กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 16

ภาพลวงตา

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
"คำให้การของพยานปากเอก... กับคราบคาร์บอนมอนอกไซด์ในกระแสเลือดของเหยื่อ มันกำลังบอกเรื่องราวคนละฉบับกันอย่างสิ้นเชิงครับสารวัตร" น้ำเสียงของ พญ.ธาราริน เรียบนิ่ง ทว่าคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องประชุมกองสืบสวน แสงไฟนีออนสีขาวนวลสะท้อนบนกรอบแว่นโลหะของแพทย์นิติเวชสาว ขณะที่เธอกำลังวางแฟ้มรายงานผลชันสูตรพลิกศพลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงา แรงกระแทกเบาๆ นั้นสร้างแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยให้กับแก้วกาแฟที่ พ.ต.ต. ภูวดล เพิ่งวางลง สารวัตรหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกราบจ้องมองใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววครุ่นคิดผสมผสานกับความดุดันตามสัญชาตญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ผ่านคดีฆาตกรรมมาโชกโชน "คุณกำลังจะบอกว่า... ร้อยตำรวจเอกพิชิต ลูกน้องเก่าผม และเป็นคนที่ยืนยันว่าเห็นผู้ตายเดินเข้าห้องพักลำพังในคืนเกิดเหตุ กำลังโกหกอย่างนั้นหรือครับหมอธาร" ภูวดลเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำเจือความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด มือหนาเคาะนิ้วชี้ลงกับโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ บ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่อุดมการณ์ของนักสืบภาคสนามกำลังถูกวิทยาศาสตร์สถาบันเฉือนทิ้ง "ดิฉันไม่ได้ปรักปรัวใครครับสารวัตร... ดิฉันพูดตามภาษาของตัวเลข ปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ที่พบในปอดและเนื้อเยื่อหัวใจของนายกวิน สูงเกินกว่าระดับที่จะเสียชีวิตจากการสูดดมควันไฟในห้องนั้นตามเวลาที่หมวดพิชิตอ้างถึงอย่างน้อยสองชั่วโมง" ธารารินขยับตัวเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจแห่งความจริงเชิงประจักษ์ "พูดง่ายๆ ก็คือ นายกวินเสียชีวิตไปก่อนที่เขาจะก้าวเท้าเข้าห้องพักหมายเลข 404 เสียด้วยซ้ำครับ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ภูวดลผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหยุดอยู่ใกล้โต๊ะทำงานของแพทย์นิติเวช กลิ่นอายความเป็นชายฉกรรจ์และพลังกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างรุนแรง เขาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นกาแฟเข้มข้น "คุณกำลังดูถูกสัญชาตญาณและสายตาของตำรวจภาคสนามนะหมอ" ภูวดลกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสนิมเหล็กของเธอ "พิชิตทำงานกับผมมาห้าปี ผมรู้ว่าเขาไว้ใจได้ สายตาของคนที่เห็นเหตุการณ์จริงกับตัว มันมีน้ำหนักมากกว่าหลอดทดลองและผลแล็บแห้งๆ ที่คุณนั่งเทียนเขียนขึ้นมาในห้องแอร์เย็นฉ่ำเสียอีก" ธารารินไม่หลบสายตา เธอกลับเงยหน้าขึ้นรับแรงกดดันนั้นอย่างท้าทาย มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่มักจะปรากฏทุกครั้งเมื่อเธอพบว่าข้อโต้แย้งของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล "หลอดทดลองไม่เคยโกหกใครครับสารวัตร... และมันไม่รู้จักคำว่าพวกพ้อง หรือความเกรงใจ" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณูความรู้สึก "ถ้าคุณภูวดลใช้แต่สัญชาตญาณตัดสินคดี ผมเกรงว่าเราคงต้องเตรียมพื้นที่ในห้องดับจิตเพิ่มขึ้นอีกหลายเตียง เพราะความเชื่อมั่นตาบอดของคุณอาจกำลังปล่อยให้ฆาตกรตัวจริงเดินลอยนวลอยู่ข้างนอกนั่น" คำพูดนั้นทำเอาภูวดลถึงกับขบกรามแน่น กล้ามเนื้อบริเวณสันกรามเต้นตุบด้วยความโกรธ แต่ในขณะเดียวกัน แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างก็พุ่งพล่านขึ้นในอก ความฉลาด ความเย่อหยิ่ง และความเด็ดเดี่ยวของผู้หญิงตรงหน้า คือสิ่งที่ท้าทายสัญชาตญาณนักล่าของเขาอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่พวกเขาปะทะกัน มันไม่ใช่แค่การเถียงกันเรื่องคดี แต่มันคือสงครามจิตวิทยาที่ต่างฝ่ายต่างพยายามจะครอบครองความคิดของกันและกัน "งั้นเหรอ..." ภูวดลโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากแทบจะชนกับกรอบแว่นของเธอ เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความท้าทาย "ถ้าคุณมั่นใจในผลแล็บนัก... เราลองไปดูสถานที่จริงกันอีกรอบไหมครับ หมอธาร? ไปพิสูจน์ให้เห็นกันจะๆ ว่าระหว่างสายตาของผมกับหลักฐานของคุณ อันไหนมันจะตบหน้าความจริงได้เจ็บกว่ากัน" ธารารินชะงักไปชั่ววินาที กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวของสารวัตรหนุ่มทำให้สมาธิของเธอแกว่งไกวไปเล็กน้อย แต่นักนิติเวชสาวก็ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เธอปิดแฟ้มเอกสารเสียงดัง *ปัง* ก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้เสียจนหน้าอกเกือบจะแนบชิดกัน "ยินดีครับสารวัตร... ดิฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่า คุณจะแก้ตัวอย่างไร เมื่อหลักฐานทางนิติเวชพิสูจน์ว่าพยานปากเอกของคุณ คือ 'คนร้าย' ตัวจริง" ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ก่อนที่ประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของหมวดพิชิตยืนหอบหายใจโยนกราบอยู่ที่หน้าประตู สีหน้าของนายตำรวจหนุ่มซีดเผือดราวกับกระดาษ และมีเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม "สารวัตรครับ! เกิดเรื่องแล้ว..." พิชิตละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เราเพิ่งได้บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดมุมอับที่ชั้นใต้ดิน... และ... และเราพบว่า ช่วงเวลาที่นายกวินเสียชีวิตตามรายงานของหมอธาร มีคนแอบเข็นศพของเขาออกจากห้องพักหมายเลข 404 ไปทิ้งไว้ที่ลานจอดรถ... และคนๆ นั้น..." พิชิตกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะชี้ปลายนิ้วสั่นเทามายังกลางห้องประชุม "...คือตัวผมเองครับสารวัตร... ผมเป็นคนเอาศพเขาไปไว้ที่นั่น..." ความเงียบงันดิ่งลึกลงไปอีกระดับ ภูวดลเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อหูตัวเอง เขาสลับมองหนกลูกน้องสนิทกับ พญ.ธาราริน ที่ยืนนิ่งสนิท ใบหน้าของแพทย์นิติเวชสาวไร้รอยยิ้ม แต่แววตาของเธอกำลังเปล่งประกายด้วยความจริงอันมืดหม่นที่เพิ่งถูกกระชากหน้ากากออก ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมปริศนาที่ซับซ้อนนี้ไปกับผม ดร.นิติเวช นะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%