กับดักรักซ่อนปริศนา•ตอนที่ 5

อดีตที่ตามหลอกหลอน

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
จุดสีแดงเข้มดั่งรอยเลือดเต้นระริกอยู่บนกึ่งกลางหน้าผากของภูวดล มันไม่ใช่แค่ลำแสงจากกระบอกปืน แต่คือสัญลักษณ์แห่งความตายที่พร้อมจะพรากวิญญาณของนายตำรวจหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครให้ดับดิ้นลงในความมืดมิดของโกดังร้างแห่งนี้ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ภูวดลไม่แม้แต่จะกะพริบตา ร่างสูงใหญ่ขยับตัวอย่างรวดเร็วดั่งสัญชาตญาณของนักล่า มือหนาคว้าข้อแขนเรียวบางของพญ.ธารารินแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับอกแกร่งของเขา ปลายกระบอกปืนของภูวดลถูกชักขึ้นมาเล็งฝ่าความมืดไปยังทิศทางของแสงเลเซอร์นั้นทันทีโดยไม่มีความลังเล "หมอ... หมอบangต่ำลง!" ภูวดลคำรามเสียงต่ำลอดไรฟัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับขมับของแพทย์นิติเวชสาว ธารารินไม่ได้กรีดร้อง เธอไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่เขาเคยเจอ แรงกระแทกเมื่อครู่ทำให้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอับชื้นของโกดังลอยเข้าจมูก แต่นัยน์ตาคู่สวยของเธอกลับฉายแววเย็นเยียบและคมกริบยิ่งกว่าคมมีดผ่าตัด มือเรียวของเธอสอดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ ควักเอาด้ามเหล็กสเตนเลสชิ้นเล็กที่เป็นอุปกรณ์เฉพาะทางออกมากำไว้มั่น พร้อมที่จะใช้มันเป็นอาวุธป้องกันตัวหากจำเป็น "คิดว่าลูกกระสุนปืนจะเร็วกว่าปฏิกิริยาเคมีในหลอดทดลองหรือไงครับ คุณสารวัตร" เสียงทุ้มต่ำและเยียบเย็นดังขึ้นอีกครั้งจากมุมมืดของเสาปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ ร่างในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาอย่างช้าๆ แสงจันทร์ที่ส่องลอดผ่านหลังคาโกดังที่ผุพังเผยให้เห็นใบหน้าครึ่งซีกที่คุ้นตาอย่างประหลาด ภูวดลหรี่ตาลง จ้องมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงและคุกกรุ่นด้วยโทสะ "กร... นายมาทำอะไรที่นี่?" ชายหนุ่มผู้ถือกำเนิดในตระกูลผู้ดีเก่าและเป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนกฎหมายของภูวดลแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "ผมก็มาช่วยชีวิตพวกคุณน่ะสิครับ... สารวัตรภู ดูก็รู้ว่าคุณกำลังพาหมอธารมาเดินเล่นในสถานที่อโคจรเพื่อสืบหาความจริงบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ น่าเสียดายนะครับ ความอยากรู้อยากเห็นมันมักจะสั้นอายุไขของคนเราเสมอ" ธารารินก้าวออกมาจากอ้อมแขนของภูวดลอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด เธอกลับเลือกที่จะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสัญชาตญาณของแพทย์ผู้คุ้นเคยกับการชำแหละความตาย "คุณไม่ได้มาช่วย... คุณมาเพื่อดูว่าหลักฐานชิ้นนั้นมันยังอยู่ครบถ้วนดีหรือเปล่าต่างหากล่ะครับ... คุณกร" ธารารินเอ่ยทักท้วงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่บาดลึก กรชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "คุณหมอธารารินนี่ช่างฉลาดสมคำร่ำลือจริงๆ สมแล้วที่เป็นน้องสาวแท้ๆ ของ... หมอธนา" เพล้ง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ เมื่อชื่อของ "หมอธนา" พี่ชายผู้ล่วงลับถูกเอ่ยขึ้นจากปากของชายผู้นี้ ธารารินรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ร่างกายแข็งทื่อ นัยน์ตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บกดไว้มานานหลายปี ความทรงจำสีเทาหม่นในคืนวันที่พี่ชายของเธอต้องจบชีวิตลงอย่างมีเงื่อนงำผุดขึ้นมาในหัวสมองราวกับภาพยนตร์ซ้ำซากที่ฉายวนเวียน *ภาพของร่างไร้ลมหายใจบนเตียงชันสูตร... รอยแผลผ่าตัดที่ถูกเย็บปิดอย่างลวกๆ เพื่ออำพรางร่องรอยบางอย่าง... และรายงานการตายที่ระบุว่าเป็น "หัวใจวายเฉียบพลัน" ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว พี่ชายของเธอเป็นนักกีฬาและมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดีทุกประการ* "อย่ามาพูดชื่อพี่ชายฉัน!" ธารารินตวาดลั่น เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามควบคุมอย่างสุดกำลัง มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ภูวดลเหลือบมองหญิงสาวข้างกาย เขารับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างกายของเธอ แม้ภายนอกเธอจะพยายามแสดงออกว่าเป็นเหล็กกล้า แต่เขารู้ดีว่าข้างในนั้นกำลังแหลกสลายเพียงใด มือหนาเอื้อมไปสัมผัสข้อศอกของเธอเบาๆ เป็นการส่งผ่านความอบอุ่นและพลังบางอย่างที่เธอไม่เคยร้องขอ แต่มันกลับทำให้หัวใจที่เย็นชาของเธอไหววูบ "ถอยไปซะ กร" ภูวดลขยับตัวก้าวขึ้นมาบังร่างของธารารินไว้ครึ่งหนึ่ง ปลายกระบอกปืนในมือมั่นคงไร้รอยสั่น "นายเกี่ยวข้องอะไรกับคดีของหมอธนาเมื่อห้าปีที่แล้ว... พูดความจริงออกมา หรืออยากให้ฉันเป็นคนกระชากหน้ากากนายด้วยตัวเอง" กรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าขนลุก "หน้ากากเหรอครับสารวัตร? ในโลกนี้น่ะ ไม่มีใครใส่หน้ากากหรอกครับ... ทุกคนต่างก็แค่แสดงละครตามบทบาทที่สังคมขีดไว้ให้ เพื่อปกปิดความเน่าเฟะข้างในต่างหากล่ะ รวมถึงคุณ... และรวมถึงหมอธารารินด้วย" ชายหนุ่มก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ถ้าพวกคุณอยากรู้ความจริงนักว่าทำไมพี่ชายของคุณถึงต้องตาย ทำไมหลักฐานชิ้นสำคัญในห้องผ่าตัดคืนนั้นถึงหายไป... พรุ่งนี้เช้า ไปที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลศูนย์สิรินธร เปิดลิ้นชักตู้เก็บศพหมายเลข 13 แล้วคุณจะเข้าใจว่า... ความจริงอันมืดหม่น มันน่ากลัวกว่าความตายเสียอีก" พูดจบ กรก็หมุนตัวหายเข้าไปในความมืดของมุมตึกอย่างไร้ร่องรอย เสียงฝีเท้าที่ก้าวถอยห่างออกไปค่อยๆ เงียบหายไปกับสายลมยามค่ำคืน ทิ้งให้ทั้งสองคนยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันและอึดอัด ภูวดลหันกลับมามองแพทย์นิติเวชสาว แววตาที่เคยดุดันและแข็งกร้าวบัดนี้เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความสุขุม "หมอธาร... ไหวไหมครับ" ธารารินสูดหายใจเข้าลึก3 เพื่อดึงสติและควบคุมความรู้สึกที่กำลังตีรั้นขึ้นมาในอก เธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับนายตำรวจหนุ่ม แววตาของเธอกลับมาแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่นอีกครั้ง "ตู้เก็บศพหมายเลข 13..." ธารารินพึมพำเบาๆ น้ำเสียงเรียบสนิทแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "พี่ชายฉันถูกเก็บรักษาไว้ที่นั่น... ตลอดห้าปีที่ผ่านมา" ภูวดลขมวดคิ้วมุ่น "หมายความว่า... ร่างของหมอธนาไม่ได้ถูกเผาตามพิธีทางศาสนาอย่างที่ครอบครัวคุณเข้าใจหรอกหรือ?" ธารารินไม่ตอบคำถามของเขา เธอก้าวเดินผ่านหน้าเขาตรงไปยังโต๊ะทำงานเก่าๆ ที่มีคราบฝุ่นหนาเตอะในมุมโกดัง แสงจากไฟฉายส่องกระทบเข้ากับแฟ้มเอกสารเก่าสีเหลืองซีดที่ถูกทิ้งไว้ บนปกแฟ้มมีลายมือหวัดๆ ที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นของพี่ชายของเธอเอง มือเรียวสวมถุงมือยางหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง แผ่นกระดาษด้านในเต็มไปด้วยบันทึกการชันสูตรพลิกศพที่ถูกฉีกขาดหายไปครึ่งหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก คือภาพถ่ายโพลารอยด์ใบเล็กที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้น ภาพถ่ายของชิ้นเนื้อเยื่อหัวใจที่มีรอยฉีกขาดจากการถูกสารเคมีบางชนิดกัดกร่อนอย่างจงใจ... และที่มุมภาพ มีรอยประทับตราลับของสถาบันนิติเวชวิทยาที่เธอทำงานอยู่ปัจจุบัน พร้อมกับตัวอักษรย่อที่สลักไว้ด้วยโลหะเงิน ซึ่งเป็นเครื่องหมายเฉพาะตัวของแพทย์นิติเวชอาวุโสผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล ภูวดลเดินเข้ามาใกล้ ก้มลงมองภาพถ่ายในมือของเธอ ร่างสูงชะงักไปเมื่อเห็นสัญลักษณ์นั้น ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ "นี่มัน..." ภูวดลสูดหายใจเข้าลึก "ไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดาแล้วล่ะครับหมอธาร... แต่มันคือการปกปิดความผิดระดับโครงสร้างที่โยงใยไปถึงคนในองค์กรของคุณเอง" ธารารินกำภาพถ่ายในมือแน่นจนยับยู่ยี่ นัยน์ตาสีดำสนิทสะท้อนแสงไฟฉายวาวโรจน์ด้วยความแค้นเคืองและเจ็บปวด เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ก่อนจะหันมามองหน้าสารวัตรหนุ่มด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา "พรุ่งนี้เช้า... เราจะไปเปิดตู้หมายเลข 13 กันครับสารวัตร" ธารารินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดผ่าตัด "แล้วผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า วิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร... แม้แต่คนตาย" ในขณะที่ทั้งสองกำลังจ้องมองหลักฐานชิ้นเอกนั้นด้วยความตึงเครียด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางด้านนอกประตูโกดัง พร้อมกับเสียงกระชากลำเลียงกระสุนปืนที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะโลหะดังขึ้นจากด้านนอก ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำผ่านโทรโข่งที่ดังสะท้อนก้องกังวาน *"พ.ต.ต. ภูวดล และ พญ. ธาราริน... พวกคุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว วางอาวุธแล้วเดินออกมามอบตัวเสียดีๆ!"* ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้ไปพร้อมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักซ่อนปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%