กลิ่นจาง ๆ ของฟอร์มาลินและแอลกอฮอล์ล้างแผลยังคงติดตรึงอยู่ปลายจมูก แม้ว่าเวลานี้เราจะอยู่ห่างจากห้องผ่าศพใต้ดินของสถาบันนิติเวชมาไกลหลายร้อยกิโลเมตรแล้วก็ตาม
ห้องพักรับรองไม้สักทองริมหน้าผาของรีสอร์ทส่วนตัว ปราศจากเสียงไซเรนและแฟลชกล้องข่าว มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินเบื้องล่างในความมืดมิดของยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟมุมห้องส่องกระทบสันกรามคมคายและเงาตะคุ่มของร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกอยู่ริมกระจกบานใหญ่ พ.ต.ต. ภูวดล ในยามที่ถอดเสื้อคลุมเครื่องแบบและปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด ดูอันตรายและดิบเถื่อนยิ่งกว่าตอนยืนสั่งการอยู่ในที่เกิดเหตุเสียอีก
"คุณกำลังใช้ความเงียบเป็นเครื่องมือในการไต่สวนผมเหรอครับ หมอธาร"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง ขณะที่ พญ.ธาราริน กำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสวยบรรจงเทวิสกี้สีอำพันลงในแก้วทรงเตี้ย น้ำแข็งก้อนกลมใสกระทบกับแก้วดังกรุ๊งกริ๊งท่ามกลางความเงียบงัน เธอไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่ก้าวเท้าเข้าไปใกล้แผ่นหลังกว้างนั้น ช้า ๆ ทว่ามั่นคง ราวกับนักล่าที่กำลังคุมเชิงเหยื่อในอาณาเขตของตัวเอง
"ฉันไม่ได้ไต่สวนสารวัตรหรอกค่ะ... เอ่อ ผมไม่ได้ไต่สวนคุณหรอกครับ" ธารารินแก้คำพูดของตัวเองทันทีเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นชิน เธอยื่นแก้วเครื่องดื่มไปให้ชายหนุ่ม พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งซ่อนความเย้ยหยันเอาไว้ "ผมแค่กำลังทบทวนว่า... สัญชาตญาณดิบเถื่อนที่คุณใช้ไล่ล่าคนร้ายเมื่อสัปดาห์ก่อน กับร่องรอยแผลเป็นบนหัวไหล่ข้างนั้น อะไรมันน่าสนใจกว่ากันแน่"
ภูวดลหันขวับมา ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวมองจดจ้องเข้ามาในดวงตาของเธออย่างไม่หลบเลี่ยง เขารับแก้วเครื่องดื่มมาแต่ยังไม่ดื่ม ร่างสูงขยับเข้าไปประชิดจนธารารินต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะไม้โดยอัตโนมัติ ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองถูกบีบอัดจนแทบไม่เหลืออากาศหายใจ แรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้กรอบของจรรยาบรรณวิชาชีพมาเนิ่นนาน กำลังปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้เปลือกโลก
"คุณอยากเห็นร่องรอยนั้นใกล้ ๆ ไหมล่ะครับ หมอ" ภูวดลโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดันทางเพศที่ปฏิเสธไม่ได้ "รอยแผลเป็นที่ได้มาจากกระสุนนัดนั้น... มันไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่มันเกิดจากการที่ผมพยายามปกป้องหลักฐานชิ้นสำคัญ... หลักฐานที่แพทย์นิติเวชอย่างคุณบอกว่ามัน 'ไร้ค่า' ในทางวิทยาศาสตร์"
ธารารินไม่ถอยหนี เธอยืดอกขึ้นสบตากับเขาอย่างท้าทาย แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาจาก Mขั้ว หัวใจของเธอไม่ได้หวาดกลัวต่อความดุดันของสารวัตรหนุ่ม แต่เธอกลัวความจริงที่ว่า... ร่างกายและจิตใต้สำ知ของเธอกำลังโหยหาอ้อมแขนคู่นี้อย่างน่าประหลาด
"วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก สารวัตรภูครับ" เธอกระซิบตอบ ชิดริมฝีปากของเขาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน "หลักฐานต้องพิสูจน์ได้ด้วยตา ตรวจสอบได้ด้วยเครื่องมือ ไม่ใช่ด้วยการเอาชีวิตเข้าแลกอย่างไร้เหตุผลแบบที่คุณชอบทำ"
"แต่บางครั้ง..." ภูวดลเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาแตะที่ปลายคางมนของเธอ ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้ผ่านผิวเนียนนุ่มอย่างจงใจ ทำให้ธารารินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "...ความจริงที่มืดหม่นที่สุด ก็ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในรายงานชันสูตรศพ แต่มันถูกซ่อนไว้ในความลับของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างหาก"
สายตาของนายตำรวจหนุ่มเลื่อนต่ำลงมามองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น ความอดทนที่เขามีต่อแพทย์สาวผู้เย็นชามาตลอดหลายเดือนขาดผึ่งลง ภูวดลรั้งเอวบางเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวจะทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธอ
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นการรุกรานที่เร่าร้อน ดิบเถื่อน และเต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน ธารารินสะفุ้งเล็กน้อยก่อนที่สัญชาตญาณจะผลักดันให้เธอตอบสนอง มือเรียวขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น แรงกดดันจากความเครียดในคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ความขัดแย้งทางความคิด และความปรารถนาที่ถูกปิดตาย ถูกปลดปล่อยออกมาผ่านสัมผัสอันลึกซึ้งและดุดัน รสชาติของวิสกี้ผสมผสานกับความหวานล้ำภายในโพรงปาก ทำให้โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้าง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันในความมืด
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่พวกเขากอดก่ายและแลกเปลี่ยนความรู้สึกผ่านลมหายใจร้อนผ่าว ภูวดลผละริมฝีปากออกช้า ๆ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยไฟปรารถนา ขณะที่ธารารินหอบหายใจเบา ๆ ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอายและแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่บวมเจ่อเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตาคมดุใส่เขา
"คุณ... เกินไปแล้วนะสารวัตร" เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่า พยายามรักษาฟอร์มของแพทย์นิติเวชผู้เยือกเย็น
"ผมแค่ทำในสิ่งที่สัญชาตญาณบอกให้ทำ... เช่นเดียวกับตอนนี้ครับ" ภูวดลกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนที่สายตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นคมกริบเมื่อมองข้ามไหล่ของเธอไปยังระเบียงกระจกด้านนอก "และดูเหมือนว่า... สัญชาตญาณของผมจะไม่เคยผิดพลาดเลยสักครั้ง"
ธารารินขมวดคิ้วด้วยความฉงนกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เธอกำลังจะอ้าปากถาม แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังแว่วมาจากระเบียงด้านนอก ก็ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะกระจกสามครั้งดังขึ้นในความมืด ท่ามกลางความสูงจากระดับพื้นดินนับร้อยเมตรที่ไม่มีทางที่มนุษย์ปกติจะปีนขึ้นมาได้ และเมื่อธารารินหันไปมองตามสายตาของสารวัตรภู ลมหายใจของเธอก็แทบหยุด अटक
เงาสะท้อนจากกระจกใสเผยให้เห็นรอยมือเปื้อนโคลนสีดำคล้ำประทับอยู่ด้านนอก พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ถูกแปะติดไว้ด้วยคราบเลือดสด ๆ ข้อความลายมือหวัด ๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีแดงฉานสะท้อนเข้าตาอย่างชัดเจนจนขนหัวลุก
*'ศพรายต่อไป... ไม่ได้อยู่ที่ห้องผ่าศพ แต่อยู่ใต้เตียงนอนของคุณเอง หมอธาร'*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมปริศนาที่ซับซ้อนนี้ไปกับผม ดร.นิติเวช นะครับ
กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 18
แผลเป็นและรอยจูบ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!