กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 17

กับดักกลางสายฝน

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
เสียงคำรามต่ำของฟ้าผ่าสะท้านสะเทือนโครงสร้างปูนเปลือยของตึกร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม หยาดฝนภายนอกโหมกระหน่ำซัดสาดผ่านช่องหน้าต่างที่ไร้กระจก เข้ามาสาดกระเซ็นกระทบพื้นคอนกรีตเย็นเยียบ กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผง คราบสนิมเหล็ก และกลิ่นอายความตาย ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นละอองฝนจนแสบจมูก "เราตกหลุมพรางของมันเข้าแล้วครับ หมอธาร" เสียงทุ้มต่ำของ พ.ต.ต. ภูวดล ดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัว แสงวาบจากสายฟ้าภายนอกสะท้อนให้เห็นใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบของสารวัตรหนุ่มกวาดมองไปรอบโถงกว้างของชั้นสี่อย่างระแวดระวัง มือขวาขยับกุมด้ามปืนพกประจำกายแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว พญ.ธาราริน ยืนพิงเสาปูนอยู่ไม่ห่าง ลมหายใจของแพทย์นิติเวชสาวเข้าออกสม่ำเสมอแม้สถานการณ์เบื้องหน้าจะบีบคั้นถึงชีวิต แว่นตากรอบบางสะท้อนแสงไฟฉายวับวับแวมๆ เธอปาดหยาดน้ำฝนที่เกาะพราวตามกรอบหน้าออกลวกๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคม "พิกัดจีพีเอสในโทรศัพท์นิรนามนั่นระบุตรงกับเบาะแสฆาตกรต่อเนื่อง แต่มันกลับเป็นทางตัน... หรือพูดให้ถูกคือ ห้องเชือดที่ถูกเตรียมไว้ต้อนรับเราต่างหากล่ะครับสารวัตร" ธารารินเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' เบาๆ เป็นเชิงเหน็บแนมในสถานการณ์ที่บีบคั้น "ข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์จากคดีก่อนหน้าบอกเราว่า คนร้ายรายนี้เป็นพวกยึดติดกับความสมบูรณ์แบบและการควบคุม เหยื่อทุกรายไม่ได้ตายเพราะความบังเอิญ แต่ตายเพราะถูกจัดฉาก... เหมือนที่เรากำลังยืนอยู่ตรงนี้" "ถ้ามันเป็นฉากที่เราต้องตาย ผมก็ไม่ยอมให้มันจบง่ายๆ แน่นอน" ภูวดลหันมาสบตาเธอนิ่ง ชั่วขณะหนึ่ง ความตึงเครียดรอบตัวราวกับถูกหลอมละลายด้วยกระแสความดึงดูดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางอันตราย แม้แนวคิดของทั้งคู่จะแตกต่างกันสุดขั้ว—ฝ่ายหนึ่งยึดมั่นในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ไร้หัวใจ แต่อีกฝ่ายใช้สัญชาตญาณดิบเถื่อนและการไล่ล่า—ทว่าในนาทีนี้ ความเป็นมืออาชีพทำให้พวกเขากลายเป็นเนื้อเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ *แกร๊ก...* เสียงโลหะเสียดสีกันดังแผ่วมาจากมุมมืดของโถงทางเดินชั้นห้า ด้านบนศีรษะของพวกเขา ทั้งภูวดลและธารารินหยุดหายใจไปชั่วขณะ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานทันที สารวัตรหนุ่มดึงร่างบางของแพทย์นิติเวชให้หลบหลังเสาปูนหนาทึบโดยสัญชาตญาณ ฝ่ามืออุ่นจัดของเขากดไหล่เธอให้ต่ำลง ขณะที่มืออีกข้างยกปืนขึ้นเล็งตรงไปยังความมืดเบื้องบน "มันอยู่ข้างบน" ภูวดลกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอระหง ทำให้ธารารินใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เธอรีบดึงสติกลับมาทันทีด้วยการวิเคราะห์เชิงประจักษ์ "เสียงฝีเท้าหนักแน่น น้ำหนักตัวน่าจะราวเจ็ดдцатьถึงแปดสิบคิโลกรัม การเดินลงน้ำหนักที่ส้นเท้าก่อนปลายเท้าบ่งบอกถึงความมั่นใจ... ไม่ใช่พวกมือสมัครเล่น" ธารารินกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น นิ้วเรียวหยิบด้ามมีดผ่าตัดขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์ออกมาเตรียมพร้อม "และที่สำคัญ เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้พยายามซ่อนเร้น มันจงใจเดินให้เราได้ยิน... มันกำลังเล่นเกมทางจิตวิทยา" "จิตวิทยาอะไรก็ช่าง หัวกระสุนจากปืนของมันเมื่อครู่เกือบจะฝังเข้ากะโหลกผมอยู่แล้ว" ภูวดลแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาหรี่ลงอย่างดุดัน "ถ้ามันอยากเล่นเกม ผมจะจัดกระสุนชุดใหญ่ให้มันเป็นคำตอบแทนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของหมอซะเลย" "อย่าใช้อารมณ์นำหน้าเหตุผลสิครับสารวัตร" ธารารินสวนกลับทันควัน แม้สถานการณ์จะคับขัน เธอยังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ "กระสุนนัดแรกที่ยิงทะลุกระจกเข้ามาเมื่อกี้... ผมวิเคราะห์จากวิถีกระสุน (Trajectory) และมุมตกกระทบบนผนังปูนแล้ว มันมาจากมุมสูงสิบห้าองศา ระยะห่างประมาณสิบเมตร แรงปะทะทำลายล้างสูง แสดงว่าใช้อาวุธปืนไรเฟิลซุ่มยิงติดลำกล้องเก็บเสียง... หากเราวิ่งออกไปสุ่มสี่สุ่มห้าตอนนี้ เราคือเป้านิ่งในทุ่งสังหาร" ภูวดลมองหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่ง แม้ในยามที่ความตายอยู่ห่างแค่เอื้อม เธอยังคงมีสติในการคำนวณฟิสิกส์วิถีกระสุนได้อย่างแม่นยำ "บางครั้งความฉลาดเป็นกรดของหมอก็ทำให้ผมอยากจะจูบปิดปาก เพื่อให้หยุดพูดเรื่องทฤษฎีแล้วมาสนใจสัญชาตญาณเบื้องหน้าบ้าง" "เก็บมุกตลกไร้สาระไว้น้ำตักศพเถอะครับสารวัตร" ธารารินตอบกลับเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะกับคำพูดนั้น "เรามีเวลาไม่มาก ก่อนที่แก๊สพิษหรือระเบิดเวลาจะถูกส่งลงมาตามแผนเดิมของพวกมัน" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าด้านบนก็หยุดลง ตามมาด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่สะท้อนก้องไปทั่วตึกร้าง เสียงนั้นชวนขนลุกเกลียวและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "เก่งมาก... ตำรวจกับหมอชันสูตร" เสียงปริศนาดังผ่านเครื่องขยายเสียงซ่อนเร้น ก้องกังวานมาจากทุกทิศทุกทาง "พวกคุณแก้ปริศนามาได้ไกลเกินคาด แต่ที่นี่... คือจุดจบ ถนนทุกสายไม่ได้มุ่งสู่โรม แต่มันมุ่งสู่ความตาย" สิ้นเสียงประกาศ บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปทันที เสียงฟู่เบาๆ ดังขึ้นจากมุมอับของห้อง กลิ่นฉุนรุนแรงของแก๊สซีแอนไนด์เริ่มลอยฟุ้งผสมกับละอองฝน "เวรเอ๊ย! มันปล่อยแก๊สพิษ" ภูวดลสบถลั่น ดวงตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักถึงแผนการอันชั่วร้ายของฆาตกร "มันต้องการให้เราตายแบบเดียวกับเหยื่อในสำนวนคดีแรก" "ตั้งสติครับ!" ธารารินคว้าชายเสื้อของสารวัตรหนุ่มไว้แน่น เธอฉีกชายเสื้อกาวน์สีขาวของตัวเองออกเป็นสองส่วนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งชิ้นหนึ่งให้เขา "เอาชุบน้ำฝนจากรอยรั่วบนหลังคาแล้วปิดจมูกไว้ทันที แก๊สซีแอนไนด์ทำลายระบบประสาทผ่านการหายใจ เรามีเวลาไม่ถึงสามนาทีในการหาทางออก!" ภูวดลรับผ้าชื้นน้ำมาปิดปากและจมูกตามคำสั่งอย่างไม่ลังเล สายตาสอดส่ายหาทางหนทีไล่ ท่ามกลางหมอกควันสีขาวจางๆ ที่เริ่มปกคลุมพื้นห้อง ทางออกหลักถูกล็อกตายด้วยประตูเหล็กกล้าที่ถูกเชื่อมปิดจากภายนอก หน้าต่างทุกบานอยู่สูงเกินกว่าจะปีนป่าย และมีเหล็กดัดหนาเตอะ "ทางตันจริงๆ ด้วย หมอ..." ภูวดลเอ่ยเสียงลอดผ่านผ้า "ไม่ตันหรอกครับ" ดวงตาสอบสวนของแพทย์นิติเวชสาวเป็นประกายวับวับ เธอมองต่ำลงไปที่พื้นคอนกรีตบริเวณเสาต้นที่พวกเขายืนอยู่ "โครงสร้างตึกนี้ทรุดตัวจากแรงระเบิดเก่าเมื่อหลายปีก่อน ผูนอกจากรอยร้าวบนผนัง... ท่อระบายน้ำทิ้งขนาดใหญ่ด้านหลังเสานี้ถูกกะเทาะออก เหล็กเส้นภายในขึ้นสนิมจนเปราะ" เธอหันมาสบตาเขาด้วยความเด็ดเดี่ยว น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ถ้าเรายิงทำลายฐานเสานี้พร้อมกัน แรงกระแทกจะทำให้พื้นทะลุลงไปชั้นล่าง ซึ่งเป็นทางออกสู่ท่อระบายน้ำริมแม่น้ำ... แต่มันหมายความว่า เราต้องเสี่ยงถูกทับตายอยู่ใต้ซากตึกนี้เช่นกัน" ภูวดลมองหน้าหญิงสาวผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตา มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางวิกฤต รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความระอุเร่าร้อนของชายชาติอาชาไนย "ผมไม่เคยกลัวตาย... ยิ่งได้ตายไปพร้อมกับหมอ มันก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลย" "เลิกพูดจาเหลาะแหแหแล้วยกปืนขึ้นเล็งที่ฐานเสานั้นซะครับสารวัตร... นับสามพร้อมกัน!" ทั้งคู่ยกปากกระบอกปืนเล็งตรงไปยังจุดอ่อนของโครงสร้างเสาปูน ลมหายใจสอดประสานเป็นจังหวะเดียวกับเสียงฟ้าคำรามภายนอก "หนึ่ง..." ธารารินนับ "สอง..." ภูวดลสมทบ "สาม!" *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงปืนคำรามสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงฟ้าผ่า แรงสะท้อนจากการยิงกระหน่ำทำลายฐานเสาคอนกรีตที่เปราะบางอยู่แล้วจนแตกละเอียด เศษปูนปลิวว่อน ฝุ่นควันตลบอบอวล แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้พื้นใต้เท้าของพวกเขายุบตัวลงฮวบในพริบตา ร่างของทั้งคู่ร่วงหล่นลงไปในความมืดเบื้องล่างท่ามกลางเสียงหัวเราะปริศนาที่ดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล... --- *โปรดติดตามตอนต่อไป* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมปริศนาที่ซับซ้อนนี้ไปกับผม ดร.นิติเวช นะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%