กลิ่นฉุนของน้ำยาฟอร์มาลีนและสารเคมีชะล้างคราบเลือดในห้องผ่าศพกะทันหันค่ำคืนนี้ไม่ได้จางหายไปตามเวลา หากแต่ทวีความอบอ้าวและกดดันขึ้นเรื่อยๆ ตามหยดเหงื่อที่ผุดซึมขึ้นบนขมับของ พญ.ธาราริน หรือหมอธาร
บนโต๊ะสแตนเลสไร้เงาสะท้อน ร่างไร้วิญญาณของเหยื่อคดีฆาตกรรมล่าสุดถูกเปิดเผยอวัยวะภายในออกเพื่อรอการเก็บชิ้นเนื้อไปตรวจพิสูจน์ทางจุลพยาธิวิทยา แต่ในวินาทีที่ปลายมีดผ่าตัดคมกริบกำลังจะกรีดลงบนเยื่อบุหัวใจ มือเรียวบางที่เคยนิ่งสนิทและมั่นคงดั่งหินผาตลอดหลายปีในอาชีพแพทย์นิติเวช กลับเกิดอาการสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
เคร้ง!
กรรไกรสเตนเลสหลุดจากปลายนิ้วร่วงกระทบถาดเครื่องมือเสียงดังสนั่นก้องห้องผ่าศพที่เงียบงัน
หมอธารก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่คมที่มักฉายแววเยือกเย็นและมั่นใจในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างเพรียวบางทรุดตัวลงพิงกับชั้นวางอุปกรณ์สเตนเลสจนขวดน้ำยาเคมีสั่นไหว เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเงียบเชียบ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าซีดเผือด
ภาพของเนื้อเยื่อหัวใจที่ถูกเปิดออกตรงหน้าซ้อนทับกับภาพในอดีต—ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน วันที่พี่ชายแท้ๆ ของเธอนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงชันสูตรด้วยรอยแผลลักษณะเดียวกัน ความทรงจำอันมืดหม่นที่เธอพยายามฝังกลบไว้ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์และตรรกะอันเย็นชา บัดนี้กำลังพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า
ประตูกระจกนิรภัยเปิดผางเข้ามาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ พ.ต.ต. ภูวดล หรือสารวัตรภู เขาสะกดรอยตามเธอลงมายังห้องใต้ดินด้วยสัญชาตญาณบางอย่างหลังจากเห็นเธอด่วนปลีกตัวออกจากห้องประชุมคดี
ดวงตาดุดันกวาดมองสภาพความโกลาหลเบื้องหน้าเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ฝีเท้ายาวๆ จะสาวเข้าไปหาแพทย์นิติเวชสาวคนเก่งที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่มุมห้อง
"หมอธาร!" สารวัตรภูอุทานด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความตกใจอย่างปิดไม่มิด เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ยืนหยัดเถียงเขาด้วยข้อกฎหมายและผลชันสูตรอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด มีสภาพแตกสลายไร้เกราะป้องกันเช่นนี้มาก่อน
"อย่าเข้ามานะ... สารวัตร" เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ เธอยกมือขึ้นห้ามไม่ให้เขาเข้าใกล้ ขณะที่มืออีกข้างพยายามกุมหน้าอกซ้ายราวกับคนหายใจไม่ออก "ออกไปจากห้องนี้... เดี๋ยวนี้"
ภูวดลไม่ทำตามคำสั่ง เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในระยะประชิด มือหนาคว้าข้อศอกเรียวที่สั่นเทาไว้มั่น แรงบีบนั้นหนักแน่นพอที่จะดึงสติเธอให้กลับมาสู่โลกความเป็นจริง แต่ก็อ่อนโยนพอที่จะไม่สร้างความเจ็บปวด
"ตั้งสติหน่อย หมอธาร!" ภูวดลเอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส
"ปล่อยฉัน... คุณไม่เข้าใจหอะไรหรอก สารวัตร" หมอธารพยายามสะบัดแขนหนi แต่แรงของเธอน้อยเกินกว่าจะสู้แรงของนายตำรวจหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโกโชนได้ ในที่สุด กำแพงความเข้มแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองก็พังทลายลง หยาดน้ำตาหยดแรกไหลรินลงข้างแก้มขาวซีด ก่อนตามมาด้วยเสียงสะื้นเบาๆ ที่เธอพยายามกลั้นไว้สุดชีวิต
สารวัตรภูชะงักไป ความดุดันในแววตาแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและปวดร้าวอย่างประหลาด เขาไม่เคยคิดเลยว่าภายใต้หน้ากากของแพทย์นิติเวชผู้เย็นชาและยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ จะซ่อนร่องรอยความบอบช้ำที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้
"ผมอาจจะไม่เข้าใจศาสตร์นิติเวชที่หมอใช้พิสูจน์ความจริง..." ภูวดลผ่อนน้ำเสียงลง นุ่มนวลขึ้นอย่างที่หมอธารไม่เคยได้ยินมาก่อน มือที่เคยจับข้อศอกเลื่อนขึ้นมากุมไหล่บางทั้งสองข้างอย่างมั่นคง "แต่ผมเข้าใจความเจ็บปวด... และผมรู้ว่าหมอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในห้องนี้"
สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านผ่านเสื้อกาวน์สีขาว แทรกซึมเข้าสู่ผิวเนื้อและหัวใจที่กำลังหนาวเหน็บ หมอธารเงยหน้าขึ้นสบตากับนายตำรวจหนุ่ม ในระยะประชิดนี้ เธอมองเห็นความห่วงใยที่จริงใจสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น มันไม่ใช่ความสมเพช ไม่ใช่ความสงสารแบบเหยียดหยาม แต่มันคือการยอมรับและการยืนหยัดเคียงข้างอย่างลูกผู้ชาย
หัวใจของหมอธารเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวจากอดีต แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันตรายที่ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน ท่ามกลางกลิ่นอายความตายและคราบเลือด
"ทำไม... ทำไมคุณถึงต้องเข้ามาเห็นมุมนี้ด้วย" เธอกระซิบถามเสียงสั่น หยาดน้ำตายังคงคลอหน่วยอยู่ที่แพขนตางอน
"เพราะผมคือนักสืบ... หมอธาร" ภูวดลตอบด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและทรงพลังที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น "หน้าที่ของผมคือการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ซากปรักหักพัง... ไม่ว่าความจริงนั้นจะอยู่ในที่เกิดเหตุ หรืออยู่ในใจของหมอก็ตาม"
คำพูดนั้นเฉียบคมและลึกซึ้งจนทะลวงผ่านเกราะป้องกันทุกชั้นของเธอ หมอธารนิ่งงัง ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันในระยะกระชั้นชิด ความโกรธเคืองและความขัดแย้งทางอุดมการณ์ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่รุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน
ภูวดลขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของเขาสัมผัสกับหน้าผากมนที่ชื้นเหงื่ออย่างแผ่วเบา เป็นการปลอบโยนที่เหนือกว่าคำพูดใดๆ และเต็มไปด้วยความเร่าร้อนเงียบงัน หมอธารหลับตาลง ยอมรับความอ่อนแอของตนเองในอ้อมแขนของชายผู้ยืนอยู่คนละฝั่งของกฎหมายและความยุติธรรม
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบงันและความเปราะบางกำลังถักทอสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างคนทั้งสอง เสียงก๊อกแก๊กเบาๆ จากช่องระบายอากาศเหนือเพดานห้องผ่าศพก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ
สัญชาตญาณดิบของนายตำรวจมือปราบตื่นตัวขึ้นทันที ภูวดลผละออกจากหมอธารอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบเปลี่ยนกลับเป็นความเฉียบคมดุดันราวกับเหยี่ยว เขาดึงตัวหมอธารมาหลบไว้ด้านหลังด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปปลดล็อกซองพกปืนที่เอวอย่างเงียบเชียบ
หมอธารเบิกตากว้าง หายใจสะดุดเมื่อตระหนักได้ว่า พวกเขาไม่ได้อยู่กันตามลำพังในห้องนี้
ติ๊ด... เสียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กดังแผ่วมาจากมุมมืดใกล้กับตู้แช่ศพ ภูวดลหรี่ตามองผ่านความสลัว และสิ่งที่เขาเห็นทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ—แฟลชไดรฟ์สีดำสนิทถูกเสียบคาไว้ที่พอร์ตข้อมูลของกล้องวงจรปิดประจำห้องผ่าศพ และไฟสถานะกระพริบถี่กำลังบ่งบอกว่า... ทุกคำพูด ทุกความอ่อนแอ และทุกการสัมผัสเมื่อครู่ ถูกบันทึกภาพและเสียงส่งตรงไปยังบุคคลภายนอกเรียบร้อยแล้ว!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 9 นี้ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะสนุกและตื่นเต้นไปกับเกมเชือดเฉือนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 9
รอยแผลที่เปิดเผย
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!