"ถ้าคุณพังประตูบานนี้ลงไปตามสัญชาตญาณดิบเถื่อนของคุณ สารวัตร... หลักฐานทั้งหมดทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ผมใช้เวลาค่อนขอดและพิสูจน์มาสามวันเต็ม จะมลายหายไปในพริบตาเดียวเพราะรอยนิ้วเท้าและคาร์บอนไดออกไซด์จากลมหายใจโง่ๆ ของชุดปฏิบัติการพิเศษของคุณนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของแพทย์นิติเวชหนุ่มดังขึ้น ท่ามกลางความมืดทึบของชั้นใต้ดินร้างแห่งเขตอุตสาหกรรมเก่า กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมกับกลิ่นจางๆ ของน้ำยาเคมีฟอร์มาลีนลอยอบอวลในอากาศเย็นเยียบ แสงไฟฉายคาดหัวของหน่วยอรินทราชวาดผ่านกำแพงปูนเปลือยเป็นลำแสงสีขาวโพลนตัดกับความมืด
พ.ต.ต. ภูวดล หรือสารวัตรภู ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปกระแทกบานประตูเหล็กกล้าตรงหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้ใบหน้าที่เคร่งเครียดตึงเครียด หันขวับกลับมามองชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอย่างใจเย็น แววตาของนายตำรวจหนุ่มฉายแววหงุดหงิดระคนทึ่งในความเยือกเย็นที่เกินมนุษย์ของอีกฝ่าย
"หมอธาร... นี่ไม่ใช่ห้องชันสูตรศพในโรงพยาบาลของคุณนะ ที่จะมานั่งจิบกาแฟแล้วรอผลตรวจแล็บสามวันเจ็ดวัน!" ภูวดลกัดฟันกรอด ก้าวเข้าประชิดตัวร่างสูงโปร่งของแพทย์นิติเวชด้วยแรงกดดันทางกายภาพที่ทรงพลัง "ข้อมูลจากสายลับบอกว่า 'ห้องทดลองเงา' ของมันอยู่หลังประตูนี่ และถ้าพวกมันไหวตัวทันทำลายเซิร์ฟเวอร์หลัก... หลักฐานคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสศพที่ผ่านมาทั้งหมด จะกลายเป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่าที่คุณไม่มีทางเอาผิดใครได้อีก!"
พญ.ธาราริน หรือหมอธาร (ที่ภูวดลชอบเรียกติดปากด้วยความเคยชิน) หรือในมุมมองของดร.นิติเวชอย่างผม เธอคือความสมดุลอันเปราะบางระหว่างความอัจฉริยะและความดื้อรั้น หมอสาวปรายตามองนายตำรวจหนุ่มที่เข้ามาประชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายความดุดันแบบผู้ชายแท้ๆ ของภูวดลไม่ได้ทำให้เธอถอยหลังแม้แต่น้าวินาทีเดียว
"แต่ถ้าคุณพังเข้าไปอย่างไร้ชั้นเชิง คุณก็จะได้แค่ซากปรักหักพังกับกับดักระเบิดเคมีที่มันตั้งเวลาไว้แล้วนะครับ สารวัตร" ธารารินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ปลายนิ้วเรียวยาวหยิบเครื่องสแกนคลื่นความถี่แม่เหล็กไฟฟ้าขนาดเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ก่อนจะกดเปิดใช้งานแล้วทาบลงกับรอยต่อของบานประตูเหล็ก "ถอยไป... เปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญทำงานบ้างครับ"
ภูวดลแค่น "หึ" ในลำคออย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่เขาก็ยอมถอยหลังให้สองก้าวตามสัญชาตญาณของการเป็นผู้นำหน่วยที่ฉลาดพอจะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรฟังผู้เชี่ยวชาญ แม้ลึกๆ ในอกข้างซ้าย อะดรีนาลีนของเขาจะพุ่งพล่านจนอยากจะชักปืนพกออกมายิงทะลุกรอบประตูก็ตามที ดวงตาคมเข้มลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของแพทย์นิติเวชสาว เส้นผมสีดำสนิทที่ลู่ลงตามความชื้นสัมผัสกับกรอบหน้าเรียวคม และริมฝีปากบางเฉียบที่เม้มเข้าหากันอย่างใช้สมาธิ ภาพนั้นสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ขัดแย้งกับสถานการณ์อันตรายเบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง
พวกเขาทั้งคู่ต่างเป็นเหยื่อของแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่พยายามปฏิเสธมาตลอด แรงดึงดูดระหว่างความดิบเถื่อนของกฎหมายภาคปฏิบัติ กับความเฉียบคมเย็นชาของนิติวิทยาศาสตร์
*คลิก... ติ๊ด!*
เสียงสัญญาณไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้นที่เครื่องมือในมือของธาราริน พร้อมกับกลไกแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกปลดล็อกอย่างเงียบเชียบ ประตูเหล็กหนาหนักค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ ราวกับถูกต้อนรับด้วยความว่างเปล่า
ภูวดลไม่รอช้า เขาชักปืนสั้นประจำกายขึ้นมาในระดับสายตา มือใหญ่อีกข้างผลักประตูให้เปิดกว้างออกด้วยความระแวดระวัง พร้อมกับที่ชุดคอมมานโดด้านหลังกรูเข้ามาล้อมกรอบเตรียมพร้อมจู่โจม
ทว่า... สิ่งที่รออยู่เบื้องหลังประตูกลับไม่ใช่กลุ่มเงาสีดำของคนร้าย ไม่ใช่คลังอาวุธ หรือห้องทดลองลับที่เต็มไปด้วยร่างมนุษย์ดัดแปลงตามที่สายลับรายงาน
มันคือ "ความว่างเปล่า"
ลำแสงไฟฉายกราดไปทั่วห้องโถงใต้ดินขนาดใหญ่ พื้นปูนขัดมันสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นผง ตู้เก็บเอกสารเหล็กถูกเปิดทิ้งไว้ทุกบาน และทุกบาน... เปล่าประโยชน์ ไม่มีแฟ้มข้อมูล ไม่มีฮาร์ดไดรฟ์ ไม่มีแม้แต่เศษกระดาษสักแผ่นเดียว มีเพียงกลิ่นจางๆ ของน้ำยาล้างห้องน้ำที่ยังคงลอยเตะจมูก กลบเกลื่อนกลิ่นคาวเลือดหรือสารเคมีชนิดอื่นจนหมดสิ้น
"เวรเอ๊ย!" ภูวดลสบถออกมาอย่างหัวเสีย รองเท้าคอมแบทกระแทกพื้นปูนเสียงดังสนั่น เขากวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความผิดหวังและโกรธเกรี้ยว "มันไหวตัวทัน... หรือว่าพวกเรามีหนอนกระדורในหน่วย!"
ธารารินก้าวเดินเข้ามาในห้องช้าๆ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองไปทั่วบริเวณอย่างพินิจพิจารณา เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหัวเสียเหมือนสารวัตรหนุ่ม ตรงกันข้าม... เธอกลับรู้สึกว่าความว่างเปล่านี้กำลัง "บอก" อะไรบางอย่าง
"ใจเย็นๆ ก่อนครับ สารวัตร การที่ห้องนี้สะอาดหมดจดขนาดนี้ ไม่ได้หมายความว่าพวกมันหนีไปอย่างไร้ร่องรอย..." เสียงของเธอเรียบนิ่งแต่ทรงพลังพอที่จะดึงสติของนายตำรวจหนุ่มให้หันกลับมามอง
ธารารินเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง บนโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพงมีเพียงสิ่งเดียวที่วางเด่นเป็นสง่า... แล็ปท็อปสีดำสนิทที่หน้าจอถูกเปิดค้างไว้ และมีกระดาษโน้ตสีเหลืองโพสต์อิทแปะอยู่ตรงกลางแป้นพิมพ์
ภูวดลสาวเท้าเข้าไปใกล้ พร้อมกับใช้ด้ามปืนเขี่ยแผ่นกระดาษโน้ตนั้นขึ้นมาดู ข้อความด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลังถูกเขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีดำสนิท อ่านแล้วชวนให้ขนลุกซู่ไปถึงสันหลัง
*[ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ร้างของผมนะครับ หมอธาร... และสารวัตรภู]*
*[แต่ของจริงไม่ได้อยู่ที่นี่หรอ... มันกำลังเต้นอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกคุณในเวลานี้ต่างหาก]*
สิ้นสุดข้อความนั้น พื้นคอนกรีตใต้รองเท้าของพวกเขาก็เกิดอาการสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก...
ภูวดลเบิกตากว้าง สัญชาตญาณดิบเถื่อนเตือนภัยขั้นวิกฤต เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวบางของแพทย์นิติเวชสาวแล้วเหวี่ยงหลบออกนอกรัศมีโต๊ะทำงานทันที ก่อนที่เสียงระเบิดกัมปนาทจะคำรามก้องจากใต้พื้นห้อง ดึงสติทุกคนให้ดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความตาย!
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับผม ดร.นิติเวช ในตอนนี้ด้วยนะครับ
กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 23
บุกรังลับ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!