“อย่าขยับครับสารวัตร... ถ้าไม่อยากให้ร่องรอยระดับโมเลกุลพวกนี้ถูกทำลายจนหมดสิ้น”
พญ.ธารารินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องชันสูตร มือที่สวมถุงมือยางสีฟ้าอ่อนของเธอไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย แม้ความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าจะทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง ภายใต้แสงไฟนีออนเย็นเยียบ ร่างของเหยื่อรายที่สามนอนนิ่งอยู่บนเตียงเหล็ก ทว่าสิ่งที่อยู่บนผิวหนังบริเวณซอกคอของศพนั้นไม่ใช่รอยเข็มธรรมดา แต่มันคือผลึกโปรตีนสังเคราะห์ที่เรืองแสงจางๆ เมื่อกระทบกับแสง UV
พ.ต.ต. ภูวดลที่ก้าวเท้าเข้ามาหยุดชะงักลงทันที เขาไม่ได้โต้เถียง เขาเพียงแค่กวาดสายตาคมกริบมองไปยังจอมอนิเตอร์ที่แสดงผลกราฟสเปกตรัมที่ซับซ้อน ความดุดันในแววตาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาแบบนักล่าที่กำลังวิเคราะห์เหยื่อ
“นั่นไม่ใช่สารเคมีในท้องตลาดทั่วไปใช่ไหม หมอ” ภูวดลถาม น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างน่าประหลาด
“ไม่ใช่ครับ มันคือสารปรับแต่งพันธุกรรมขั้นสูงที่ใช้ในการคงสภาพเซลล์ประสาทไม่ให้เน่าเปื่อย... และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มันถูกออกแบบมาให้ทำปฏิกิริยากับดีเอ็นเอเฉพาะกลุ่มเท่านั้น” ธารารินถอดแว่นขยายออก ดวงตาของเธอฉายแวววูบไหวเพียงครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามสัญชาตญาณมืออาชีพ “สารนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่า แต่มันมีไว้เพื่อ ‘ระบุตัวตน’ สารวัตร... คนที่ทำแบบนี้ กำลังส่งข้อความถึงใครบางคนที่อยู่ในห้องนี้”
ภูวดลขยับเข้าไปใกล้โดยไม่สนใจคำเตือน เขาก้มลงมองผลึกโปรตีนนั้นใกล้ๆ กลิ่นไออโลหะและกลิ่นสารเคมีแปลกประหลาดที่ระเหยออกมาทำให้อากาศในห้องดูหนักอึ้งขึ้น “ข้อความที่ว่า... คือการบอกว่าเขารู้จักอดีตของหมอดีกว่าที่หมอรู้จักตัวเองหรือเปล่า?”
คำพูดนั้นเสียดแทงใจดำจนธารารินต้องเม้มปากแน่น เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นลงจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ต่างฝ่ายต่างพยายามควบคุมให้เป็นปกติ ความขัดแย้งในอุดมการณ์ของทั้งคู่ดูจะไร้ความหมายไปในทันที เมื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือมหันตภัยที่พุ่งเป้ามาที่ ‘ตัวตน’ ของเธอโดยเฉพาะ
“ในฐานะตำรวจ ผมไม่เชื่อเรื่องโชคชะตา แต่ในฐานะคนคนหนึ่งที่เห็นหมอพยายามแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว... ผมไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากชีวิตหมอไปด้วยเกมบ้าๆ นี่เด็ดขาด” ภูวดลกล่าว พลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่ขัดกับบุคลิกแข็งกระด้างของเขาโดยสิ้นเชิง
“อย่ามาทำเป็นเห็นใจผมสารวัตร ความรู้สึกมันเป็นหลักฐานที่ไร้น้ำหนักที่สุดในห้องชันสูตร” ธารารินเบี่ยงหน้าหนี แต่เธอก็ไม่ได้ถอยห่าง “สารเคมีนี้... ผมสืบค้นจากฐานข้อมูลลับของสถาบันวิจัยที่ถูกสั่งปิดไปเมื่อสิบปีก่อน มันมีแหล่งกำเนิดเดียว คือห้องทดลองที่ถูกลบออกจากแผนที่เมืองหลวง”
“ห้องทดลองที่พี่ชายหมอเคยทำงานอยู่ก่อนตาย” ภูวดลสรุปประโยคต่อทันที เขาคว้าแท็บเล็ตขึ้นมาดูตำแหน่งที่ระบุไว้ในซอฟต์แวร์วิเคราะห์ “นั่นหมายความว่าฆาตกรไม่ได้แค่ต้องการตัวหมอ แต่มันต้องการ ‘ความลับ’ ที่พี่ชายหมอทิ้งไว้... สารธาริน เรากำลังโดนต้อนให้จนมุม”
“งั้นเราก็ต้องเปลี่ยนเกม” ธารารินหยิบไฟล์ข้อมูลขึ้นมาแสดง “ถ้าฆาตกรต้องการให้ผมไปที่นั่น ผมก็จะไป แต่ไม่ใช่ในฐานะเหยื่อ ผมจะไปในฐานะแพทย์นิติเวชที่จะผ่าความเน่าเฟะของพวกมันออกมาให้เห็นคาตา”
ท่ามกลางความเครียดที่พุ่งสูงขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้องชันสูตร ทั้งสองคนชะงักและหันไปมองพร้อมกัน ภูวดลเอื้อมมือไปแตะปืนที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ทว่าเมื่อประตูค่อยๆ เลื่อนเปิดออก กลับไม่มีชายชุดดำหรือนักฆ่าที่พวกเขาคาดคิด
สิ่งที่ปรากฏอยู่บนพื้นตรงหน้าประตูคือกล่องเหล็กขนาดเล็กสีเงินวาว มันวางนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับว่าเพิ่งจะมีคนวางทิ้งไว้เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน
ธารารินก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความระมัดระวัง เธอใช้คีมคีบฝากล่องออกช้าๆ ภายในนั้นไม่ใช่ระเบิดอย่างที่ภูวดลหวั่นใจ แต่มันคือแผ่นสไลด์แก้วที่บรรจุเนื้อเยื่อสีแดงสด และภาพถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งถูกอัดออกมาสดๆ ร้อนๆ
ภูวดลก้มลงมองภาพถ่ายนั้นแล้วลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก มันคือภาพของเขาและธารารินที่ยืนอยู่ด้วยกันในห้องชันสูตรแห่งนี้... เป็นมุมกล้องที่ถ่ายจากระยะไกลผ่านช่องระบายอากาศด้านบน ซึ่งหมายความว่าพวกเขากำลังถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา
“สารวัตรครับ...” เสียงของธารารินสั่นเล็กน้อยเมื่อเธอหยิบกระดาษโน้ตที่แนบมาด้วยขึ้นมาอ่าน ข้อความที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจงทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบยิ่งกว่าเดิม
*‘ยินดีด้วยที่พบเบาะแสแรก... แต่ร่องรอยที่คุณกำลังตามหานั้น ไม่ได้อยู่ในห้องแล็บที่ล่มสลายไปแล้ว แต่มันอยู่ในกระแสเลือดของคุณเอง หมอธาราริน’*
ในวินาทีที่ธารารินเงยหน้าขึ้นมองภูวดล แสงไฟในห้องชันสูตรพลันดับพรึบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิทใจ ทิ้งไว้เพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ดังสะท้อนอยู่ในความว่างเปล่า... และเสียงล็อกประตูห้องจากด้านนอกที่ดังขึ้นอย่างชัดเจน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับผม ดร.นิติเวช ในตอนนี้ด้วยนะครับ
กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 22
ร่องรอยทางชีวเคมี
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!