาณดิบๆ ของคุณนัก..." ธารารินขยับตัวเข้าใกล้เขาอีกนิด จนปลายเสื้อกาวน์สีขาวเกือบจะสัมผัสกับอกเสื้อสูทของเขา น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบาแต่เฉียบคมบาดลึก "งั้นก็เชิญใช้สัญชาตญาณนั้นหาคำตอบเอาเองเถอะครับ ว่าทำไมเข็มกลัดของคนที่ตายไปแล้ว ถึงมานอนรออยู่ใต้ศพของเหยื่อรายนี้... แต่จำไว้ว่า ทุกรอยแผล ทุกหยดเลือด และทุกหลักฐานในรายงานนิติเวชของผม จะไม่มีทางโกหกเหมือนคำพูดของคนอย่างคุณแน่นอน"
ภูวดลไม่ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของแพทย์สาว นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
"งั้นเรามาคอยดูกันครับหมอ..." ภูวดลกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าชวนขนลุก "ระหว่างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่หมอศรัทธา กับเกมที่ฆาตกรคนนี้กำลังเล่นกับเรา... ว่าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายเปิดโปงความจริงได้ก่อนกัน"
ในเสี้ยววินาทีนั้น ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกจากกันด้วยแรงดึงดูดและแรงผลักไสที่ตีคู่กันมา เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยของห้องเก็บศพก็ดังสนั่นขึ้นลั่นห้อง พร้อมกับไฟนีออนเหนือศีรษะที่กะพริบไหวแล้วดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉาน
ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องผ่าศพในชั่วพริบตา... และก่อนที่สารวัตรภูจะทันได้ก้าวเท้าไปที่สวิทช์ไฟ เสียงฝีเท้าปริศนาก็ echoing ดังขึ้นจากทางเดินมืดทึบด้านนอก เสียงฝีเท้าที่หนักแน่น... และกำลังมุ่งตรงมายังห้องที่พวกเขายืนอยู่!
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดของความจริงกับผมนะครับ
กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 2
ความเห็นที่ไม่ลงรอย
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!